ความงามใดจะงดงามเท่ากับการมองเห็นคุณค่า "ธรรมะ" ในตนเอง ผู้อื่น และธรรมชาติรอบตัวเป็นไม่มีแล้ว การมองเห็นความงามในกันและกันเกิดเมื่อไหร่ ความเมตตาและเกื้อกูลก็จะตามมาเหมือนสายธารที่หลั่งไหลผ่านหัวใจที่เคยแห้งแล้งให้ชุ่มฉ่ำ

วันนี้ครบรอบ 1 ปีของการเข้ามาเป็นสมาชิก G2K แม้ว่าจะเพิ่งกลับจากการปฏิบัติธรรมที่เขาชะเมา จังหวัดจันทบุรีมาได้ไม่กี่ชั่วโมงมานี้ แต่ก็ไม่อยากละเลยวันสำคัญนี้โดยไม่เขียนบันทึกอะไรเลย

 

บันทึกนี้จึงเป็นเพียงของขวัญเล็ก ๆ ที่อยากมอบให้แก่ตนเองและกัลยาณิตรทุกท่าน ณ ที่แห่งนี้ โดยจะไม่เขียนอะไรมากไปกว่าข้อความสั้น ๆ กับการเล่าเรื่องผ่านภาพธรรมชาติรอบตัวที่ได้ไปสัมผัสมาค่ะ

 

สิ่งค้นพบมหัศจรรย์สำหรับการไปครั้งนี้เป็นเรื่องภายในที่คงยากแก่การอธิบายในที่นี้ได้  ทำให้เพิ่งเข้าใจว่าบางเรื่อง คำว่า "แค่รู้" นั้นก็ใช้เวลายาวนานนักหนาอาจจะตลอดชีวิตจนถึงภพหน้า ๆ ได้เลยทีเดียว และคำว่าผู้ปฏิบัติเท่านั้นที่พึงรู้ได้ด้วยตนเองก็เป็นคำอมตะที่เชิญชวนให้หลายท่านลองมา "ดู" เถิด

           

ยามตะวันกำลังชิงพลบ แล้วมองผ่านกิ่งก้านใบไม้ เปรียบราวกับภาพวาดผืนใหญ่ที่อยู่ตรงหน้า

      

   

 

 

สีที่แต้มท้องฟ้า ปรุงแต่งโดยธรรมชาติ

การมองภาพธรรมชาติเดียวกันที่เปลี่ยนแปลงไปมาตามกาลเวลาและการปรับสายตามุมมองดังกล่าวมานั้น ล้วนผ่าน "เก้าอี้ไม้" ตัวนี้

เส้นทางเดินแคบ ๆ และเถาวัลย์ไม้เลื้อยที่ยื่นมาขวางทาง น่าจะเป็นจุดเจริญสติไม่ให้เดินโดยไม่ดู "ตาไม้" ตาเรือ

เรือนพักของท่านอาจารย์ผู้เป็นที่สักการะบูชาของลูกศิษย์ทุกคนที่มาร่วมปฏิบัติ

เบื้องหน้าคือเรือนสัมมนาเพื่อการปฏิบัติ

บนทางเดิน เราก็ควรระวังมิให้เหยียบสัตว์โลกผู้น่ารัก เพราะมันเป็นทางเดินของสรรพสิ่งที่มีชีวิตบนโลกใบเดียวกัน

 

การมาปฏิบัติ "ธรรม" กับธรรมชาติ เห็นความเชื่อมโยงที่งดงามของธรรมชาติที่เกื้อกูลกัน  เห็นการเชื่อมต่อของโลกภายในและโลกภายนอกที่สอดประสานเป็นหนึ่งเดียวกัน เพราะก็คือ "ธรรม" ที่เราเห็นตามที่เป็นจริง

ดอกไม้ที่เห็นก็เป็นดอกไม้ธรรมดาสามัญ มีขึ้นในป่าทุกแห่งหนแต่มันปรากฎเป็นภาพขึ้นมาในบันทึกนี้ได้ก็เพราะมัน "ถูกเห็น"

 

ดอกไม้และแมลงอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข สงบ สะอาด สว่างตา

ศาลาเล็ก ๆ ตรงทางลงไปลานสำหรับทานอาหาร

ภูเขาที่เรียงซ้อน จากเงาสะท้อนของแสงอาทิตย์ที่กำลังตกดิน

 

การจัดการ "ความไม่รู้" ของตนเอง ผ่านการมองธรรมชาติตามความเป็นจริงจากภายในเป็นการเดินทางที่มหัศจรรย์มาก

สิ่งที่ประทับใจอย่างยิ่งคือคำกล่าวของอาจารย์ที่ผู้เขียนได้ส่งการบ้านไปแล้ว คงไม่อาจลืมเลือนไปได้ในชีวิตนี้...มีหลายคำ ขอยกมาไม่กี่คำ...ผู้เขียนได้บอกอาจารย์ว่าเป็นคนที่มีอุดมการณ์สูงมาก ตลอดระยะเวลา ๑๐ ปีที่ได้ศึกษา Enneagram (นพลักษณ์)  จากการสังเกตภายในด้วยตัวเอง จะไม่พูดจนกว่าจะรู้เห็น  และเพิ่งมาเขียน มาพูดจริงจังได้ไม่กี่ปีมานี้เอง  ตามที่เข้าใจในแบบศึกษาร่วมกับการปฏิบัติธรรม และปฏิบัติตนให้ตรง ให้ดี และให้ชอบก่อน โดยหากยังปฏิบัติไม่ตรง ไม่ดี ไม่ชอบก็จะไม่พูดอะไรในเรื่องรู้ตัวเพื่อพัฒนาจิตนั้นเป็นความเข้าใจถูกแล้วหรือไม่   ณ วันนี้   ก็ปิติมากที่เกิดความเชื่อมั่นว่าที่เข้าใจนั้นเป็นทางที่ถูก ที่ควรสำหรับตนเอง...

บัณฑิตพึงจัดการกับความไม่รู้ภายในของตนจนถึงระดับหนึ่ง ซึ่งวัดได้จากการรู้สึกตัว มองเห็นภายในมากกว่าภายนอก มองเห็นภายนอกเพื่อย้อนกลับมาดูภายใน สืบต่อเกิดดับเรื่อยไป

            

ขอกราบขอบพระคุณครูบาอาจารย์ทุกท่านที่ถ่ายทอดเรื่องนพลักษณ์กันมาจากรุ่นสู่รุ่น ขอบพระคุณกัลยาณมิตรและธรรมชาติในโลกใบนี้ที่เป็นครูร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้วยกัน ทำให้ลดอัตตา และขัดเกลากิเลสให้บางลง

               

ความงามใดจะงดงามเท่ากับการมองเห็นคุณค่า "ธรรมะ" ในตนเอง ผู้อื่น และธรรมชาติรอบตัวเป็นไม่มีแล้ว การมองเห็นความงามในกันและกันเกิดเมื่อไหร่  ความเมตตาและเกื้อกูลก็จะตามมาเหมือนสายธารที่หลั่งไหลผ่านหัวใจที่เคยแห้งแล้งให้ชุ่มฉ่ำ

           ---------------------------------------------------------