แนวคิดเรื่องการจัดการเรียนรู้อย่างผสมผสานนั้น มีฐานคิดและแนวทฤษฎีที่สำคัญซึ่งควรนำมาพิจาณา ๓ เรื่อง โดยมีแนวคิดอื่นๆเป็นภาคขยายจากกรอบคิดเหล่านี้ คือ

(๑) การบูรณาการประสบการณ์ทางการเรียนรู้และการสร้างความเข้มข้นทางประสบการณ์

สำหรับคนทำงานทางการศึกษาและนักเทคโนโลยีการศึกษา ก็ขอให้นึกถึงกรวยประสบการณ์ของ เอดการ์ เดล (Edgar Dale's Cone of Experiences)นะครับ หรือเข้าไปดูในบทความซึ่งผมได้นำมากล่าวถึงอย่างละเอียดพอสมควรในโรงมโหรสพทางวิญญาณของสวนโมกข์ ซึ่งแนวคิดเกี่ยวกับกระบวนการเรียนรู้กับการเกิดประสบการณ์ระดับต่างๆของปัจเจกนี้ ให้หลักการที่นำเอามาเป็นแนวพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมการศึกษาในแนวผสมผสานและบูรณาการ ก็เนื่องจากเขาพบว่าการเพิ่มช่องทางและเพิ่มโอกาสในการเกิดประสบการณ์ได้หลายๆทางให้กับผู้เรียนกลุ่มต่างๆนั้น จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเรียนรู้และให้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรู้ได้อย่างสูงสุด 

(๒) การคิดค้นเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อการแก้ปัญหาการศึกษาและกระบวนการจัดการเรียนการสอนในระบบโรงเรียน (Schooling and School-Based Education System )

ในความเป็นจริงแล้ว กระบวนการศึกษาและเรียนรู้ เป็นองค์ประกอบของชีวิตที่จะขาดไม่ได้ ดังนั้น จึงมีบทบาทต่อการพัฒนาปัจเจกและชุมชนระดับต่างๆอยู่ตลอดชีวิต เทคโนโลยีการศึกษาซึ่งก็เป็นมิติหนึ่งของการสร้างขีดความสามารถเพื่อการสร้างสรรค์ของมนุษย์ในทุกขอบเขตของชีวิตประจำวันเช่นกัน จึงมิได้มีอยู่แต่ในการศึกษาในระบบที่เราคุ้นเคยอย่างเดียวเท่านั้น ทว่า เป็นอีกมิติหนึ่งในทุกกระบวนการศึกษาเรียนรู้ที่อยู่ในทุกกิจกรรมของชีวิตไปด้วย

แต่ส่วนใหญ่แล้ว เมื่อกล่าวถึงการศึกษาและเทคโนโลยีการศึกษา ทั้งนักการศึกษา นักเทคโน และคนทั่วไป ก็มักจะมุ่งพิจารณาไปยังการศึกษาในระบบโรงเรียนและการศึกษาของภาคที่เป็นทางการ ดังนั้น การเห็นบริบทของปัญหาภายใต้สภาวการณ์ของการศึกษาเรียนรู้ในภาคที่เป็นทางการนี้ไปด้วยก่อน จึงจะทำให้เห็นลักษณะจำเพาะที่นำมาสู่การออกแบบกระบวนการเรียนรู้และการจัดการเรียนการสอน รวมทั้งการคิดค้นเทคโนโลยีและนวัตกรรมทางการศึกษาที่ทำให้แก้ปัญหาตามความต้องการดังกล่าวนั้นๆตามที่ต้องการได้อย่างดี

การศึกษาในภาคที่เป็นทางการนั้น มีปัญหาที่แก้ไม่ตกด้วยวิธีการที่ดีอย่างอื่นเกิดขึ้นหลายอย่างที่นำมาสู่การคิดค้นและก่อเกิดการพัฒนาเทคโนโลยีการศึกษาและนวัตกรรมการเรียนรู้ใหม่ๆ เช่น การขาดกำลังคน ขาดครูทั้งในแง่จำนวนที่พอเพียงและความสามารถของครูที่ตรงกับวิชาที่ต้องสอน เด็กและคุณลักษณะผู้เรียนมีขอจำกัด ขาดทรัพยากรทางการศึกษา ขาดงบประมาณ และอีกจิปาถะ ซึ่งทำให้ดำเนินการเรียนการสอนและจัดกระบวนการเรียนรู้อย่างเดียว ไม่เพียงพอต่อการแก้ปัญหาทางการศึกษาหลายอย่าง เช่น เด็กเรียนไม่ทัน จำนวนครูไม่พอสอน การศึกษาเพิ่มเติมเพื่อแนะแนวและเตรียมอนาคตให้เด็กไม่พอ คุณภาพการเรียนการสอนไม่พอต้องสอนซ่อมเสริมแต่ก็ไม่มีกำลังทำ เหล่านี้เป็นต้น สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นในขณะที่ความเปลี่ยนแปลงของสังคมและสิ่งแวดล้อมก็ทำให้เกิดแรงกดดันต่อการปรับปรุงและพัฒนากระบวนการศึกษาเรียนรู้ อีกทั้งกระตุ้นให้เกิดการแข่งขันกันอย่างเข้มข้น

