ผู้เขียนเดินทางไปนิเทศโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนอาทรอุทิศ  อ.นครไทย จ.พิษณุโลก  หลังจากเสร็จภารกิจแล้ว  เด็กนักเรียนได้เป็นไกด์พาไปชมน้ำตกห้วยตาเหลียว  การเดินทางเป็นรถตู้ทำให้ค่อนข้างลำบากเพราะถนนเป็นดินลูกรัง    แถมมีหินด้วย ทางชัน   จึงต้องจอดรถแล้วลงเดิน  นักเรียนบอกว่านิดเดียวเอง   แต่สงสัยว่าจะเป็นการปลอบใจ เสียงบอกว่า"โค้งข้างหน้าก็ถึงแล้ว"    

                แล้วเด็กก็บอกว่าถึงแล้ว....พอเงยหน้าขึ้นมอง  ตอนนี้มองเห็นน้ำตกอยู่ไกลๆ ก็ต้องเดินอีกแล้ว  ไม่เหมือนน้ำตกใกล้ๆพิษณุโลกเลย  ขับรถไปก็ถึง แถมมีร้านข้าวเหนียวไก่ย่าง ส้มตำเต็มไปหมด  บวกผู้คนที่พลุกพล่านเต็มไปหมด ตามมาด้วยขยะมากมาย

      ที่นี่มีความเป็นธรรมชาติอยู่มาก  ดูรู้ว่าแทบจะไม่มีนักท่องเที่ยวมารบกวนเลย    ต้องปีนป่ายก้อนหินไปทีละก้อน

 

เดินมาก็เมื่อย แล้วยังต้องปีนป่ายอีก  ทำเอาแย่เหมือนกัน  แต่เด็กๆไปกันเร็วมากๆ  ต้องบอกว่า  "รอป้าด้วยจ้า...ป้าสู้ตาย"

และแล้วก็ได้สัมผัสน้ำตกดังภาพ.......

นั่งมองน้ำตกบริเวณนี้   ถึงแม้ว่าช่วงนี้น้ำจะน้อยไปนิดนึง  มีปลาตัวเล็กๆแหวกว่ายไปมา  น้ำใสแจ๋วเลย  โอย...แค่นี้ก็คุ้มค่าแล้วสำหรับคนที่ชื่นชอบธรรมชาติที่ไม่มีการปรุงแต่งใดๆทั้งสิ้น  ไม่มีเศษขยะ หรือขวดแก้วแม้แต่ชิ้นเดียวเลย 

 

ไกด์นำทางของเรา(หนุ่มน้อยที่นั่งด้านซ้ายและขวา)

 

 

แต่ถ้าอยากจะเข้าไปใกล้ๆน้ำตกให้มากกว่านี้มีอีกเส้นทางหนึ่งค่ะ  ผู้เขียนเลยรีบตามเด็กๆขึ้นไป  แต่ทีมงานรายอื่นไม่ได้ขึ้นไปด้วย  ทางชันมากๆเลย....

          หันกลับมามองก็รู้สึกกลัวเหมือนกัน  เพราะที่นี่ยังเป็นธรรมชาติอยู่มาก ไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวก ไม้กั้นใดๆทั้งสิ้น   เรียกว่าต้องเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ   

     ค่อยๆเดินเส้นทางเดินเล็กนิดเดียว  ถ้าสะดุดก็กลิ้งตกลงมาไม่มีอะไรขวางเลย  คนไหนที่คิดว่าตัวใหญ่มากก็ขอเตือนว่าอย่าขึ้นเลยค่ะ      เพราะต้องเบี่ยงตัวตอนเดินลำบากทีเดียว

น้องไฟท์เตอร์ลูกชายของทีมงานชื่อสาวเจี๊ยบ หยุดรอบอกให้ผู้เขียนปีนขึ้นมา   และบอกว่าให้ลงไปตามแม่ให้หน่อย   "โห..แค่ขึ้นมาก็จะแย่แล้ว อิอิ"  ทางชันทีเดียว... แต่ก็อยากเห็นน้ำตกใกล้ๆเลยตัดสินใจปีนไปเก็บภาพมาฝาก

 

เด็กๆบอกว่าขี่จักรยานมาเล่นน้ำเป็นประจำเลย...น่าอิจฉาเด็กแถวนี้จังเลย  เห็นปีนลงไปวักน้ำเล่นกันสนุกสนาน

ส่วนน้ำตกชั้น 3 ชั้น 4 ต้องปีนป่ายขึ้นไปอีก  เห็นว่าต้องโหนตัวขึ้นไปด้วย อันนี้เลยไม่สามารถค่ะ

 

ป่าไม้แสดงให้เห็นถึงความอุดมสมบูรณ์มาก  

และแล้วก็ต้องเดินทางกลับกันแล้ว.....

เหนื่อยจริงๆเลยเรา....ถ่ายกะน้องจากคณะเทคโนฯ

ความงามที่ต้องหยุดมอง....ทำให้อดคิดถึงภาพ"เพียงสองเรา" ของพี่รุ่งที่ถ่ายให้

 

เห็นดอกไม้เลื้อยอยู่ข้างทางเห็นสวยดี แต่ไม่รู้ว่าเป็นดอกอะไร....

 

หันกลับไปมองเราเดินมาได้ขนาดนี้แล้วนะเนี่ยเก่งจังเลยคุณป้าอิอิ...

      ต้นไม้ต้นนี้สวยเด่น ยืนอวดสายตาจนต้องเก็บภาพมาฝาก  พอดีใช้กล้องใหม่  ยังใช้ไม่ค่อยเป็น     ทำให้พลาดภาพสวยๆไปค่อนข้างมากทีเดียว

       เก็บภาพมาฝากเล็กๆน้อยๆค่ะ  ภาพเหล่านี้กว่าจะได้มาต้องแลกด้วยกำลังทั้งหมดที่มีอยู่ แต่ก็คุ้มค่านะคะ  ที่นี่ไม่มีนักท่องเที่ยวมากวนใจเลย ทั้งๆที่เป็นวันเสาร์อาทิตย์   มีแต่ชาวบ้านเก็บเกี่ยวพืชผลเกษตร  มองพวกเราด้วยความแปลกใจ 

 

อยากเก็บธรรมชาติเหล่านี้ไว้นานๆ   คราวหน้านัดแนะกับครูตชด.ว่าจะเดินขึ้นเขาข้างบน  ท่านจะพาไปดูสถานที่ซึ่งผกค.เคยหลบซ่อนในสมัยก่อน  คอยติดตามชมได้นะคะ