๐ ในวิกาลมืดดำแห่งค่ำนั้นคล้ายแว่วพากย์รำพัน..เสียงสั่น..ไหว-ค่อยออดอ้อนนัยความ..ออกตามใจเพื่อร่วมไขว่คว้าบท..เคย-อดออม๐ สองแขนโอบรอบคอเข้าอออุ่นเนียนเนื้ออ่อนอิ่มละมุนด้วยกรุ่นหอมเมื่ออาวรณ์แรงถวิล..คล้ายยินยอม-ร่วมโอบรูปงามละม่อม..ด้วยอ้อมทรวง๐ สิ้นหนาว..แม้นสายลม..ยังพรมผ่านด้วยเนื้อคราญอุ่นแสน..กับแหนหวง-ของอ้อมกอดร้อนผ่าว..จนหนาวปวงยากพัดผ่านพ้นล่วง..แรงห่วงใย๐ ใกล้ยิ่งแล้ว..แก้มอิ่มเนตรพริ้มหลบเพียงพอจบอุ่น-ร้อน..ผู้อ่อนไหวรองรับเถิดไมตรีผู้มีใจจะโหมอุ่นโอบให้..ห้วงใจจำ๐ อุ่นเถิดแม้น..ปอยปลิวแห่งริ้วหนาวจะหล่นพราวพอกพื้นทั้งคืนค่ำปรารมภ์อันหอมกรุ่นจักหนุนนำเข้าแอบอำย้ำอุ่นให้หนุนนอน๐ โอละเห่..กล่อมเกลี้ยง..ผู้เดียงสาอยู่นิทราอุ่นขวัญในบรรจถรณ์เพลงจะขับแผ่วเบา..คอยเว้าวอนกระซิบอ้อนริมหูให้รู้นัย๐ ว่า-อกหนึ่งอาวรณ์เกินผ่อนแล้วกับเสียงแผ่วออดอ้อน..เกินผ่อนไหวเจ้าอ่อนเอย..อุ่นอายเช่นสายใย-เจ้ารัดไขว้ผูกขวัญพี่-พันธนา๐ เถิด-อย่าร้าง..คอคล้อง..ด้วยสองแขนอย่าคลอนแคลนแรงหวง..ความห่วงหาทุกค่ำคืนก่อนสนิทในนิทราหวังใครหนึ่ง..เหว่ว้าตั้งตาคอย-๐ ให้โอบอุ้มรูปเยาว์..คลอเคล้าอยู่ผ่านนัยชู้รุมเร้า..ลบเหงาหงอยตระกองรูปจบแก้มแต่งแต้ม..รอยจน..ละห้อยห่วงเห็น..ไม่เว้น-วาง๐ หมายนิทราดวงขวัญ..จะฝันใฝ่ร่วมอาลัยเชิงชู้..จนตรู่สางละเมอคำเรียกร้อง..จบสองปรางขดสรรพางค์อ้อนอยู่..อย่ารู้ไกล๐ เมื่อแสงฟ้าฉาบล้อม...ละม่อมหน้า-สองนัยน์ตาจักปลาบจนวาบไหวโน้มรูปลงเฝ้ากระพริบ...กระซิบนัย-จงอย่าให้อุ่นอาย...นั้นคลายลง๐ จึงอรุณแรกวัน..ของวันนั้นคล้ายไหวหวั่น..ร้อนรุม..และลุ่มหลง-จะร่วมน้อมแนบขวัญ..อย่างบรรจงเพื่อโสรจสรงรสสุมาลย์..ที่ผ่านรอ๐ ก่อนสายหยุดสุดสิ้น..ปวงกลิ่นหอม-อวยกลิ่นพร้อมอาวรณ์..ออดอ้อน-ขอลมแผ่วผ่านโลมเร้า...คนเคล้าคลอหอมนั้นพอหยุดสิ้น..ทุกกลิ่นมาลย์๐ เมื่อสายหยุด..หยุดกลิ่นแต่สิ้นสายอีกรูปกายก็พรั่งพร้อมความหอมหวานโอภาสสูรย์แต้มฟ้า..เหมือนว่า-นานก็ชั่วคราญโถมร่าง..หล่นกลางทรวง