สภาวการณ์และความจำเป็นมากมายที่เกิดขึ้นดังกล่าว ทำให้เทคโนโลยีและนวัตกรรมการศึกษาที่มุ่งผสมผสานการเรียนรู้และการเรียนการสอน เป็นทางออกและให้คำตอบที่ดีอย่างหนึ่ง ซึ่งบริบทและเงื่อนไขแวดล้อมอย่างนี้ก็จะทำให้เราเข้าใจเหตุผลที่อยู่ภายในกิจกรรมและกระบวนการต่างๆที่ได้มีการออกแบบขึ้นมา

(๓) การเพิ่มศักยภาพและขยายขีดความสามารถของกระบวนการทางการศึกษา

การเพิ่มศักยภาพและขยายขีดความสามารถของกระบวนการทางการศึกษาให้บรรลุผลสำเร็จมากยิ่งขึ้นอย่างสูงสุดด้วยการพัฒนาด้านวิทยาการและเทคโนโลยีแล้วประยุกต์ใช้เพื่อการศึกษา (Educational Technology for Education Reform) ก็เป็นอีกมิติหนึ่งที่จะต้องนำเอามาเป็นกรอบพิจารณาเพื่อเห็นรูปแบบการจัดกะบวนการเรียนรู้อย่างผสมผสานในเชิงพัฒนาการ ซึ่งการเรียนรู้อย่างผสมผสานในแง่การพัฒนาด้วยเทคโนโลยีนี้ จัดว่าเป็นแนวทางที่มีการพัฒนาอยู่มากพอสมควรแล้วของการทำงานด้วยปัจจัย IECT : Information, Education, Communication Technology ในยุคการพัฒนาการศึกษาให้ครอบคลุมทั่วถึงเมื่อ ๕๐-๖๐ ปีก่อนของโลกการศึกษา ซึ่งก็เหมือนกับที่มีกลยุทธเรื่อง IEC Program : Information,Education, Communication Intervention Program ในด้านการพัฒนาประชากรศึกษาและการพัฒนาสาขาต่างๆซึ่งร่วมสมัยยุคเดียวกันเช่นกัน 

Blended e-Learning : อินเทอร์เน็ตกับการเรียนรู้ผสมผสาน

ความแตกต่างและลักษณะร่วมกันของวิธีการ ผสมผสาน และ บูรณาการ ในสาขาการพัฒนาต่างๆ

ในอดีตนั้น การจัดการเรียนรู้แบบผสมผสานและการจัดกระบวนการเรียนรู้จากสื่อประสม ก็เป็นประเด็นที่ถกเถียงกันมากว่ามีนัยะต่อความแตกต่างในเชิงระเบียบวิธีกันอย่างไรหรือไม่ระหว่างการใช้คำว่า ผสมผสาน กับ การประสม เพราะบางครั้งก็เรียกและให้นิยามปฏิบัติการกันว่า Mixed-Method Learning, Mixed-Media for Learning Development, Multi-Methods Learning และในการออกแบบกิจกรรมตามแนวคิดกรวยประสบการณ์ของเอดการ์เดลที่นักการศึกษาและนักเทคโนโลยีการศึกษารู้จักแพร่หลายกันดีทั่วโลกนั้น เขาก็ใช้คำว่า Integration มากกว่า Mixed-Method และ Blended Learning อย่างเป็นที่รู้จักและใช้กันมากกว่าในวงการศึกษาปัจจุบัน

