การพัฒนาคุณภาพท่ยั่งยืน องค์กรต้องเปิดโอกาส และเปิดพื้นที่ให้บุคลากรได้นำเสนอผลการพัฒนาคุณภาพ ทีมนำเองควรมีการติดตามงานอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2552  ได้มีโอกาสไปเป็นกัลยาณมิตร  และร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้เรื่องการพัฒนาคุณภาพในโรงพยาบาลที่โรงพยาบาลท่าหลวง  จ.ลพบุรี

    ออกเดินทางจากโรงพยาบาลแก่งคอยไปทาง จ.สระบุรี ถ.พหลโยธิน  มุ่งตรงไปทางลพบุรี  และเลี้ยวขวาไปทาง ซ.12 อ.พัฒนานิคม ที่แยกพุแค  บนถนนทางหลวงหมายเลข 3020  เมื่อตรงไปเรื่อยๆ  สักครู่เห็นทุ่งทานตะวันเหลืองอร่ามจำนวนหลายพันไร่ที่ติดถนนแต่ดอกทานตะวันยังเล็กอยู่  ที่สังเกตได้คือสีเหลืองสดที่หันรับแสงอาทิตย์เหมือนทหารที่ถูกฝึกให้อยู่ในระเบียบแถว  หันหน้าไปทิศทางเดียวกัน  อย่างไม่สะทกสะท้านกับแสงแดดที่สาดส่อง  เมื่อถึงแยกคลองม่วงเลี้ยวขวาเข้าไป  ป้ายข้างทางบอกว่า  "คลองหลวง 10 กม." คงอีกไม่นานจะถึงที่หมายกันแล้ว

  

    ลงจากรถขับไล่ความเมื่อยล้า  บวกกับอากาศหนาวเย็นของฤดูหนาวที่เข้ามาเยือน ฉันขยับเสื้อกันหนาวแขนยาวกระชับกับลำตัว  เพื่อป้องกันความหนาวเย็นเข้ามากระทบผิวกายในส่วนที่ฉันป้องกันความหนาวได้  พวกเราเดินตรงไปยังห้องประชุมโดยการเชื้อเชิญของเจ้าบ้าน  เหมือนพวกเขาจะรอต้อนรับการมาเยือนของทีมพวกเราอยู่แล้ว

 

สองผู้อำนวยการ...เพื่อนรัก

     การเดินทางไปครั้งนี้  เนื่องด้วย ท่านผู้อำนวยการ รพ.ท่าหลวง ซึ่งเป็นเพื่อนกับผู้อำนวยการ รพ.แก่งคอยที่ฉันปฏิบัติงานอยู่อยากให้ทีม Facilitator ของ รพ.แก่งคอยไปเป็นพี่เลี้ยงเรื่องการพัฒนาคุณภาพให้หน่อย  ทีมพวกฉันจึงเดินทางไปตามคำเชื้อเชิญ
    หลังทักทายเจ้าบ้าน  เมื่อพร้อมกันในห้องประชุม  ท่านผู้อำนวยการ รพ.ท่าหลวงได้กล่าวต้อนรับและแนะนำทีมงานของ รพ.ท่าหลวง  และทีมของพวกเราเองซึ่งนำทีมโดย  ภก.ธานินทร์  สุขเสงี่ยม  ประธาน FA ได้แนะนำทีมของพวกเราบ้าง  โดยให้แต่ละคนแนะนำตัวเอง  พร้อมแจ้งวัตถุประสงค์และวิธีการเข้าเยี่ยมเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในครั้งนี้  แบบกัลยาณมิตร  โดยภาคเช้าพวกเราฟังการนำเสนอการพัฒนาคุณภาพในระบบงานที่สำคัญของ  ภาพรวมของ รพ.ในห้องประชุม  และหลังอาหารเที่ยง  จะลงเยี่ยมพื้นที่  ที่หน้างานเลย 

