ขอบคุณสำนักวิจัยสังคมและสุขภาพ เอื้อเฟื้อข้อมูลวิชาการค่ะ

ไม่กี่เดือนมานี้ สรพ.(สถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล)นำแนวคิดของ narrative medicine หรือเรื่องเล่าทางการแพทย์มาขยายผลสำหรับโรงพยาบาลที่เข้าร่วมโครงการสร้างเสริมสุขภาพผ่านกระบวนการคุณภาพเพื่อการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืน (SHA) เพื่อฝึกฝนความละเอียดอ่อน มีทักษะในการสัมผัสความรู้สึก ความทุกข์ ความยินดีของผู้ป่วย ผู้รับบริการ ตลอดจนเพื่อนร่วมงาน จนสามารถถ่ายทอดความละเอียดอ่อนนั้นออกมาเป็นเรื่องราว เป็นตัวหนังสือร้อยเรียงเป็นเรื่องเล่าที่น่าติดตามเป็นอย่างยิ่ง

หนึ่งในตัวอย่างรพ.ที่มีการรวบรวมเรื่องเล่าเป็นรูปเล่มสวยงามค่ะ

 

ผลลัพธ์ของการนำแนวคิดนี้มาใช้ทำให้เกิดนักเขียนมือใหม่ แต่ฝีมือไม่ใหม่(จริงๆนะ) เพิ่มขึ้นอย่างมากมาย และนอกจากนี้ สรพ.ยังชักชวน ให้ส่งเรื่องเล่า ที่เป็นเรื่องดีงาม เรื่องราวในการทำความดี เรื่องราวของการแบ่งปัน ความทุกข์ ความสุข ระหว่างแพทย์ พยาบาล เภสัชกร บุคลากรทางการแพทย์ กับผู้ป่วย ชุมชนแม้กระทั่งกับเพื่อนร่วมงานด้วยกัน เพื่อชิงรางวัลอันทรงเกียรติ Humanized Healthcare Award ในเวทีการประชุมวิชาการระดับชาติ HA National Forum ดังเช่นทุกๆปี

สามคนนี้ เล่าเก่งทุกคนเลยค่ะ

รพ.ในโครงการฯ ได้รับโอกาสที่ดี ที่ได้รับการฝึกฝน ได้รับความรู้จากอาจารย์ขั้นเทพ ดร.นพ.โกมาตร จึงเสถียรทรัพย์ ผู้ที่มีความเชี่ยวชาญขั้นเทพ ที่จะเล่าเรื่องและเขียนเรื่องเล่าให้น่าอ่าน น่าติดตาม น่า ซื้อหา น่าค้นหาและศึกษา โดยมีวิธีคิด มุมมองที่สดใหม่ ทันสมัย และเป็นเอกลักษณ์ ค่ะ

ส่วนพอลล่าไม่ได้เรียนกับท่านหรอกค่ะเท่าที่ได้สัมผัสท่านรู้สึกได้ว่า

การเป็นนักเขียนที่ดี ต้องเป็นนักเล่าที่ดีก่อน

รับรู้สรรพสิ่งรอบข้างอย่างประณีต

ใส่ใจรายละเอียด มีสติอยู่กับปัจจุบัน

 และมีธรรมะอยู่ในหัวใจตลอดเวลา

จึงจะสามารถถ่ายทอด เรื่องราวได้ละเอียด ประณีต งดงาม

 

วันนี้พอลล่าได้รับคู่มือ แนวทางการเขียนเรื่องเล่ามาสองเล่มค่ะ จะส่งให้พี่กุ้ง หนึ่งเล่ม และเก็บไว้สำหรับที่สรพ. 1 เล่ม เพื่อให้น้องๆ หรือผู้ที่สนใจ ทุกระดับได้ศึกษาและเรียนรู้ ต่อไป ขอนำสาระสำคัญของ”แนวทางการเขียนเรื่องเล่า” ที่จัดทำโดยสำนักวิจัย สังคมและสุขภาพ ได้รวบรวมจัดทำขึ้น มาบอกเล่าให้กับพี่ๆ น้องๆ เพื่อนๆ ที่โกทูโนว์ นี้ค่ะ พอลล่าได้อ่าน บันทึกของหลายๆท่าน ณ ที่นี้สามารถเล่าเรื่องได้เห็นภาพ ชวนให้คล้อยตามหลายๆท่านเลยค่ะ แอบชม ทั้งในใจและนอกใจอยู่ตลอดค่ะ เห็นด้วยไหมคะ

