ในเนต Gotoknow นี้ ผมก็ได้ร่วมเขียนบันทึกไว้ ที่บางทีก็ไม่ค่อยมีคนอ่านเท่าไหร่ (ประมาณว่าเป็น "ขยะ" ในระบบเนต) อีกเป็นจำนวนมาก และยังเหลือค้างในคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์สำรองข้อมูลอีกเป็นร้อยกิกกะไบท์

สืบเนื่องจากการเข้ามาแสดงความเห็นของท่านอาจารย์แฮนดี้ (พินิจ พันธ์ชื่น) ในบันทึกก่อนหน้านี้ ว่าปัจจุบันเราจัดการทรัพยากรไม่ถูกต้อง ทำให้ใช้ความรู้ไม่เหมาะสมจนเกิดการสร้าง “ขยะ” ในกระบวนการพัฒนาขึ้นมาอย่างมากมาย

พอผมอ่านก็ต้องสะดุ้งอย่างเป็นธรรมชาติ เพราะแค่มองไปรอบๆตัวในที่ทำงานของผม มี “ขยะ” มากมายจริงๆ และไม่น่าเชื่อว่าทั้งผม นักศึกษา และเพื่อนร่วมงานในรูปแบบต่างๆ ได้สนับสนุนและร่วมกันสร้าง “ขยะ” อย่างมากมาย ขนาด กำจัดทุกวันก็ยังเรียกได้ว่า “ล้นห้อง”

อันได้แก่

  • ตำราที่เก็บไว้หลายสิบปี ที่อ่านไปประมาณไม่เกินสามสี่รอบ และไม่เคยเปิดดูอีกเลยมากว่าสิบปี
  • รายงานวิจัย รายงานการทำงาน ผลงานนักศึกษาที่ “เด่นๆ”และวิทยานิพนธ์
  • เอกสารติดต่อสื่อสาร คำสั่ง เอกสารการเงินของโครงการต่างๆ
  • บันทึกการสอน ผลงานทางวิชาการ และ ข้อสอบวิชาต่างๆ เก่าๆ
  • เอกสารประชุมวิชาการ และรายงานการประชุม
  • เอกสารขอตำแหน่ง “ครูชำนาญการพิเศษ” จาก สพท. ต่างๆ
  • หนังสือเวียน
  • บัตรอวยพรต่างๆ
  • ฯลฯ

นอกจากนี้ยังมีของสะสมส่วนตัวอีก ได้แก่ ธนบัตรนานาชาติประดับโต๊ะทำงาน ของโบราณ หินจากที่ต่างๆ ทั่วโลก และ ฟอสซิล ที่ใช้ทั้งประดับ และใช้สอน

และที่นับว่าเป็นขยะแบบสมบูรณ์แบบก็ได้แก่ อุปกรณ์สำรองคอมพิวเตอร์ และเครื่องมือในการทำงาน ที่ยังไม่กล้าทิ้ง

นี่ยังไม่นับขยะที่เก็บไว้ในห้องเก็บของ ทั้งตัวอย่างดิน ตัวอย่างพืช เครื่องมือ และเอกสารฝึกอบรมอีกหนึ่งห้องเต็มๆ

และ ขยะ ที่ย้ายไปเป็นขยะที่บ้านหลังที่สอง อีกหลายคันรถ

ทั้งขยะเก่า และขยะใหม่

ล่าสุดก็ยังมี “พระเครื่อง” ที่ทั้งของเก๊ “เกรดเอ” ที่เลือกเก็บไว้ดูเป็นตัวอย่าง และของแท้ ของเก่า ของโบราณแบบเต็มบ้าน และห้องนอน ในส่วนห้องนอนนั้นจัดแล้วจัดอีก ก็ยังดูเต็มห้องนอนอยู่ดีจนภรรยาทนดูไม่ได้ เลยยกห้องนอนให้เป็นห้องส่วนตัวไปเลย

