การสอนแบบเพื่อนช่วยเพื่อน
    มีโอกาสได้ไปเยี่ยมให้กำลังใจค่ายจิตอาสา ฯ ที่โรงเรียนของพี่ครูคิม วิทยสัมพันธ์มา เพราะอยู่ไม่ไกลจากโรงเรียนมากนัก   ได้เห็นภาพที่งดงามหลายเรื่อง โดยเฉพาะมารยาทของนักเรียน ดีจริงๆ ชื่นชมการทำงานของทีมวิทยากรที่นำโดยพี่หนานเกียรติ ได้มิตรภาพ แลกเปลี่ยนเรียนรู้จากชาว G2K โดยเฉพาะพี่ครูคิม พี่มนัสนันท์ และแสดงความดีใจกับ พี่ธนิตย์ กับรางวัลสุดคะนึง  สะท้อนให้เห็นภาพของความเอื้ออาทรของคนในสังคมอีกมิติหนึ่ง ที่จะช่วยขยายเครือข่ายการเรียนรู้ และแบ่งปันความสุขให้กับสังคม  และขอให้กำลังใจคนทำดีเพื่อสังคมครับ
    และวันนี้ผมก็อยากแบ่งปันเรื่องราวผ่านการทำหน้าที่ครู เก็บตกเรื่องราวจากวันพฤหัสที่ผ่านมา มีความกังวลใจว่าจะใช้วิธีไหนจึงจะทำให้นักเรียนห้อง 3/2 ที่ค่อนข้างเรียนรู้ช้า เกิดการเรียนรู้ได้ดีกับการสอนเรื่อง การวัดกระแสไฟฟ้าและความต่างศักย์ไฟฟ้า  สุดท้ายก็ค้นพบเอง  โดยบังเอิญ ว่าวิธีที่เราใช้ไปนั้น คือ การสอนแบบเพื่อนช่วยเพื่อน (peer oriented appoach) ที่ผมสาธิตวิธีทดลองให้เด็กดู  จากนั้นให้นักเรียนซ้อมกัน (เพื่อนสอนเพื่อน)ก่อนที่จะมีการสอบปฏิบัติ  ผมก็ได้เห็นบรรยากาศที่เด็กเก่งจะช่วยเพื่อนของเขา อธิบายให้ฟัง ทำให้ดู โดยไม่เขินอายกัน  หลอกล้อกันไปบ้าง เล่นบ้าง  บรรยากาศไม่ตึงเครียด  โดยที่ผมไม่เร่งเวลา  ให้คนที่พร้อมก่อนมาสอบก่อน   คนที่ยังไม่พร้อมให้เพื่อนสอนไปก่อน  วันนั้นสอบจนวินาทีสุดท้าย เหลือนักเรียนที่ค้างสอบเพียง 2 คน ให้ไปซ้อมมาใหม่ค่อยมา สอบ โดยที่ไม่มีการหักคะแนนใด สังเกตดู  นักเรียนไม่ได้เครียดอะไร  
     กลับออกจากห้องมาก็มาทบทวนความรู้ว่าวิธีสอนที่เกิดจากการฉุกคิดให้เด็ก ซ้อมกัน ก่อนกลุ่มใหญ่ แล้วมาสอบรายบุคคล นั้นเข้ากับลักษณะการสอนแบบเพื่อนช่วยเพื่อน แต่ไม่ใช่เต็มรูปแบบ หรือเป็นทางการอะไร 
    หัวใจของการสอนวิทยาศาสตร์อีกอย่างหนึ่ง คือ ต้องให้เด็กลงมือปฏิบัติจริงตามความสามารถของเขา โดยที่ครูให้เวลาในการพัฒนาแก่ผู้เรียนแต่ละคนตามศักยภาพ ที่สำคัญอย่าเร่งเวลา  และอย่าเปรียบเทียบ ชมและให้ข้อเสนอแนะ ให้คะแนนอย่างเปิดเผย
    นักเรียนซ้อมก่อนสอบ
             
   นักเรียนสอบจริง