คำกล่าวของอาจารย์ที่ควร (ต้อง) ถือปฏิบัติ
ผมจำได้ว่า อาจารย์กล่าวข้อความนี้ไว้ "แล้วแต่เวรแล้วแต่กรรม" คำนี้มีความหมายบ่งชี้ถึง "กรรมใดใครก่อ กรรมนั้นตอบสนอง" หมายความเอาเองว่า หากเราทำสิ่งใดไว้ เราจะได้รับผลของสิ่งนั้น เช่น หากเรากินข้าว เราก็อิ่มจากข้าว ท้องเราก็เต็มด้วยข้าว หากเราบริจาคเลือด เลือดจำนวนหนึ่งของเราก็หายไปจากร่างกาย แต่ก็แปลกว่า ทำไมเขาถึงสอนว่า ให้มากเท่าไร ได้มากกว่าเท่านั้น เป็นไปได้ถึงความรู้สึกที่อิ่มใจที่ได้ให้ จึงมีความรู้สึกแบบนี้มาก
"แล้วแต่เวรแล้วแต่กรรม" คำว่า "เวร" คือการผูกโกรธ ผูกอาฆาต เมื่อเราผูกโกรธ ผูกอาฆาต เราก็จะติดข้องอยู่กับโกรธและอาฆาตนั้น จริยธรรมในพุทธปรัชญาจึงเสนอว่า เวรย่อมระงับด้วยการไม่จองเวร หมายความว่า การโกรธ แค้น อาฆาต จะระงับได้ด้วยการไม่โกรธ แค้น อาฆาต ดังนั้น เวรจะไม่มีต่อผู้ไม่มีเวร ส่วนคำว่า "กรรม" หมายถึงการกระทำ ในพุทธปรัชญาเสนอกรรม ๓ ทางคือ กาย วาจา และใจ ทั้ง ๓ ทางมีความเป็นไปได้ทั้งบวกและลบ ในคำว่า "แล้วแต่กรรม" ก็มีความเป็นไปได้ทั้งบวกและลบ หมายความว่า ทำดีดี ทำไม่ดีก็ไม่ดี หรือ ทำดีมีผลดี และทำไม่ดีก็มีผลไม่ดี ซึ่งต้องเริ่มที่ตัวเจตนาเป็นอันดับแรก ส่งทอดเป็นกระบวนการ จนกว่าการกระทำนั้นจะสัมฤทธิ์ผล แน่นอนว่า ถ้าเราทำดีก็ดี ถ้าเราทำไม่ดีก็ไม่ดี
วันนี้อาจารย์บอกว่า ให้...ภาษาอังกฤษว่า คอมเม้นท์ ละมั้ง แปลว่าอะไรก็ไม่รู้ สิ่งที่อาจารย์ได้เสนอไว้ในห้อง พอจะกล่าวสั้นๆ ได้ดังนี้
ก. จุดแข็ง...เนื้อหาในช่วงแรกค่อนข้างหนัก (แต่ไม่หนักเกินไปกว่าจะเข้าใจ) ช่วงหลังสามารถที่จะเสนอเนื้อหาอย่างละเอียด ลึกซึ้ง เข้าใจง่าย ซึ่งผมบันทึกไว้ในสมุดบันทึกด้วยลายมือว่า
อาจารย์เป็นคนฉลาดหลักแหลม สามารถที่จะเชื่อมโยงความรู้ ยกตัวอย่าง ได้อย่างชัดเจน ทั้งเรื่องที่ยากและง่าย สมองไว ทัน(ควัน)
จากข้อนี้ทำให้เห็นว่า อาจารย์ได้่อ่านเอกสาร ทำความเข้าใจ ความรู้ตกผลึกแล้ว จึงสามารถถ่ายทอดได้ถึงขนาดนี้
ข. จุดอ่อน...เนื่องจาก (เท่าที่สังเกต) อาจารย์เก่งภาษาอังกฤษ และหลายๆท่านเก่งภาษาอังกฤษ เป็นไปได้หรือไม่กับ..ถ้าหากบรรยายไทย ศัพท์วิชาการก็น่าจะไทยๆที่เข้าใจได้ แต่นั่นแหละ ระดับนี้แล้ว ถือว่าเป็นเรื่องปกติสำหรับนักศึกษา และนักศึกษาเหล่านี้ก็จะไปสร้างปัญหากับชาวบ้านอีกทีหนึ่ง (พูดให้ชาวบ้านเข้าใจไม่ได้)
ค. เรื่องอะไร...ที่จำได้ขณะนี้คือ Mark มองว่า วัตถุเป็นที่มาของความคิด ส่วน Hegel มองว่า จิตเป็นต้นกำเนิดของวัตถุ, ประวัติศาสตร์ในทัศนะของ Mark and Hegel หมายถึง การเปลี่ยนแปลงไปสู่เป้าหมาย (ผมไม่มั่นใจนัก..ได้แค่นี้ดีกว่าไม่ได้เลย)
ง. ความรู้ใหม่เอี่ยม..(ของผมแต่เก่าของคนอื่น) เป้าหมายของ communist คือ ไม่มีเขาและเรา เป้าหมายของ mark คือ ชีวิตที่ปราศจากวัตถุ (ไม่ยึดติดวัตถุ) communist society คือ ความหลุดพ้นจากโลกของวัตถุ
จ. ความรู้อื่นๆ ... "งานวิจัยระดับปริญญาเอก ต้องอ้างอิงทฤษฎีประกอบ" "จงอ่านหนังสือต้นตำรับให้มากๆ เพื่อการวิเคราะห์-สังเคราะห์ความคิดสู่สังคม" "เราต้องรู้จักตัวตนที่แท้จริงของนักปรัชญา" "การเป็นนิสิตเราจำเป็นต้องเสนองานทางเอกสาร พร้อมการอ้างอิงเพื่อฉายความคิดออกสู่สังคม".....
