เป็นการผสมผสานระหว่างศิลปะ การจัดการและงานคุณภาพ ที่ผสมผสานกันได้อย่างลงตัวเลยทีเดียว

ขอบคุณภาพจาก http://picdb.thaimisc.com/a/alls/773-10.jpg

    

 วันนี้ตื่นแต่เช้าเพื่อทำหน้าที่ทำอาหารสำหรับครอบครัว ระหว่างทำอาหาร คิดไปคิดมาลองทบทวนดูว่า การทำอาหารแต่ละครั้งของเรา หรืออาจจะเป็นของทุกๆคนก็ได้นะคะ เป็นงานที่บูรณาการหลายๆ อย่างเข้าด้วยกัน ที่แน่ๆ พอลล่าคิดว่าเป็นการผสมผสานระหว่างศิลปะ การจัดการและงานคุณภาพ ที่ผสมผสานกันได้อย่างลงตัวเลยทีเดียวค่ะ 

 

          

เริ่มจากงานศิลปะก่อนนะคะ ไม่ว่าจะเป็นการพิถีพิถันคัดเลือกวัตถุดิบ การจัดตกแต่งจานอาหาร ให้เมนูอาหารของเรานั้นสวยงาม น่ารับประทานมากยิ่งขึ้น เมนูอาหารที่มีทั้งเผ็ด จืด น้ำปลาพริก น้ำจิ้ม น้ำซุป ที่ต้องพิจารณาให้เกิดความกลมกลืน ละมุนลิ้นและเกิดสมดุลย์ของรสชาติที่คนทั้งครอบครัวของเราจะบริโภคเข้าไป

 

การคัดเลือกอาหารที่สดสะอาด ต้องใช้ศิลปะในการคัดเลือกเพื่อให้ได้อาหารที่สดจริงๆ วันนี้พอลล่าคิดเมนูว่าจะทำปลานิลทอด ผัดกระเพรารวมมิตร และต้มยำกระดูกหมูอ่อน(ตอนแรกว่าจะผัดหอยลายของโปรดของคนบางคน แต่หอยไม่มีค่ะ..อดเลย)  เป็นเมนูที่ไม่ยากเกินความสามารถของเราที่ทำได้ค่ะ (เห็นไหม ต้องคิดถึงความรู้ความสามารถของคนทำด้วยค่ะ) พอลล่าเลือกปลาที่สดที่สุดโดยดูจากเหงือกปลาที่ยังแดงๆอยู่ค่ะ ตาต้องใสๆ ตัวขนาดพอประมาณสำหรับครอบครัวของเรา ส่วนปลาหมึกและกุ้งสำหรับผัดกระเพรานั้นรับรองว่าต้องสดแน่ๆค่ะ เพราะบ้านเราใกล้ทะเล แต่ถ้าบ้านไหนไม่ใกล้ทะเล ก็เลือกปลาหมึกและกุ้งตัวต้องไม่นิ่ม ตัวใสๆ แข็งๆ   

ขั้นตอนการล้างให้สะอาดและการปรุงให้อร่อยนั้นส่วนผสมที่ใส่ พริก กระเทียม น้ำปลา มะนาว ล้วนเป็นศิลปะของคนปรุงที่ประณีตบรรจงทั้งสิ้นค่ะ

เมื่อคัดเลือกวัตถุดิบได้ดังแผนการประมาณที่เราคิดไว้ในใจ จากจำนวนคน อายุและความชอบ ความต้องการของแต่ละคน และงบประมาณที่เรามีอยู่ นั่นคิอการบริหารจัดการโดยธรรมชาติของเรา เพื่อให้ได้อาหารที่อร่อย สะอาด รสชาติถูกใจและต้องปลอดภัยด้วยค่ะ งานคุณภาพเริ่มเข้ามาอย่างไม่รู้ตัว ความจริงเข้ามาตั้งแต่เริ่มแรกแล้วก็ว่าได้ค่ะ  

    

สมองและหัวใจของเราบรรจุข้อมูลความชอบ ความต้องการของคนในครอบครัวไว้ได้อย่างแม่นยำ เรารู้ว่าคนนี้ชอบ ไม่ชอบอะไร เราซักถามเพื่อประเมินความต้องการอีกครั้งหนึ่ง เพื่อให้เขาและเรามั่นใจตรงกันว่า เราจะทำสิ่งที่คุณชอบและต้องการ.... เหมือนกับงานบริการอย่างใดก็อย่างนั้นเลยค่ะ พอลล่านึกย้อนไปสมัยที่เคยทำงานที่รพ.แห่งหนึ่ง...เราประเมินคนไข้ โดยข้อมูลเท่าที่เห็น ส่วนข้อมูลอื่นๆ คิดว่าไม่ใช่สิ่งเร่งด่วนสำหรับเราตอนนี้ เราจึงปิดรับข้อมูล ทั้งๆที่อาจจะเป็นความต้องการหรือความจำเป็นเร่งด่วนของคนไข้ก็ได้ ...เราก็นำมาปรุงซะแล้ว ......อย่างนี้คุณภาพคือความต้องการของเราฝ่ายเดียว...อิอิ ...

      

แล้วเราจะวัดว่าอาหารของเรามีคุณภาพแค่ไหน อย่างไรดี... วันนี้พอลล่าขอวัดที่ปริมาณอาหารที่เหลือ และปริมาณข้าวในหม้อที่หมดไปค่ะ และที่สำคัญต้องรับฟังเสียงจากลูกค้าอีกด้วย แถมด้วยรอยยิ้มเสียงหัวเราะ ซึ่งต้องรอติดตามวัดผลกันต่อไปค่ะ แต่ที่แน่ๆ อาหารมื้อนี้ใส่หัวใจ ใส่ความรักลงไปเต็มๆ ค่ะ

 

สรุปว่าวันนี้ พอลล่าได้เมนู ปลานิลทอด พร้อมน้ำปลาพริก ผัดกระเพรารวมมิตร กุ้งปลาหมึก เผ็ดกำลังดี และต้มยำกระดูกหมู ไว้ซดน้ำให้ชุ่มฉ่ำคอ... ...หิวข้าวแล้วค่ะ มาเขียนบทเรียนเช้านี้ก่อนขอตัวไปทานฝีมือตัวเองก่อนนะคะ อิอิ

 

ตบท้ายด้วยกาแฟหอมกรุ่น...สบายใจจัง