ท่านที่คุ้นชินกับการเขียน หรือเรียนมาทางด้านศิลปศาสตร์ อาจจะสงสัยว่า ทำไมต้องนำเรื่องนี้มาใช้ในบุคลากรของรพ. เพราะบุคลากรทางการแพทย์ เราถูกสอนแบบวิทยาศาสตร์ แบบมีเหตุมีผล แบบตรรกะ เมือเป็นแบบนี้ต้องเป็นแบบนั้น คุ้นชินกับสังคมปรนัย และชินชากับความทุกข์ ความเจ็บป่วย จึงทำให้บางครั้งขาดความละเอียดอ่อนไปค่ะ

 

 เริ่มจากหลักการพื้นฐานการเขียนเรื่องเล่า

 1) หัวใจของเรื่อง เราต้องหาหัวใจของเรื่องให้เจอก่อน ถามตัวท่านเองว่าต้องการจะสื่อสารประเด็นอะไร กับผู้อ่าน เพื่อเมื่อเราเขียนไป จะได้ไม่แกว่งไป แกว่งมา หลายทิศทาง ใช้เป็นตัวกรองได้ด้วยว่าเราจะใส่เหตุการณ์ไหน ตัดเรื่องไหนที่ไม่เกี่ยวออกบ้าง หัวใจของเรื่องเล่าไม่จำเป็นต้องเศร้าโศก รันทด สลดหดหู่ อาจเป็นเรื่องราวของการทำความดี เรื่องที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้คน หัวใจของเรื่องที่ดี คือ เป็นประเด็นใหม่ที่ผู้คนไม่รับรู้มาก่อน และก่อให้เกิดผลกระทบกว้าง  ที่มาของหัวใจ มาจากข้อค้นพบ เหตุการณ์ที่เราพบเจอ คล้ายๆ กับเรื่องวิจัยที่ได้เล่าไปแล้วค่ะ

2) โครงเรื่อง (Plot)   เป็นเรื่องเล่าทั้งหมดที่สรุปในสาม สี่บรรทัด หรือ 3- 4 ประโยคเท่านั้น

 

 3) การเดินเรื่อง ไม่จำเป็นต้องเรียงลำดับเวลาเสมอไป อาจย้อนสลับไปมาได้แต่ “ขอให้การเดินเรื่องรับใช้หัวใจของเรื่องเล่า “  ถ้าเราต้องการเสนอเรื่องที่สลับซับซ้อน โครงเรื่องที่สลับซับซ้อนสามารถเดินเรื่องออกมาในแนวสลับซับซ้อน ไม่เรียงตามลำดับเวลาตามโครงเรื่องหลักก็ได้  หัวใจที่สำคัญที่สุดก็คือ การอนุญาตให้ กรณีตัวอย่างได้เล่าเรื่องราว เพราะจะทำให้เรื่องเล่ามีพลังมากขึ้น (Speak through the case) พาผู้อ่านเข้าไปในโลกที่เรารู้พร้อมๆ กันกับเราในขณะที่เราเขียน  

 

วิธีการเขียน มีวิธีการเขียนสองแบบคือ

 

1) การเขียนแบบใส่ตาราง คือการซอยเรื่อราวออกเป็นบล็อกๆ ซึ่งเป็นวิธีเขียนที่คนส่วนใหญ่ถนัด

2) การเขียนแบบร้อยลูกปัด เวลาเราเขียนให้นึกถึงเหมือนว่าเรากำลังร้อยลูกปัด มีสายเชือกอยู่ตรงกลาง ร้อยเรื่องราวทั้งหมดไว้ด้วยกัน หัวใจของเรื่องเป็นอย่างไร จะเป็นตัวบอกว่าเราจะเอาลูกปัด หรือเหตุการณ์ใดมาร้อยเข้าในสายเชือกบ้าง คิดว่าเรื่องใดมาก่อนหลัง สลับสีลูกปัดอย่างไร ให้สวยงาม นั่นเอง ยากจัง อิอิ

 

สรุปว่าทั้งสามส่วน  หัวใจของเรื่อง โครงเรื่อง การเดินเรื่อง ทั้งหมดนี้เป็นตัวกำกับร่วมกันว่าจะเขียนอย่างไร ค่ะ

 พรุ่งนี้จะมาเล่าให้ฟังว่า การเขียนแบบร้อยลูกปัดประกอบด้วย สี่ส่วนได้แก่ การปูพื้น การแนะนำตัวละคร จุดเด่นหรือปมขัดแย้งและส่วนสรุปหรือส่วนคลี่คลายเหตุการณ์ จะเป็นอย่างไร โปรดติดตาม ตอน 2 ค่ะ ขอบคุณทุกท่านที่มาอ่านและมาสร้างกำลังใจ เสริมสร้างแรงบันดาลใจให้พอลล่าค่ะ ราตรีสวัสดิ์ค่ะ