วันนี้ผู้เขียนได้ยินเรื่องราวที่น่าประทับใจเรื่องหนึ่งคือ มีแม่บ้านที่ห้างสรรพสินค้าท๊อปแลนด์ของจังหวัดพิษณุโลก ซึ่งอยู่ประจำ food center ขณะที่กำลังเก็บจานตามโต๊ะอยู่ก็เห็นกระเป๋าสะพายวางอยู่ ข้างในมีเงินอยู่ 5 แสนบาท แต่แม่บ้านก็เก็บเงินไปให้กับหัวหน้างาน ปรากฏว่าเป็นของสามีภรรยาคู่หนึ่งที่เพิ่งเบิกเงินจากการขายบ้านได้ ซึ่งทางนั้นก็มอบเงินตอบแทนให้สองพันบาท แต่ทางแม่บ้านก็ไม่ยอมรับ
แม่บ้านรายนี้ทำงานที่ห้างนี้มากว่ายี่สิบปีแล้ว ได้รับค่าแรงวันละ 152 บาท ถ้าหากท่านมีจิตใจที่โลภแล้วเงินจำนวน5 แสนบาทจะทำให้ชีวิตสะดวกสบาย แต่ท่านกลับเลือกทางที่ถูกต้องและมีความสุขใจ ไม่ได้มองว่า...เงินคือสิ่งที่สำคัญที่สุด
วันนี้จึงขอชื่นชมแม่บ้านแห่งเมืองสองแคว ซึ่งรายการข่าวบอกว่า...ท่านคือ..."คนจนผู้ยิ่งใหญ่" จริงๆค่ะ
เป็นคนที่ซื่อสัตย์มากเลยนะครับ น่าชื่นชมมากๆๆที่เขาบอกว่า ซื่อกินไม่หมดคดกินไม่นาน น่าจะใช้ได้เนอะ..
ขอคุณพระศรีรัตนตรัยจงคุ้มครองคนดีเช่นนี้ตลอดไป
ตกน้ำไม่ไหล ตกไฟไม่ไหม้ ครับ
...
อาจารย์สบายดีนะครับ ;)
ตามอาจารย์ขจิตมา ปรากฎว่าเห็นข่าวในทีวีพอดีค่ะ
สมควรยกย่องคนดีนะคะ
ในสภาพเศรษฐกิจแบบปัจจุบัน มีแนวโน้มที่จะทำให้คนบางคนแอบเก็บเงินไว้ได้
เพราะไม่มีใครรู้เห็น เงินจำนวนนั้นสามารถต่อชีวิตได้อีกมาก
แต่คุณแม่บ้าน กลับเลือกที่จะไม่ทำ เพราะมีความรู้สึกว่า ไม่ใช่ของตัวเอง น่ายกย่องมากค่ะ หน่วยงานคงต้องทำอะไรักอย่าง เพื่อประกาศความดีให้เลื่องลือ และเป็นแบบอย่างที่ดีแก่สังคม
สวัสดีค่ะอาจารย์
นำผ้าใหมแพรวา มาฝากครับ
มหา ก็ขอชื่นชมคนดีเมืองสองแคว
พี่ขจิตคะ คนดีเราต้องชื่นชมนะคะ แม่บ้านท่านนี้ เห็นคุณแม่บอกว่า ทำงานมานานมากแล้ว ก็เป็นที่คุ้นเคยของขาช็อปปิ้งอย่างคุณแม่แหล่ะค่ะ
ขอบคุณค่ะทุกท่าน หว้าพยายามตอบมาสองวันแล้วไม่รู้เป็นยังไงตอบไม่ได้เลย พอดีก็ได้เคยรู้จักฝ่ายเจ้าของเงินด้วยค่ะ ก็รับรู้นะคะว่าใครเป็นเจ้าของก็ต้องรักต้องหวงเงินตัวเองกันทั้งนั้นและก็คงทุกข์มากๆด้วย แม่บ้านท่านนี้เลยเป็นต้นแบบที่ดีให้กับคนอื่นอยากให้เรามีตัวอย่างดีๆแบบนี้กันมากๆนะคะ