การแต่งคำประพันธ์

 

  คำสั่ง  ให้นักเรียนอ่านบทกลอนแล้วตอบคำถาม ต่อไปนี้

 

๑. มีการใช้คำประพันธ์แบบใด  
๒. อ่านแล้วให้ความรูสึกอย่างไร  
๓. มีลูกเล่นอะไรบ้าง  
๔. ทำไมกวีถึงเลือกใช้คำๆนี้  ( วารีดุริยางค์ )ในบทกลอน  
๕. แปลเนื้อหา (สำคัญสุด)  
๖.( รายละเอียดอื่นๆที่อยากบอกก็ได้ครับ )

           

 ตัวอย่างบทกลอน

กวีนิพนธ์ วารีดุริยางค์

        "เลิกความคิดขันแข่งปรุงแต่งจิต
เลิกชีวิตวุ่นวายในทุกที่
เลิกเดือดร้อนดิ้นรนคนไยดี
ไม่ต้องมีปรารถนาในอารมณ์

        

           ฟังต้นไม้สายน้ำย้ำให้หยุด
หยุดเสียทีเถิดมนุษย์หยุดสะสม
หยุดปรุงแต่งแสร้งตามความนิยม
สร้างสังคมโสโครกโลกจึงร้อน

 

         จงหยุดชมชื่นใจในใจเถิด
ทุกสิ่งเกิดก่อไว้ในใจก่อน
สมมติจากหัวใจไปทุกตอน
ใจจึงซ่อนทุกสิ่งจริงลวงไว้                                
          
          
 สงสารใจ ใจเจ้าเอ๋ยไม่เคยนิ่ง
วนและวิ่งคืนและวันหวั่นและไหว
เหมือนถูกกายกำบังกักขังใจ
ใจจึงได้ดิ้นรนทุกหนทาง

          กลางคืนคอยเป็นควันอั้นอัดไว้
ครั้นกลางวันก็เป็นไฟไปทุกอย่าง
ร่างกายถูกผูกพันสรรพางค์
เป็นสื่อกลางแก่ใจรับใช้การ

         เมื่อใจทุกข์กายก็ต้องทนครองทุกข์
ครั้นใจสุขกายก็สุขสนุกสนาน
วนเวียนหว่างทุกข์สุขทุกวันวาร
แล้วสะสมสันดารการเป็นคน

           ทุกวิถีที่ใจได้เที่ยวท่อง
ล้วนขึ้นล่องอยู่ระหว่างกลางปลายต้น
ที่โคจรของใจไม่เคยจน
ไม่เคยพ้นไม่เคยพรากจากวงจร

          ใจจึงหน่ายจึงเหนื่อยจึงเมื่อยล้า
วุ่นผวาว่อนไหวถูกไล่ต้อน
เกิดแล้วก่อล่อแล้วเร้นเย็นแล้วร้อน
ไม่พักผ่อนเพียงสักคราวเฝ้าแฟบฟู

          รู้และเห็นเป็นไปตามใจอยาก
จึงเหมือนฉากขวากขวางกำบังอยู่
หยุดเสียทีหยุดเสียเถิดเปิดประตู
เพื่อได้รู้และได้เห็นตามเป็นจริง

          ขอกายเจ้าจงเป็นเช่นต้นไม้
ยืนอยู่ได้โดยภพสงบนิ่ง
เพื่อแผ่ร่มและเป็นหลักให้พักพิง
แต่งดอกพริ้งผลัดฤดูอยู่ชั่วกาล

          และใจเจ้าจักเป็นเช่นสายน้ำ
ใสเย็นฉ่ำชื่นแล้วไหลแผ่วผ่าน
เพื่อเลี้ยงชีพชโลมไล้ให้เบิกบาน
เพียงพ้องพานผิวแผ่วแล้วผ่านเลย

          อิสระเสรีที่จะไหล
ด้วยเพลงไพเราะล้ำร่ำเฉลย
ชมดอกไม้สายลมพรมรำเพย
และชื่นเชยกับชีวิตทุกทิศทาง...

                                   

                                  

                                    เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์