"วันครู" และ "ครู" คำเรียกสั้น ๆ

หญ้าแพรก ดอกเข็ม ดอกมะเขือ

         สามสิ่งนี้อยู่ในหัวใจของเด็กไทยทุกคนมาทุกยุคทุกสมัย มันไม่ใช่ไม้สูงส่งอันใด ออกจะต่ำต้อยติดดินด้วยซ้ำ แต่ครูให้ความหมายไว้ว่า
 

หญ้าแพรก ใบเล็กแหลมแข็ง โตได้เร็วและทนต่อสภาพดินฟ้าอากาศ ทนต่อการเหยียบย่ำ ซึ่งเปรียบเสมือนคำดุด่าว่ากล่าวของครูบาอาจารย์ ครูจึงขอให้ปัญญาของเธอจงแตกฉานเช่นนี้

 ดอกเข็ม สีแสด รูปพรรณสัณฐานเหมือนเข็มสมชื่อ ก็ขอให้เธอมีสติปัญญาเฉียบแหลมดังดอกเข็ม

 ดอกมะเขือ รูปดาวสีม่วง สีขาว สื่อถึงการรู้จักอ่อนน้อมถ่อมตน เป็นคนสุภาพเรียบร้อย เปรียบกับมะเขือนั้นจะคว่ำดอกลงเสมอในยามออกลูก คงทนเป็นเยี่ยม แม้จะออกลูกออกหลานแล้วมันก็ยังไม่ทิ้ง กลีบดอกเหี่ยวแห้งยังตามไปติดที่ปลายผล ท่านจึงว่า ให้สติปัญญาคงทนเหมือนดอกมะเขือและประพฤติให้เหมือนดอกมะเขือที่โน้มดอกลงมาเสมอด้วยความอ่อนโยน


        เมื่อได้ครบทั้ง 3 อย่างแล้วก็บรรจงมัดรวมมากับธูปเทียน เด็กคนไหนพอมีฝีมือก็ทำกรวยใบตองใส่ถือไปโรงเรียนในวันไหว้ครู
 ปาเจราจริยา โหนติ
 คุณุตตรานุสาสกา
 ข้าขอประณตน้อมสักการ บูรพคณาจารย์....

        เสียงบทสวดนี้ดังกระหึ่มขึ้น ห้องประชุมที่ทุกคนในโรงเรียนมารวมกันเพื่อประกอบพิธีไหว้ครูประจำปีก็หลายเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ไปในบัดดล ทุกคนเปล่งเสียงออกมาห้วยหัวใจที่พองโตหลังจากที่ซ้อมกันมาหลายวัน

 เรือจ้าง คือครูผู้เปรียบเสมือนเรือจ้าง ทำหน้าที่ส่งผู้โดยสารให้ถึงฝั่งอย่างปลอดภัย เที่ยวแล้วเที่ยวเล่าอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย เพียงขอให้เจ้าเป็นดั่ง หญ้าแพรก ดอกเข็ม และดอกมะเขือ

          วันสำคัญอีกวันหนึ่งในเดือนแรกของปียังมีวันที่มีความหมายต่อการแสดงความเคารพระลึกถึงพระคุณครู ผู้ประสิทธิ์ประสาทวิชาความรู้  "วันครู" และ "ครู" คำเรียกสั้น ๆ คำนี้ มีคุณค่าความหมายยิ่งทั้งการเป็นผู้อบรมสั่งสอน ผู้ถ่ายทอดความรู้สร้างสรรค์ภูมิปัญญา