ทีมแก่งคอยได้รับการเชื้อเชิญเข้าห้องประชุม

การนำเสนอของทีม(ระบบ)ต่างๆ

    สิ่งที่ฉันเห็นและได้เรียนรู้ในช่วงเช้าคือ  ความมุ่งมั่นของผู้นำองค์กร  ที่เป็นห่วงจึงได้ให้ทีมพวกเราเข้าไปแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้วย  เห็นความตั้งใจของเจ้าหน้าที่ทุกคนในการร่วมพัฒนาคุณภาพงาน  ตั้งใจนำเสนอและให้เกียรติพวกเรา  ประหนึ่งว่าพวกเราเป็นทีมผู้เยี่ยมสำรวจจาก สรพ.อย่างนั้น  ซึ่งการเตรียมการในครั้งนี้ของ รพ.ท่าหลวง  เพื่อเตรียมความพร้อมรับการประเมินบันไดขั้นที่ 3 (Accreditation)
รพ.เองต้องทำความเข้าใจ HA ให้รอบด้าน  ซึ่งอาจมองได้ 4 มิติ คือ
     1.มิติของลำดับขั้นการพัฒนา

    2.มิติของพื้นที่การพัฒนา

     3.มิติของกระบวนการพัฒนา

     4.มิติของการประเมิน

   

แพทย์...ประธานฯ PCT (Patient Care Team)

   สำหรับมิติของลำดับขั้นการพัฒนา รพ.เองต้องแสดงให้เห็นวัฒนธรรมคุณภาพ  เกิดการเรียนรู้กระบวนการคุณภาพในทุกระดับ  มีการเชื่อมโยงกระบวนการและระบบงานที่ครอบคลุม  มาตรฐานต้องทำได้ครบเน้นแบบเรียบง่ายตามบริบทของพื้นที่  เห็นแนวโน้มการพัฒนาที่ดีขึ้นจากเครื่องชี้วัดความสำเร็จ  และหลักคิดสำคัญของบันได้แต่ละขั้น   ดังนี้
     ขั้น1  ทำงานประจำให้ดี  มีอะไรคุยกัน  ขยันทบทวน
     ขั้น2  เป้าหมายชัด  วัดผลได้  ให้คุณค่า  อย่ายึดติด
     ขั้น3  Core values ทั้ง 5 กลุ่ม (ทิศทางนำ  ผู้รับผล  คนทำงาน  การพัฒนา  พาเรียนรู้)
     มิติของพื้นที่การพัฒนา  ที่ฉันหรือใครอาจเรียกว่า วงล้อ 7 สี ซึ่ง รพ.ประกอบด้วยระบบย่อยต่างๆ จำนวนมาก  กลุ่มของระบบย่อยในองค์กร  (ซึ่งแต่ละกลุ่มต้องมี เป้าหมาย, ผู้รับผลงาน,  กระบวนการทำงาน,  ผู้รับผิดชอบชัดเจน)  ซึ่งระบบมีความสัมพันธ์ มีโอกาสทับซ้อน  และต้องมองเชื่อมโยงให้ครอบคลุมทุกระบบทุกกลุ่ม
    มิติของกระบวนการพัฒนา  ใช้หลัก  3C – PDCA (Context, Core Values & Concept, Criteria)  ซึ่งเป็นหลักการวางแผนที่เกิดจากการคิดดี, คิดถูก, คิดเป็น  และต้องมีเป้าหมาย, มีวัตถุประสงค์ และมีการเรียนรู้
     มิติการประเมิน 
    -เพื่อให้ทราบถึงระดับความก้าวหน้าในการพัฒนา
    -เพื่อความมั่นใจในการพัฒนาคุณภาพที่ผ่านมา
    -เพื่อเห็นโอกาสข้างหน้า  จะพัฒนาในเรื่องใด
การประเมิน  มี  2  รูปแบบ
     -  ประเมินภายใน เป็นการประเมินจากพวกเราเองในพื้นที่ โดยทีม IS หรือ ทีม FA แล้วแต่ รพ.กำหนดแต่คนกลุ่มนี้จะต้องมองภาพกว้างได้  ค้นหาประเด็นหรือโอกาสพัฒนาเป็น (สำหรับ รพ.แก่งคอยทีม FA&IS จะเป็นทีมเดียวกัน เนื่องจากมีคนน้อย) และการ IS เราสามารถทำได้บ่อยตามต้องการ  บางครั้งพวกเราลง IS เข้มข้นกว่า สรพ.เสียอีก เพราะพวกเรารู้เบื้องหลังและเบื้องหน้าขององค์กรเราดี  ที่สำคัญทุกคนในองค์ต้องเข้าใจวัตถุประสงค์  ใจกว้าง(ไม่ใจแคบ) น้อมรับที่จะร่วมกันพัฒนาองค์ตน พัฒนาคน พัฒนางานและองค์กร
     -  ประเมินจากภายนอก  =  มุ่งเน้นระบบงาน  อาจเป็นกัลยาณมิตร (พี่เลี้ยง) จาก รพ.ในจังหวัดของเราเองที่ผ่าน Accreditation แล้ว (ซึ่ง จ.สระบุรี ทำอยู่) เข้ามาช่วยกัน  หรือ  เพื่อนต่าง รพ. (เหมือนที่ รพ.แก่งคอยมาเยือน รพ.ท่าหลวงในครั้งนี้)
    วิธีการประเมิน อาจใช้ Scoring Guideline  โดยให้คะแนน  1-5 
   ซึ่งรายละเอียดทั้งหมดหาอ่านได้ที่  Update 2007
     เมื่อลงเยี่ยมหน้างานทำให้เกิดการเรียนรู้เรื่องการพัฒนาคุณภาพจะต่อเนื่องและยั่งยืนของ รพ.มีดังนี้
    1.ความรู้ความเข้าใจของบุคลากรทุกระดับอย่างดี
    2.ผู้นำให้ความสำคัญ (รพ.แห่งนี้มีเต็มเปี่ยม) เปิดโอกาสและให้พื้นที่ในการทำงานคุณภาพ
    3.การติดตามอย่างต่อเนื่องของทีมนำ
    4.ทีม FA ต้องทำความเข้าใจกับทุกหน่วยงานเรื่องงานคุณภาพ
    5.ทีม IS ต้องทดลองเยี่ยมพื้นที่ทำตัวเสมือนหนึ่งว่าเป็นผู้เยี่ยมสำรวจภายนอก  ซึ่งตรงนี้ทีม/รพ.สามารถกำหนดประเด็นต่างๆในการลงเยี่ยม  เพื่อให้เป็นการกระตุ้น  และสร้างความคุ้นเคยให้กับบุคลากร

