เรื่องเล่าต่อจากตอนที่แล้วคือในปี พ.ศ.1-72 นั้นเป็นช่วงที่พุทธสาสนารวบรวมหลักพุทธธรรมไว้เป็นหมวดหมู่มีสถานที่ตั้งมั่นอยู่ในแคว้นมคธ เหตุการณ์รอบข้างคือพระเจ้าอชาตศัตรูปกครองเมืองราชคฤห์แคว้นมคธนั้นถูกลูกชายฆ่าแล้วตั้งตนขึ้นมาปกครองแทนนามพระเจ้าอุทัยภัทธพร้อมย้ายเมืองไปที่เมืองปาฏลีบุตร ( เมืองปัตนะในปัจจุบัน )
และมีการช่วงชิงอำนาจกันต่อมาอีก 5 รัชกาลในที่สุดใน ปี พ.ศ. 72 ชาวเมืองร่วมกันล้มราชวงค์องค์สุดท้ายชื่อพระเจ้านาคทาสก์แล้วยกเสนาบดีชื่อสุสุนาคขึ้นปกครองเมืองไปตั้งวงศ์ใหม่ที่เมืองเวสาลี
ต่อมา พ.ศ. 100 ลูกชายของพระเจ้าสุสุนาคชื่อพระเจ้ากาลาโศกได้ขึ้นครองราชย์ ได้ย้ายเมืองไปตั้งถาวรที่ปาฏลีบุตรแล้วให้การสนับสนุนพระสงฆ์จัดประชุมสังคายนาครั้งที่ 2 ขึ้นที่วาลิการาม เป็นเวลา 8 เดือน มีพระสงฆ์ ( พระอรหันต์ ) 700 รูป
ช่วงนี้เกิดเหตุการณ์พระสงฆ์หมู่ใหญ่แยกไปทำสังคายนาอีกต่างหากเลยเป็นจุดเริ่มต้นเกิดนิกายฝ่ายเถรวาทและฝ่ายมหาสังฆิกะ เกิดเป็นปัญหาที่ต้องรอการจัดประชุมในครั้งที่ 3 ต่อไปนั้นแล.
เพิ่งจะทราบว่า พระเจ้าอชาตศัตรูถูกลูกชายฆ่า
สะท้อนให้เห็นกฎแห่งกรรม จริง ๆ ค่ะ
สวัสดีครับ คุณธรรมทิพย์
การช่วงชิงความเป็นใหญ่อำนาจเข้าตามองไม่เห็นความดีเห็นแต่ความชั่วที่ต้องกระทำการ
จิตไหลไปสู่ที่ต่ำจึงสร้างเวรสร้างกรรมกลายเป็นกฎแห่งกรรม
ที่ถูกบันทึกไว้ในหน้าประว้ติศาสตร์นะครับผม...
สวัสดีวันหยุดค่ะอาจารย์
ยังตามอ่านอยู่ค่ะ
คนไกลวัดอย่างผมต้องเรียนรู้ ขอบคุณท่านอาจารย์ที่นำสิ่งไม่รู้มาบอก จะติดตามครับ
เสาร์สวัสดีค่ะท่านอ.หล่อใหญ่
ช่วงเรียนเรื่องราวเหล่านี้แล้วรู้สึกไม่ค่อยดีเลยนะคะ ประมาณว่าลูกฆ่าพ่อฆ่าพี่น้องเพื่อชิงบัลลังก์ .. อย่างที่ท่านอ.กล่าว อำนาจทำให้คนตาบอดจริงแท้ .. ขอบคุณค่ะ
สวัสดีครับ คุณณัฐรดา
ช่วงนี้เมืองหาดใหญ่มีสายฝนตกลงมาปรอย ๆ เลยต้องเก้บเสื้อผ้าที่ซักตากไว้เมื่อเช้าแล้วแวบมาเปิดบันทึกนี้ละ...ครับ
เรียนท่านยูมิ
ขอบคุณที่แบ่งปันค่ะ
สวัสดีครับ คุณพรชัย
เป็นเรื่องรู้ไว้ใช่ว่านะครับ อิ อิ อิ
มาอีกรอบค่ะ
การแย่งชิงไม่มีวันหมดไปจากใจมนุษย์จริงๆจากอดีตถึงปัจจุบัน และอนาคต
ขอบคุณค่ะ
สวัสดีครับ คุณpoo
โลกเจริญทางวัตถุมากขึ้น ปัญหาก็มีมากขึ้นตามมานะครับ
ก่อให้เกิดความโลภอยากได้อยากมีอยากเป็น...อิ อิ อิ
สวัสดีครับ คุณkrutoiting
มองเหตุการณ์ที่ผ่านมาแล้วในอดีตเป็นบทเรียนของคนเราได้ดีทีเดียว
ยิ่งมองไปช่วงสงครามโลกแล้วทั่วโลกที่มีคนอยู้อาศัยยิ่งหลากหลายเรื่องราว
แม้แดนดินถิ่นอินเดียเพียงเท่านี้ก็เต็มไปด้วยรสชาติที่ดุเด็ดเผ็ดมันเพราะการรุกรานหลายครั้ง
จากคนหลายเผ่าพันธุ์นะครับ...อิ อิ อิ
สวัสดีค่ะ
.แวะเข้ามาอ่านบันทึก และเยี่ยมเยียนค่ะ
.ได้ข้อคิดดีๆค่ะ
สวัสดีครับอาจารย์
ขอบคุณที่ให้ความรู้ ซึ่งจะหาอ่านที่ไหนไม่ได้.
