วิทยานิพนธ์

"ทำถึงไหนแล้ว?"

         คำที่ได้ยินจากเพื่อนๆ ร่วมรุ่นระหว่างทำวิทยานิพนธ์ กลายเป็นคำที่ใช้ทักทายเมื่อได้เห็นหน้ากัน สำหรับคนที่เป็นฝ่ายถาม มักจะอยากรู้ว่าเพื่อนๆทำกันถึงไหนแล้วเผื่อจะได้เกาะกลุ่มเพื่อนๆได้ทัน สำหรับคนตอบส่วนมากแล้วมักจะกระอักกระอ่วนใจที่จะตอบเพราะเหตุที่ว่า งานไม่ก้าวหน้า หรือก้าวหน้าไป 1% ตอบแบบยิ้มแห้งๆ ไป

         ยากนักสำหรับการที่จะตอบคำถามเหล่านี้ เพื่อนกระผมบางคนถึงขั้นที่ ออกตัวมาก่อนเลยว่า อย่าถาม น่าคิดมั้ยครับว่า เค้าซุ่มอยู่ หรือว่า .......(งานยังไม่เดิน) เรื่องที่ต่างคนต่างติดตามกันเอง ด้วยความอยากรู้ แต่ สุดท้ายคือตัวเราเอง ต้องบังคับตัวเองให้ได้

        หลังจากส่งโครงร่างบางคนหายหน้าหายตาไปจากวงการเพื่อนๆ ไปเลยก็มีให้เห็นเท่าที่เห็นแล้วจะมีบางส่วนที่เข็นไปได้ตามเวลา แต่บางส่วนวางมือไปเลย มาจับอีกที โครงร่างที่ส่งไปสนิมเกาะไปเสียแล้วเก็บไว้เกินไป บ้างก็ตัวเล่มโครงร่างหนาขึ้นไม่ได้ทำเพิ่มน่ะครับ แต่เพราะโครงร่างมันโดนความชื้น กระดาษบวม เลยดูหนาขึ้น !! ควรจะดีใจหรือเสียใจดี? แต่ไม่เป็นไร แต่สำคัญกว่านั้น ก้าวที่จะเริ่มเข็ญกันใหม่เมื่อถึงเวลาที่ต้องทำ ด้วยระยะเวลาที่เค้นเข้ามาเต็มที

       สนิมที่เกาะตัวหนาบนโครงร่างเล่มนั้น จะทำให้งานกระเตื้องขึ้นมานั้นนับเป็นก้าวที่หนืด และมีแรงเสียดทานทางความรู้สึกเป็นอย่างสูง เพราะต้องมานั่งนึกย้อนอีกว่า ทำอะไรไปบ้างแล้ว แล้วต่อไปจะทำอะไรต่อ? คิดหนักนะครับ ตรงนี้อาจจะทำให้บางคนชะงักอยู่เป็นเดือนก็มี เหตุจาก ไฟล์หาย หรือข้อมูลอยู่อย่างกระจัดกระจาย เป็นต้น แต่ถ้าผ่านตรงนี้ไปได้ ลื่นไหลได้อย่างหาแรงฉุดรั้งไว้ไม่อยู่ แน่นอนครับ ความสำเร็จแค่เอื้อมแค่จะคว้ามันมาหรือไม่ก็แค่นั้นเอง

       การบังคับตัวเองนั้นเหมือนจะง่ายแต่ก็ไม่ง่าย ถามว่ายากมั้ยมันก็ไม่ยากถ้าใส่ใจ

                                                                 ถูกปั่นหัวโดยวิทยานิพนธ์

                                                                         พยายามสนุกกับมัน

                                                              เริ่มก้าวแรกให้ได้ ก้าวสองจะมาเอง