    ที่สำคัญสุดเหนืออื่นใด  การไปเยี่ยม(กัลยาณมิตร) ใน รพ.ต่างๆ  พวกเราได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ประเด็นในการพัฒนาต่างๆมากมายและนำมาปรับใช้  หรือ ต่อยอดการพัฒนาใน รพ.แก่งคอย ได้มากมายทีเดียวค่ะ

  และสำหรับฉันแล้ว  ฉันรู้สึกเป็นกำไรของชีวิตการทำงาน  ได้มีโอกาสเดินทางไปในที่  ที่เราไม่เคยไป  ได้เห็นแง่งามทางความคิด  เห็นความตั้งใจของคนทำงานบริการสุขภาพ  ดังนั้นการผ่านการประเมินสำหรับฉันไม่ใช่เป้าหมายที่ยิ่งใหญ่นัก(แต่ของผู้บริหารอาจเป็นตัววัดความสำเร็จทางการบริหาร)  ที่สำคัญฉันเห็นการเปลี่ยนแปลงที่ดีมาก
   - ฉันเคยเห็นบริการที่ได้รับตามยถากรรม  มาเป็นการบริการที่มีคุณภาพ 
   - เห็นความเปลี่ยนแปลงของคนที่พยายามจะพัฒนาตนเพื่อให้เข้ากับความเปลี่ยนแปลงขององค์กร  ไม่ได้ทำงานแบบเช้าชาม  เย็นชาม  เหมือนใครๆที่กล่าวหา  ว่าระบบราชการเป็นระบบที่เชื่องช้า  น่าเบื่อหน่าย
   - เห็นความเครียด  ความขัดแย้ง  ที่พยายามจะพัฒนางานของตนจนลืมตัวไปบ้างกับความสัมพันธ์อันดีของพวกเรา  จน HRD ต้องเข้ามาเคลียร์
   - เห็นทุกคนพยายามพูดกัน  เพื่อประโยชน์ของผู้ป่วย ญาติ และลูกค้า