เริ่มต้นจากที่งานทรัพยากรบุคคลได้รับหนังสือเชิญเข้าร่วมโครงการ “อบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อพัฒนากระบวนกรจิตตปัญญาศึกษา ปี 2552-2553 (รุ่นที่ 2)” ซึ่งเป็นโครงการของศูนย์จิตตปัญญาศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล โดยให้เสมสิกขาลัย ภายใต้มูลนิธิเสถียรโกเศศ –นาคะประทีป เป็นผู้รับผิดชอบในการจัดทำโครงการ

            เป็นโครงการที่มีค่าใช้จ่ายการจัดอบรม เฉลี่ย 80,400 บาทต่อคน ซึ่งได้รับการสนับสนุนงบประมาณบางส่วนในการจัดอบรมจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และศูนย์จิตตปัญญาศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล ผู้เข้าร่วมและหน่วยงานต้นสังกัด ต้องร่วมรับผิดชอบค่าใช้จ่ายไม่เกิน20,000 บาทต่อคนตามความสามารถค่ะ

            ผู้เขียนเห็นโครงการแล้วก็ตื่นเต้น ถ้าได้เข้าร่วมจะได้มีองค์ความรู้เพิ่ม นำมาพัฒนาตนเองและคณะแพทยศาสตร์ต่อไป

            ได้นำเรื่องปรึกษาคณบดี รองคณบดีฝ่ายพัฒนาและบริหาร ผู้อำนวยการโรงพยาบาล ขออนุญาตสมัครแข่งขัน เพราะรับเพียง 36 คน ผู้บริหารได้อนุญาตให้เข้าร่วมได้ ผู้บริหารก็มั่นใจว่าพวกเราผ่านการคัดเลือกอยู่แล้ว พวกเราก็แอบคิดเช่นนั้น

            ต่อมาเมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2552 พวกเราไปสัมภาษณ์ที่ศูนย์จิตตปัญญาศึกษา  มหาวิทยาลัยมหิดล มีคนเข้าร่วมสัมภาษณ์ 70 กว่าคน การสัมภาษณ์ มี 2รอบ เช้าและบ่าย ผู้เขียนเลือกรอบบ่าย  ขั้นตอนการสัมภาษณ์ มี 3 ฐาน ใช้เวลาตั้งแต่ 13.00 น. ถึง 17.00 น. ผ่านฐาน 1 กับ 2 ก็มั่นใจว่าได้แน่ๆ แต่พอฐาน 3 ผู้สมัครมาทำกิจกรรมร่วมกัน และแนะนำตัวตอนสุดท้าย โอ้แย่แล้ว มีแต่คนมีความรู้ความสามารถเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยก็ตั้งเยอะ แล้วพวกเราหละ พนักงานสายบริการ เป็นบุคลากรในส่วนของสนับสนุนมิใช่สอน ตื่นเต้นๆ กัน ว่าเค้าจะเลือกพวกเราไหม ก็บ่นๆ กัน สัมภาษณ์เสร็จน่าจะประกาศผลเลย เพราะตามกำหนดจะประกาศผลสัมภาษณ์ 20 พฤษภาคม 2552 สงสัยแรงบ่น แรงตื่นเต้นส่งถึงคณะกรรมการ ประกาศผลเร็วจริงๆ ไม่ต้องรอวันถึงกำหนด

            เมื่อทางเสมสิกขาลัยโทรมาแจ้งผลก็ดีใจ บวกกับผิดหวังเล็กน้อย เพราะเราไปสัมภาษณ์กัน 3 คน ผ่าน 2 คน แอบถามทำไมเราไม่ได้ 3 คน ได้คำตอบว่าคุณสมบัติผ่านทั้ง 3 คน แต่คณะกรรมการเลือกเพียง 2 คน เพราะให้องค์กรหนึ่งสูงสุดได้เพียง 2 คน เท่านั้น

            ผู้เขียน และน้องศิริบังอร ก็ต้องปรับใจให้พร้อมเข้าสู่โครงการต่อไป