(บนดาดฟ้าชั้นดูดาวที่บ้านฤๅษีหอมฟุ้งด้วยไม้ดอก)

ตื่นเช้าๆเห็นสาวๆมาออกกำลังกายหน้าบ้าน ย่องไปเก็บภาพแล้วเดินดูช่างกำลังซ่อมห้องสนทนาสไตล์ฮา ที่ต้องการทดลองระบบลม-เข้า-ออก ที่มีปล่องให้อากาศเข้าด้านล่างแล้ววิ่งขึ้นไปยังท่อที่ทำเหมือนปล่องโรงสี บนหลังคา คาดว่าจะเรียบร้อยภายใน2-3วันนี้ หลังจากนั้นทดลองไปรำพึงยุบหนอ-ไม่หยุบหนอ ต่อๆไป

วันนี้อากาศกำลังดี แม่ครัวหัวป่าช่วยกันทำกับข้าวมื้อเช้า มีเมนูพิสดารครั้งแรกในโลกโดยฝีมือป้าจุ๋ม จะไม่ให้แปลกยังไงละครับ กินสะเดากับโรตี ยังมีอาหารหน้าตาแปลกๆมาให้ชิมอีก หลังจากนั้นมานั่งเก้าอี้ห้องเต้คุยกัน เพื่อสรุปทิศทางของมหาชีวาลัยอีสาน ได้ใจความออกมาดังนี้นะขอรับ

1. มหาชีวาลัยอีสานจะทำหน้าที่นำพาคนดีมาพบกัน

2. ขยายผลความดีความงามความรู้ด้วยไมตรีจิต ผ่านกิจกรรมเชิงประจักษ์

3. ฟื้นฟูวิถีไทย รวบรวมทักษะชีวิตด้านกิจกรรมแบบพอเพียง การดูแลสุขภาวะ แพทย์ทางเลือก แพทย์แผนไทย

4. ปรับปรุงสภาพแวดล้อม ให้เหมาะสมที่จะเป็นพื้นที่สุขภาวะเชิงกระบวนกร

5. ศึกษา-ทดลองเรื่องการจัดการพลังงาน การจัดการสภาพแวดล้อม การแสวงหาคำตอบรองรับวิกฤตในอนาคต

ผ่านมื้อกลางวันด้วยผัดหมี่กับส้มตำสูตรพิเศษ หลังจากอร่อยอิ่มนั่งคุยกันเพลินสักพัก เราก็ยกขบวนไปกินมื้อเย็นที่สำนักฤๅษีอ้นที่ลำปลายมาศ ครั้งแรกคิดว่าจะไปนอนคุยกันสัก1คืน แต่เกรงว่าอาการร้อนผ่าวจะกำเริบ จึงขอไปชะแว๊บแล้วกลับ ..

ไปถึงฤๅษีพาเดินชี้ชมนานาดอกไม้ที่ส่งกลิ่นอบอวลทั่วบริเวณ มีไม้ดอกในระดับล่างระดับกลางและระดับชี้ฟ้า เราเดินไปหยุดอื้อฮือกันบนชั้น3ที่ มีดาดฟ้าดูดาว มีดอกไม้เถาว์ตามมาปรุงแต่งบรรยากาศให้ระรื่น ท่ามกลางเดือนดวงกลมโตที่ค่อยโผล่ขึ้นมาเหนือระดับยอดไม้ ท้องฟ้าสว่างสวยเย็นตา บรรยากาศชื่นมื่นเหลือเกิน เมื่ออิ่มอาหารตาบริเวณภายนอกแล้ว เราก็ชวนกันเข้าไปข้างใน

ในบ้านมีเรื่องให้อื้อฮือไม่แพ้ภายนอก พบสิ่งละเมียดละไมซ่อนอยู่ทุกอณู สัมผัสแนวคิดผ่านการดำรงชีวิตที่เรียบง่ายแต่สมบูรณ์ยิ่งนัก เห็นจินตนาการถูกสร้างขึ้นด้วยน้ำพักน้ำแรงสมใจนึก ได้รับฟังเรื่องราวธรรมชาติที่ไม่ธรรมดา อิ่มตาแล้วก็เป็นรายการอิ่มท้อง ด้วยเมนูยำผักแบบโบราญ แกงส้มศีรษะปลาช่อนฝีมืออาจารย์นฤมลนั้น เป็นสิ่งนอกเหนือคำว่าบรรยาย ลึกซึ้งกว่าความอร่อย รับประทานท่ามกลางเสียงเพลงคลอเบาๆผสมผสานการคุยที่อร่อยล้ำของฤๅษี ต่อให้เอาโคตรสะเต๊กมาแลกก็ไม่ยอมหรอกนะ จิบอกไห่..

เมื่ออิ่มตาอิ่มท้องแล้วยังมีรายการอิ่มใจ ระหว่างเราเดินออกมาขึ้นรถกลับ อาจารย์นฤมลได้กรุณาร้องเพลงที่ท่านประพันธ์ขึ้นเพื่อการนี้โดยเฉพาะ ท่ามกลางร่มไม้ใบบังที่มีแสงจันทร์ส่องลอดเหมือนประแป้ง เสียงเพลงเจื้อยแจ้วสะกดเรานิ่งอยู่กับภวังค์ หลังจากนั้นได้เข้าไปในบ้านหลังเล็ก ฤๅษีจัดรูปวงให้เรานั่ง อาจารย์นฤมลได้ขับขานทำนองเสภารำลึกถึงครู

ท่านเล่าว่าทุกคราที่ห่วงใย ได้สวดมนต์ให้ในยามที่ได้รับข่าวว่าไม่สบาย นี่แหละหนอสิ่งที่ประเมินค่าไม่ได้ คุณค่าของน้ำใจที่มอบทุกครา ย่อมตรึงตราประทับไว้ให้รำลึกนิรันดร์..จะมีอะไรมีค่ามากกว่านี้อีกหรือบนโลกใบนี้

ก่อนอำลาพวกเราได้สะท้อนความรู้สึก

ผมคิดว่าตัวแทนพี่น้องชาวเฮได้เข้าสู่สาระคนดีมาพบกันแล้ว

ผมขออนุญาตเจ้าสำนักล่วงหน้าที่จะมารบกวนในคืนเดือนมืด

มาดื่มด่ำกับทุกสิ่งทุกอย่างเหนือคำบรรยาย

มานอนให้ฤๅษีพาท่องจักรวาลอันไกลโพ้น

อยากจะบอกว่า..ยิ่งกว่าแฟนพันธุ์แท้อยู่ที่นี่

อยู่ที่ว่าแฟนพันธุ์ทางจะได้มาร่วงวงกันกี่ชีวิต

เมื่อไหร่..ก็เมื่อนั้น..แคว๊กๆ

เมื่อคืนนี้มีรายการเลี้ยงโรตีระหว่างการคุยกันจนถึงตี3

ทุกท่านตื่นตามสบายๆ

หลังจากรับประทานอาหารเช้า

เก็บของขึ้นรถ กอดอำลาตามธรรมเนียม

(รถคันนี้มาบ่อยจนนกยูงจับจองเป็นที่ร้องกะโต้งโฮงๆ)

ไม่แน่นะ บางทีมอาจจะกลับมาอีกในเร็วๆนี้

คณะญาติแซ่เฮเพิ่งจะแยกย้ายกันเดินทางกลับ

..โชคดีมีโชคชัยวันหลังกลับมาใหม่นะอุ้ยนะ นะครูอึ่งนะ นะอารามนะ