ฉ. บันทึกความคิดจากการสังเกต...."จงนิ่งเงียบเพื่อฟังส่วนลึกของเสียง แล้วเราจะรู้จักเจ้าของเสียงมากขึ้น"... ผมจึงคาดเดาเอาเองว่า อาจารย์ค่อนข้างเด็ดขาด
ช. โต้เถียงในใจ..."แน่ใจหรือว่าเราจะรู้จักตัวตนของนักปรัชญาได้อย่างถ่องแท้ ..นักปรัชญาไม่น่าแตกต่างจาก.....ในอะตอม กล่าวคือ เมื่อยิงอนุภาคไปแล้วก็หายวับไปกับตา" "ทำไมเราต้องเป็นที่พึ่งให้สังคม ทำไมสังคมไม่เป็นที่พึงให้สังคมเอง"
ญ. ปิดห้องเรียน...สำหรับวันนี้ ผิดพลาดประการใด อันเกิดจากรู้-ไม่รู้ มีสติ-ไม่มีสติ ผมกราบขออภัยด้วย..กาลเวลาผ่านไป ทำให้ทุกอย่างเปลี่ยนไปด้วย แ่ต่แล้วก็ทิ้งทุกอย่างไว้ที่ลมหายใจเฮือกสุดท้าย..ของพระองค์จงเป็นเป้า หมายแห่งความดีสูงสุดของชีวิตทั้งผอง
คำกล่าวของอาจารย์ที่ควร (ต้อง) ถือปฏิบัติ
"แล้วแต่เวรแล้วแต่กรรม"..."กรรมใดใครก่อกรรมนั้นตอบสนอง"..."เวรย่อมระงับด้วยการไม่จองเวร"
อิอิ..ไม่รู้จะจำกัดความ จำกัดคำเช่นไร แต่ตลอดเวลาที่อ่าน และทุกถ้อยคำ ทำให้ข้าพเจ้าคิดว่า กำลังนั่งฟังอยู่ในห้องเรียนนั้นอีกครั้งเลยทีเดียว
อิอ..ไม่มีคำกล่าวได้จะเกินไปกว่า เข้าท่า...เข้าที นะเพื่อน อิอิ
ช่างคิด..ชอบคิด.. "การวิเคราะคน ผมไม่ถนัด วิเคราะห์ตัวหนังสือถนัดกว่า"
แต่เท่าที่รู้ บทเรียนที่ 1 ของนักศึกษา เรื่อง Dialectic
บทเรียนที่ 1 ของอาจารย์ เรื่อง "................"
ให้เพื่อนเติมคำในช่องว่าง จ้า
สวัสดีครับคุณนางฟ้า
เย้...ถึงฟังอาจารย์ไม่ค่อยเข้าใจ...
แต่มาฟังพี่แล้ว...เข้าจ๊าย...เข้าใจ..
เหมือนกำลังมาอ่านบทเรียนอีกครั้ง
ดีใจจัง...อย่างน้อยก็มีพี่นั่นแหละที่เข้าใจปุ้ย
พี่พี่สรุปทุกสัปดาห์เลยนะ...เผื่อความรู้ปุ้ยจะแตกฉานบ้าง
แล้วแต่เวรแล้วแต่กรรม..สงสัยจะมีกรรมเยอะปุ้ยเข้าใจยากจริงๆ
พูดสั้นๆว่า..โง่เลย..อวิชชามีมากมาย
สวัสดีปีใหม่ครับ...nemiraja