คิดไปคิดมา จึงรู้ว่าตัวเองได้สร้าง “ขยะ” มากมายเหลือเกิน

นี่แค่ที่เห็นชัดๆ นะครับ

ที่คนทั่วไปอาจไม่ทราบก็คือ ผมได้ไปร่วมสร้างที่เก็บ “อัฐิ” ของตระกูลไว้อีกสองแห่ง ที่จังหวัดนครราชสีมา คือที่บ้านเกิดพ่อแห่งหนึ่ง บ้านเกิดแม่อีกแห่งหนึ่ง และยังนำอัฐิบางส่วนของพ่อและแม่มาเก็บไว้ในห้องนอน และที่นา

ในที่นาก็เป็นที่เก็บขยะอีกกองใหญ่พอสมควร ทั้งของที่เสียๆ ของที่คิดว่าจะใช้ และอุปกรณ์ที่ใช้ในการทำนาของผม

ในเนต Gotoknow นี้ ผมก็ได้ร่วมเขียนบันทึกไว้ ที่บางทีก็ไม่ค่อยมีคนอ่านเท่าไหร่ (ประมาณว่าเป็น "ขยะ" ในระบบเนต) อีกเป็นจำนวนมาก และยังเหลือค้างในคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์สำรองข้อมูลอีกเป็นร้อยกิกกะไบท์

ที่มีคนมาใช้ประโยชน์ต่อเนื่อง มีไม่ถึงครึ่งของบันทึก

และ แน่นอน ในสมองผมยังมีขยะมากมายเหลือเกิน ทั้งความจำสมัยเด็ก สมัยเรียน ชื่อเพื่อน นิสัยและวันเกิด นิทานเก่าๆ ประสบการณ์ เคยพูดอะไรกับใคร เคยดีกับใคร เคยทะเลาะกับใคร ยังเก็บไว้เพียบ

ยิ่งกว่านั้นผมยังมีเสื้อผ้า รองเท้า เครื่องมือของใช้ที่มีบทบาทซ้ำซ้อน ส่วนใหญ่ไม่ได้ใช้อีกมากมาย

ผมจึงเริ่มนึกไต่ตรองว่าสาเหตุของการสร้างขยะเหล่านี้คืออะไร

แน่นอนครับ ความรู้ไม่พอใช้

แล้วทำให้เกิดอะไร

  • ความซ้ำซ้อนของของใช้ ใช้ไม่หมด ใช้ไม่ครบ ไม่มีประสิทธิภาพ แม้กระทั่ง “ใช้ไม่เป็น” ก็มี
  • ไม่รู้จริง ทำให้เก็บเกินความจำเป็น ไม่ทราบว่าอะไรควรเก็บ ไม่ควรเก็บ ทำให้เกิดทั้ง “ส่วนเกิน” และ “ส่วนขาด”
  • แยกแยะไม่เป็น ทำให้ “เก็บของปลอม” และ "ของใช้ได้-ใช้ไม่ได้" เผื่อเหลือเผื่อขาด ไว้มากมาย
  • บางอย่างมีมาก จนใช้ไม่หมด หรือ ไม่มีโอกาสจะใช้ และหรือใช้อย่างไม่มีประสิทธิภาพ

อุตส่าห์เคยหลงว่าตัวเองมีความรู้ดีพอสมควร

แต่วันนี้ “โดนท่านแฮนดี้มาเคาะแบบเจ็บๆ คันๆ”

จนทำให้รู้ว่าตัวเองมีความรู้ไม่พอใช้ และได้ร่วมสร้าง “ขยะ” ไว้ให้กับโลกไม่น้อยทีเดียว

หวังแต่เพียงว่าส่วนที่ไม่ใช่ขยะจะมีคุณค่าพอที่จะทำให้ “กองขยะ” ดูมีเหตุผล และคุ้มค่าในตัวของมันเอง

นี่คิดเข้าข้างตัวเองแบบสุดๆเลยครับ

สงสัยจะต้องเริ่มกำจัด “ขยะ” ได้แล้วมั้งครับ

ขอบคุณกับความเห็นดีๆ ที่ทำให้ผมได้ข้อคิดดีๆ กับตัวเอง สังคม และโลกในวันนี้ครับ