การผสมผสานและบูรณาการเชิงระบบวิศวกรรม

อย่างไรก็ตาม คำว่า Integration Development และ Integration Learning for Change ในวงการอื่นที่นำเอามิติการศึกษาเข้าไปขับเคลื่อนการทำงานนั้นๆ ก็มีเช่นกัน ทว่า เมื่อเทียบเคียงกับในวงการศึกษา ก็จะพบว่ามีความแตกต่างทั้งวิธีคิดและลักษณะของเนื้องานที่เกี่ยวข้องมากเลยทีเดียว เช่น ในสาขาวิศวกรรมนั้น คำว่าผสมผสานและบูรณาการ ก็จะหมายถึงการรวมเอาบทบาทหน้าที่เชิงระบบและกลไกให้มาทำงานผสมผสานกัน โดยหลักๆเลยก็เพื่อสนองตอบวัตถุประสงค์สำคัญคือ การทำให้เกิดผลการทำงานด้วยระบบที่เชื่อมโยงกันแล้วก่อเกิดผลผลิตและผลลัพธ์อย่างใหม่เกิดขึ้น เช่น รถยนต์เกิดจากการเชื่อมโยงผสมผสานกันของหลายระบบย่อย แล้วก่อเกิดคุณสมบัติอย่างใหม่ขึ้นมาซึ่งไม่มีอยู่ในระบบย่อยส่วนใดอย่างเป็นการจำเพาะอีกด้วย

อีกวัตถุประสงค์หนึ่งของการผสมผสานก็คือ เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์การใช้สอยปัจจัยร่วมกันแต่ระบบอันเกิดจากการผสมผสานและบูรณาการกันนั้น สามารถทำงานที่ต้องการได้หลายหน้าที่ (Multi-Functional delivered) และมีประสิทธิภาพมากกว่าเดิมหลายอย่าง เช่น Integrated Amplify และ Multi-Media ในยุคต่างๆ ก็มีที่มาจากการบูรณาการวงจรการทำงาน ซึ่งผสมผสานกันหลายระบบของสื่อ (เสียง ภาพ ข้อมูลตัวอักษร  ภาพเคลื่อนไหว โทรศัพท์ เครื่องเล่นเทป โทรทัศน์) ทำให้ได้ระบบที่ไม่ซับซ้อนแต่ทำหน้าที่ได้หลากหลายและซับซ้อนมากขึ้น ทั้งทำงานร่วมกันเพื่อจุดหมายเดียว และทำงานแยกกันแต่ใช้วงจรและระบบพื้นฐานร่วมกัน

การผสมผสานและการบูรณาการในการพัฒนาสาธารณสุขมูลฐาน

ในด้านการวิจัยและการพัฒนา ก็มีการใช้ว่าการพัฒนาแนวผสมผสานบ้าง การพัฒนาอย่างบูรณาการบ้าง การวิจัยแบบบูรณาการบ้าง อีกทั้งในปัจจุบัน ก็มีการพัฒนาระเบียบวิธีการวิจัยแบบผสมผสานและการวิจัยแบบบูรณาการขึ้นมา เป็นระเบียบวิธีวิจัยที่จัดว่าเป็นขั้นก้าวหน้าของวงวิชาการอีกด้วย ในด้านการพัฒนาการสาธารณสุขมูลฐานซึ่งทำในประเทศไทยและทั่วโลกมากว่า ๒๐-๓๐ ปีแล้ว บางครั้งก็จะเห็นนักพัฒนานิยามว่าการพัฒนาแนวผสมผสานและการพัฒนาสุขภาพอย่างบูรณาการ

ตัวอย่างดังที่กล่าวมาเหล่านี้ เมื่อเห็นแล้วก็อาจจะคิดว่าน่าจะคล้ายและเหมือนกับวงการเทคโนโลยีการศึกษานะครับ ทว่า หากเข้าไปศึกษาในรายละเอียดแล้วก็จะเป็นคนละเรื่องเลย ไม่เหมือนครับ ไม่เหมือน เหตุที่ไม่เหมือนก็เพราะฐานคิดในเชิงทฤษฎีไม่เหมือนกันและมองกันคนละระดับ หรือมีบริบทและหน่วยในการวิเคราะห์ไม่เท่ากันนั่นเองครับ

