การแบ่งของให้ทุกคนได้ติดตัวไวหลายคนมองว่าเป็นการเฉลี่ยแบ่งเบสัมภาระ แต่นัยของมันคือถ้าเกิดพลัดหลงทางกันจะได้มีอาหารติดตัวไว้

       ได้ปรายหน้าบท  มาบอกเรื่อง ถึงเวลาได้ลงโรงเล่นเรื่อง"เขาเจ็ดยอด" แล้วโหม่ง ปี่ ตีฉิ่ง บรรเลงเพลงหนังตะลุง 

   โทรศัพท์ ติดต่อกับ น้องหนานเกียรติ  ตลอดเวลา ให้ข้อมูลว่า  การเดินทางมา พัทลุง มาให้ถึงบ้านผู้เฒ่า ต้องนั่งรถสายกรุงเทพ - สตูล  ด้วยเหตุว่า ถ้ามารถ พัทลุง ต้องต่อรถมาที่นัดพบตลาดแม่ขรีอีก  50 กม. และถ้าขึ้นรถ หาดใหญ่หรือสงขลา  จะพาวนไปทางเลียบชายฝั่ง สายระโนด เสียเวลาต้องไปหาดใหญ่แล้ววนมาพัทลุง มีแต่รถสตูลสะดวกสุด

     3 ทุ่ม เพื่อนของเอก จากกระบี่ที่จะมาด้วย โทรบอกยกเลิก เพราะไม่เสร็จธุระ (เสียดายโอกาส) แล้ว นะไร ก็โทรมาบอกว่ามีเพื่อนสาว จาก กทม.มาเดินป่าด้วย  แนะนำให้มารถเที่ยวเดียวกับทีมน้องหนาน 

  จึงโทรบอกน้องหนานให้สังเกตุสาวๆที่ท่าทางน่าจะมาเดินป่า จะได้ลงที่เดียวกันเพื่อความสะดวก  ตี 5 หนานโทรมาบอกว่าถึงพัทลุงแล้ว ก็จัดการขนสัมภาระขึ้นเจ้าสี่เกียร์ รถไฟเตอร์* เดินหน้าอย่างเดียว ขับไปรับนะไรที่โรงพยาบาล  ขับเจ้าสี่เกียร์มาสู่ตลาดแม่ขรี   โชคดีไม่ต้องใครรอใคร เพราะพอไปถึง รถสตูลก็เข้าจอด 

   แล้วเราก็ได้พบกัน กอดกัน ยกเว้นหนึ่งสาวกับหนึ่งหนุ่มที่มาด้วยไม่เคยเห็นหน้าไม่กล้ากอด แล้ว 6 คนพร้อมสัมภาระก็ยัดกันมาในเจ้าสี่เกียร์ เพื่อเข้าตลาดหาอารเช้ารองท้องกันก่อน   ผู้เขียนพาวนตลาดแม่ขรี หนึ่งรอบ ทุกโค้งที่เลี้ยว จะไม่เปลี่ยนเกียร์ เสียงจากข้างหลังถามมาว่า "บังทำไม่ไม่เปลี่ยนเกียร์"   ผู้เขียนก็บอกว่าเกียร์ 5 มันเสียอยู่ ให้มันเสียเป็นเกียร์ๆ ขนาดเสียเกียร์เดียวไปถามร้านซ่อมมันบอกซ่อมเกียร์ 5ooo ถ้าใช้ทุกเกียร์ ทั้ง 5 เกียร์ เวลามันเกียร์เสียหมด ทั้ง 5 มิปาค่าซ่อมเกียร์ไป 25000 หรือ ฮาๆๆๆเริ่มก็ฮากันแล้ว 

 

      มาแวะทานอาหารเช้าที่ตลาดแม่ขรีตอนที่นั่งรออาหารเช้าก็ได้แนะนำตัวกัน ได้รู้ว่าเพื่อนสาว นะไร ชื่อว่าน้องและ หนุ่มที่มากับหนานชื่อ ซากี้  แล้วก็ชันชี*กันว่า สามนาทีแรก เราพูดเรื่องจริง หลังจากสามนาทีแรก จับเอาเองว่าเรื่องไหนจริงเรื่องไหนหลอกเราไม่บอกกันใช้ปัญญาเอาเอง  อิ่มแล้ว  เราพร้อมซื้อสัมภาระเพิ่ม บอกให้น้องเอก กับน้องหนาน เปลี่ยนรองเท้าผ้าใบมาเป็นรองเท้ายาง เพราะเราต้องเดินลุยน้ำ (มีประสบครั้งก่อนๆ น้องๆที่เดินป่าด้วยกันใส่รองเท้าผ้าใบไม่ได้มาตรฐานลงน้ำไม่กีทีก็พื้นรองเท้าลาไปตามน้ำ"แบบไปเถิดทั้งคู่") โชคดีที่นายหัวเลิศมีรองเท้าฟองน้ำสำรองให้ได้เดินต่อแบบทุลักทุเล  

     นายหัวเลิศ โทรมาเร่งให้รีบเพราะรออยู่ทางเข้าน้ำตกไพรวัลย์แล้ว จะได้ออกเดินแต่เช้า เป้าหมายคือนอนกันที่หนานสน*แล้วเราก็มาถึงหน่วยรักษ์ษาป่าบ้านพูด จัดการแบ่งสัมภาระ อาหารกองกลางมีข้าวสารอาหารแห้ง  แบ่งกันคนละถุง ในแต่ละถุงจะประกอบไปด้วยข้าวสาร มาม่าและเครืองปรุง เครื่อครัว  การแบ่งของให้ทุกคนได้ติดตัวไว้ หลายคนมองว่าเป็นการเฉลี่ยแบ่งเบาสัมภาระ แต่นัยของมันคือ ถ้าเกิดพลัดหลงแต่ละคนจะมีอาหารติดตัวอยู่ 

สิ่งของสำคัญที่ต้องเตรียม ในการเดินป่าคือ เทียนไฟเช็ค  ไฟฉาย เชือก ที่สำคัญคือเข้าป่าต้องมีมีดทุกคน 

แล้วเราก็ฝากเจ้าสี่เกียร์ไว้ที่ทำการฯ  พร้อมฝากของจำเป็นที่ไม่จำเป็นในการเดินป่าเช่น โน๊ตบุ๊กไว้ที่ทำการฯ  เตรียมสัมภาระเสร็จนายหัวเลิศ ก็เรียกไปฟังโอวาส*จากหัวหน้าอุทยาน ตอนหนึ่งหัวหน้าบอกว่า "พวกคุณกล้ามากที่มาเดินป่าเขาเจ็ดยอดหยาม*นี้ 

 ผู้เขียนหันไปมองหน้านายหัวเลิศ   นายหัวนิ่งมากนิ่งจนผู้เขียนก็เกิดอาการหวั่นวิตก แล้วนายหัวลุกขึ้นบอกสั้นๆว่า ไป..........สู่เขาเจ็ดยอด  

*ชันชี  = ตกลง  หรือกติกา 

*หนาน   =สายน้ำ หรือธารน้ำ 

*หนานสน =คือหาดทรายริมธารที่แก่การพักแรม เราชอบมาพักกันที่หนานสน

* หยาม =ฤดูกาล 

*สี่เกียยร์ ไฟเตอร์    =รถผู้เขียนขับได้เพียงสี่เกียร์ ขับไปหน้าได้อย่างเดียง ถอยหลังเป็นเครื่องดับ