สวัสดีค่ะ
*** ติดตามมาเรียนรู้ค่ะอาจารย์
สวัสดีครับ คุณอุดมพันธ์
ท่ามกลางแสงแดดอ่อน ๆ ตอนเย็น ๆ ในเมืองหาดใหญ่วันนี้ กำลังจะเก็บผ้าที่ตากไว้แล้วจะไปออกกำลังกายสักหน่อยเลยแวบเข้ามาบันทึกละ...
มีความสุขมาก ๆ นะครับ
สวัสดีครับ คุณหมอน้อย 447
ว่าง ๆ ก็เข้ามาเรียนรู้คู่กันไปตามเส้นทางนี้นะครับผม...อิ อิ อิ
สวัสดีครับ คุณ กิติยา เตชะวรรณวุฒิ
เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทางประวัติศาสตร์ตามกาลเวลาที่บันทึกไว้นะครับ
อิ อิ อิ
สวัสดรครับอาจารย์ พอดีผมได้อ่านหนังสือพิมพ์เจอ เป็นสาระที่ดีมีประโยชน์ผมก็เลยคิดที่จะนำมาเสนอกับอาจารย์ดังนี้ครับ
เมื่อพระพุทธองค์ตรัสรู้แล้วนั้น ก็พระราชดำเนินไปเทศน์โปรด ปัญจวัคคีย์ ณ ป่า อิสิปตนะ มฤคทายวัน ระหว่างเดินทางก็ไดพบกับ อุปกาชีวก นักบวชภายนอกศาสนา
อุปกาชีวกจึงเข้าไปทูลถามพระพุทธองค์ว่า "ใครเป็นศาสดาขอพระองค์ พระองค์ทรงชอบใจคำสอนของใคร " พระองค์ทรงตรัสตอบเป็นคาถา(โศลก)ว่า
"เราชนะสรรพสิ่ง ตรัสรู้สรรพสิ่ง ไม่ติดอยู่ในสรรพสิ่ง หลุดพ้นเพราะทำลายตัณหา เราตรัสรู้ด้วยตนเองจะพึงอ้างใครว่าเป็นครูเล่า เราไม่มีใครสอน คนเช่นเราไม่มีในโลก เทวโลก เราเป็นพระอรหันต์ เป็นศาสดาหาศาสดาอื่นยิ่งกว่าไม่ เราผู้เดียวเป็นสัมมาสัมพุทธะ เป็นผู้ดับเย็นแล้ว บรรลุนิพานแล้ว เรากำลังเดินทางไปแคว้นกาสี เพื่อหมุนกงล้อแห่งธรรม และลั่นอมตเภรี ในโลกที่มืดมนอนธการนี้ " ฯ...
**ข้องสังเกตุเรื่องพุทธวัจนะที่ตรัสตอบนั้นได้ถูกนำมาแปรเป็นรูปธรรม กลายเป็นสัญลักษณ์ของศาสนาพุทธ ทั่งสองนิการ คือ
ฝ่ายเถรวาทนำเอาพุทธวัจนะที่ว่า "เพื่อหมุนกงล้อแห่งธรรม" มาสร้างเป็นธรรมจักร ธงธรรมจักร
ฝ่ายมหายานนำเอาพุทธวัจนะที่ว่า "เพื่อลั่นอมตเภรี" มาทำเป็นกลองสำหรับทำพิธีทางศาสนาดังพระจีน พระธิเบตสวดมนต์ไปด้วย ตีกลองไปด้วย ฉะนี้แล.........
ความจริงแล้วมาจากแหล่งที่เดียวกัน แต่จับเอาไปคนละอย่าง มิควรตำหนิติติงกัน
http://learners.in.th/blog/pranprai/post
สวัสดีครับ
สวัสดีครับ คุณธีรนันทน์
ก็มีมุมให้คิดดีจังนะนี่...อิ อิ อิ