การผสมผสานและการบูรณาการในการพัฒนาแบบสหสาขา

อย่างการบูรณาการทางการศึกษาในสาขาประชากรศึกษาและการพัฒนาสุขภาพ รวมไปจนถึงการพัฒนาในสาขาต่างๆที่ไม่ใช่การพัฒนาการศึกษาในห้องเรียนนั้น การผสมผสานและการบูรณาการ ก็จะหมายถึงการขยายกรอบปฏิบัติจากที่เป็นการมุ่งบรรลุผลสูงสุดต่อจุดหมายเดี่ยว (Singularity Goal and Objective) ไปสู่การมุ่งบรรลุผลสูงสุดไปพร้อมกันหลายด้านหลายวัตถุประสงค์ (Multiples-Objectives and Complicated Goals) ในเวลาเดียวกัน เช่น ต้องบูรณาการเพื่อมุ่งสู่ทั้งเป้าหมายทางการศึกษา สุขภาพ สิ่งแวดล้อม การพัฒนาสังคม เศรษฐกิจ การเมืองภาคทางการ การเมืองภาคประชาชน และอื่นๆ วัตถุประสงค์ของส่วนรวม วัตถุประสงค์ของปัจเจก วัตุประสงค์เชิงนโยบายของภาครัฐ วัตถุประสงค์ของเอกชนและประชาชน เหล่านี้เป็นต้น

มองในแง่นี้ก็จะเห็นว่ามิใช่เพียงการออกแบบและการแก้ปัญหาทางเทคนิคด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมเท่านั้น ทว่า เป็นการทำงานออกแบบระดับวิถีคิด(Reconceptualization) เพื่อสร้างกระบวนทรรศน์ในการพัฒนาอย่างใหม่ในเรื่องนั้นๆเลยทีเดียว อีกทั้งมีความหมายต่อการทำงานอย่างเห็นความเป็นไปของสังคมมาก เพราะบางเรื่องในโลกความเป็นจริงนั้น หลายอย่างที่เป็นความจำเป็นของสังคมไม่สามารถแยกส่วนและลดทอนให้ง่ายเพื่อทำอย่างเอกเทศ ต้องทำในเวลาเดียวกันแต่ให้ครอบคลุมสิ่งที่ต้องการให้ทั่วถึงมากที่สุด การผสมผสานและการบูรณาการในสาขาการพัฒนาดังกล่าว จึงอาจจะมีความแตกต่างไปจากที่ใช้ในวงการศึกษา เพราะกรอบแนวคิดและทรรศนะต่อมิติการศึกษาเรียนรู้ที่นำเอามาเชื่อมโยงกับการพัฒนาในสาขานั้นๆ กินขอบเขตกว้างขวางกว่าการศึกษาในห้องเรียนและการศึกษาในระบบโรงเรียน

การผสมผสานการเรียนรู้ในนิยามและทรรศนะของนักการศึกษาและนักเทคโน ที่มักใช้ว่า Blended Learning นั้นก็จะมุ่งเน้นไปอีกทางหนึ่ง ซึ่งมีลักษณะมุ่งบูรณาการในเชิงประสบการณ์หลายๆอย่าง หลายๆช่องทางเพื่อเพิ่มคุณภาพและประสิทธิภาพการศึกษาเรียนรู้โดยมีวัตถุประสงค์เชิงเดี่ยวและไม่ซับซ้อนมากนักเป็นเกณฑ์ เมื่อพิจาณณาตามเงื่อนไขแวดล้อมอย่างนี้แล้ว ก็จะเห็นว่ามีความเหมาะสมที่จะเรียกว่า Blended Learning มากกว่าใช้ Integration Learning อย่างในวงการอื่นๆ

ผสมผสานและบูรณาการเชิงระเบียบวิธีการวิจัย

ส่วนในเรื่องการวิจัยและพัฒนานั้น ก็มีการใช้ปนกันทั้งการผสมผสาน การผสมระเบียบวิธี การวิจัยแย่างบูรณาการ แต่ถ้าหากเข้าใจหลักการแล้วก็จะไม่เกิดความสับสนแต่อย่างใด สามารถเข้าใจและมีแนวการพิจารณาได้ชัดเจนพอสมควร โดยตรวจสอบดูในเรื่องวัตถุประสงค์กับระเบียบวิธีที่ได้ออกแบบกับปฏิบัติการวิจัยในเรื่องต่างๆ

