อีกไม่กี่วัน จะปีใหม่อีกแล้ว รู้สึกเวลาเร็ว ครั้งเป็นเด็ก กว่าจะครบปี กว่าจะได้เลื่อนไปอยู่ชั้นที่สูงกว่า เมื่อไรจะได้ขึ้นมัธยม จะได้ไปเรียนในเมือง รอแล้วรออีก..แต่พออายุมากเข้า ตรงกันข้าม แป๊บๆสัปดาห์ แป๊บๆเดือน นี่จะปีอีกแล้ว ปีนี้เหมือนเร็วกว่าปีก่อนด้วยซ้ำ 

ก่อนจะมาบันทึกที่ gotoknow เคยนึก..ถ้าได้เขียนคอลัมน์ในหนังสืออะไรสักอย่างล่ะก็สุดยอดเลย ผมอยากเขียนเล่าเรื่องการศึกษาครับ โดยเฉพาะปัญหา ไม่ได้หมายถึงปัญหาใหญ่ๆระดับชาติ เพราะคงไม่รู้อะไรลึกซึ้ง แต่ปัญหาอยากเล่า คือ ปัญหาที่เกิดขึ้นในสถานศึกษา เชื่อว่าตัวเองรู้เรื่องนี้ดี เมื่อครอบครัวสำคัญต่อสังคม โรงเรียนก็น่าจะสำคัญต่อการจัดการศึกษาโดยรวม ได้แค่นึกครับ เพราะไม่เคยลงมือทำอะไรเลยเกี่ยวกับเรื่องนี้ 

พอดีรู้จัก gotoknow เวทีแห่งการบอกเล่าเรื่องราวต่างๆ แต่พออ่าน เขาพูดถึงความสำเร็จกัน เพิ่งรู้ภายหลัง ที่นี่แลกเปลี่ยนเรียนรู้ความสำเร็จ ฉะนั้น อยากจะเล่าปัญหา คงไม่เหมาะนัก การจัดการเรียนการสอนของตัวเองล่ะ ประสบผลสำเร็จหรือ? ก็พอมี แต่แค่ความสำเร็จในสายตาเราเท่านั้น พอได้กระมัง..ผมทบทวนตัวเองบ้าง เมื่อเห็นหลายคนทำ ในช่วงปีใหม่จะมาถึง 

ราวๆต้นเดือนที่ผ่านมา สอนชั้น ม.6 สาระหลักเป็นเรื่องสิ่งแวดล้อมดังที่เคยเล่า เนื้อหาวันนี้เป็นการศึกษาระบบนิเวศในน้ำ วิธีการ ผมให้นักเรียนทำปฏิบัติการตามหนังสือ สสวท.(ชีววิทยา เล่ม 6) ไม่บ่อยครับที่เด็กๆจะมีเครื่องไม้เครื่องมือครบ ครั้งนี้ก็เช่นกัน นักเรียนทั้งหมดมี 6 กลุ่ม กลุ่มละ 4-5 คน แต่อุปกรณ์มีแค่ 2 ชุด ผมบอกนักเรียน สลับกันทำ เสร็จแล้วรีบส่งต่อให้เพื่อน อย่าให้เพื่อนตาม เกรงใจกัน

กิจกรรม 2 ชั่วโมง ทำความเข้าใจล่วงหน้า ตั้งแต่ชั่วโมงก่อนแล้ว แต่ละกลุ่มต้องเลือกสถานที่ศึกษา พร้อมเขียนแผนผังระบุตำแหน่ง แหล่งเรียนรู้เรื่องนี้โรงเรียนเราพร้อมมากครับ เพราะคลองน้ำมีทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ยิ่งหลังโรงเรียนด้วยแล้ว มีบันไดลงคลองเว้นระยะห่างกันเป็นจุดๆอีกต่างหาก

ข้อมูลที่นักเรียนต้องเก็บเพื่อนำมาศึกษา ได้แก่ สภาพทั่วไป สภาพน้ำ สี กลิ่น ฯลฯ ผมหยอดกะให้นักเรียนขำ คงไม่ต้องถึงกับชิมรสชาติดอกนะแต่นักเรียนเฉยครับ(ฮา) นอกจากนั้น ยังต้องเก็บข้อมูลอื่นๆ ได้แก่ อุณหภูมิน้ำ ความเป็นกรด-เบส ความขุ่น หรือระดับความลึกในการส่องสว่างของแสง รวมถึงชนิดของพืช กำหนดให้นักเรียนแต่ละกลุ่มศึกษา 1 จุด แต่ละจุดศึกษาน้ำที่ผิวกับที่ระดับความลึก 1 เมตร จากนั้น ให้ตัวแทนมารับอุปกรณ์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเทอร์มอมิเตอร์ ยูนิเวอร์ซัลอินดิเคเตอร์ เซคิดิสก์ รวมทั้งขวดเก็บตัวอย่างน้ำ พร้อมซักซ้อมวิธีใช้อีกเล็กน้อย 

ตามไปดูการทำงานของนักเรียนทุกกลุ่มในสถานที่จริง เรื่องเครื่องไม้เครื่องมือ แม้ไม่ครบ แต่ก็แบ่งกันได้อย่างไม่เสียเวลารอ เพราะแต่ละกลุ่มอยู่ไม่ห่างกัน ตะโกนถามบอกต่อกันได้ ว่าอะไรเสร็จแล้ว อะไรยังใช้อยู่ แต่ที่เห็นและชื่นชม คือ ความพยายามครับ 

เนื่องจากคลองเต็มไปด้วยผักตบชวา นักเรียนต้องรื้อเก็บผักตบชวาขึ้นมาก่อน อยู่ในชุดนักเรียนทั้งนั้น จึงไม่สะดวก ห้องนี้ส่วนใหญ่เป็นนักเรียนหญิงเสียด้วย แต่สำหรับตัวนักเรียนเองแล้ว คงไม่คิดว่าเป็นอุปสรรคอะไร 

ปัญหาที่พบอีก คือ บริเวณจะศึกษา ลึกไม่ถึงเมตรอย่างที่ต้องการ จึงต้องลงไปทำในน้ำกันอย่างทุลักทุเล แม้ครูจะตระหนักว่า การแก้ปัญหาเช่นนี้ จะทำให้ข้อมูลไม่แม่นยำ หรือคลาดเคลื่อน แต่เฉพาะหน้าแล้ว คงไม่สามารถทำอะไรได้ ที่สำคัญกว่า เห็นความพยายามของลูกศิษย์ทั้งหลายครับ

จำสุภาษิตฝรั่งบทหนึ่งได้ พยายามแล้วพลาด ดีกว่าพลาดที่จะพยายาม โดยเฉพาะคนไทย เราคุ้นเคยกันดีกับความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จย่อมอยู่ที่นั่น 

ฉะนั้น เมื่อเห็นความพยายามของลูกศิษย์ ก็เห็นความสำเร็จของพวกเขารออยู่ข้างหน้าแล้ว

สวัสดีปีใหม่ 2553 ครับ