หากเด่นออกไปในเรื่องการขยายกรอบเกี่ยวกับจุดหมายและวัตถุประสงค์ ซึ่งโดยปรกติแล้วงานวิจัยโดยทั่วไปก็ต้องมีจุดหมายเพื่อมุ่งสร้างความรู้ แต่ปัจจุบัน งานวิจัยและพัฒนาอาจมุ่งบรรลุผลหลายอย่างไปด้วยกัน ไม่ใช่ต้องการสร้างแต่ความรู้อย่างเดียว แต่ต้องการแก้ปัญหาและพัฒนาด้านต่างๆให้เกิดขึ้นได้จริงๆด้วย เช่น การพัฒนาคน พัฒนาสังคมประชากรในพื้นที่ พัฒนาสิ่งแวดล้อม พัฒนาการศึกษาและการสื่อสารเรียนรู้ พัฒนาสุขภาพและสุขภาวะ ขณะเดียวกัน ก็มุ่งได้ความรู้และการสร้างสิ่งใหม่ทั้งในเชิงทฤษฎี วิชาการ และนวัตกรรมทางการศึกษา ไปด้วย การดำเนินการอย่างนี้ก็จะเห็นว่าเรียกการวิจัยและพัฒนาแนวผมผสานก็มี การวิจัยและพัฒนาแบบบูรณาการก็มี ซึ่งในทรรศนะผมแล้ว เห็นว่าควรเรียก Integration Research and Development เนื่องจากมีเงื่อนไขความจำเป็นและจุดเน้นที่แตกต่างกันหลายอย่างดังที่กล่าวถึงในข้างต้น

แต่ถ้าหากดำเนินการคล้ายกัน ทว่า เน้นการใช้ระเบียบวิธี(Methodology and Methods) หลายอย่าง เพื่อให้มุ่งแก้ปัญหาและบรรลุวัตถุประสงค์การพัฒนาหลายอย่างไปพร้อมกันเหมือนกัน แต่ให้ความสำคัญต่อการสร้างความรู้และบริหารจัดการด้วยระเบียบวิธีที่อิงการใช้ระเบียบวิธีทางความรู้ การใช้วิชาการ (Knowledge-Based and Problem-Based Learning Oriented : K-PBL) และวิธีวิทยาในการสร้างความรู้ที่เชื่อมโยงใกล้ชิดกับภาคปฏิบัติการมากกว่า ซึ่งสะท้อนถึงความเป็นเหตุเป็นผลเพื่อการสร้างความเข้มแข็งหนักแน่นของการได้ความรู้ด้วยการผสมผสานทางระเบียบวิธี จึงควรเรียกว่า Mixed-Method ซึ่งใกล้เคียงกับ Blended Learning มาก 

คุณลักษณะเฉพาะของ Blended e-Learning และนัยสำคัญต่อการพัฒนาในอนาคต

อย่างไรก็ตาม เมื่อมองภายใต้บริบทและกรอบทฤษฎีที่กล่าวถึงในข้างต้นแล้ว ก็จะพบว่า Blended e-Learning ซึ่งเป็นรูปแบบการผสมผสานการเรียนรู้และนำเอาเทคโนโลยีสารสนเทศมาเป็นองค์ประกอบดำเนินการนั้น มีวัตถุประสงค์จำเพาะเป็นตัวตั้ง แล้วมุ่งผสมผสานเชิงวิธีการและกระบวนการ เพื่อบูรณาการเชิงประสบการณ์ทางการเรียนรู้หลายๆช่องทาง แต่อิงอยู่กับจุดหมายหลักจุดหมายเดียวตามที่ต้องการพัฒนาการศึกษาเรียนรู้นั้นๆ นั่นเอง

การเห็นแง่มุมเล็กน้อยที่เหมือนกัน ทว่า แตกต่างกันทั้งวิถีคิดและวิธีปฏิบัติเหล่านี้ อาจเป็นเรื่องที่สำคัญมากเหมือนกัน เพราะถ้าหากมองในแง่การทำงานเชิงขับเคลื่อนชุมชนและสร้างพลังสังคมไปด้วยแล้ว ก็จะทำให้คนต่างวงการ ต่างศาสตร์ ต่างสาขาความเชี่ยวชาญ สามารถเห็นทั้งความแตกต่างและแง่มุมที่มีความเชื่อมโยงกัน และอาจนำไปพัฒนาแนวคิดเพื่อพัฒนาเครือข่ายการทำงานแนวผสมผสานหรือบูรณาการ ให้ได้รูปแบบดำเนินการใหม่ๆที่ดีมากขึ้นเป็นลำดับได้ต่อไป.

..........................................................................................................................................................................

หมายเหตุ : ปรับปรุงจากการสนทนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับคุณครูอ้อยเล็ก : คุณครูวัชรี โชติรัตน์ ในหัวข้อ Process of Learning Design ซึ่งมีเนื้อหามากและเห็นว่าคงจะเป็นประโยชน์ทั้งต่อผู้เขียนเองและต่อผู้ที่สนใจจะได้ค้นหาได้สะดวกและเป็นหมวดหมู่จำเพาะมากกว่าเดิม ผู้เขียนจึงนำมาเรียบเรียงไว้เป็นอีกหัวข้อหนึ่งต่างหาก