ข่าววัคซีนไข้หวัดใหญ่ 2009 กลุ่มเสี่ยงจะได้รับวัคซีนไข้หวัดใหญ่ 2009 คาดว่าอีกไม่นาน อย่างน้อยก็คงจะทันในช่วงฤดูหนาวนี้  ข่าวอาจจะช้าไปหน่อยสำหรับหลาย ๆ ท่าน แต่ดีว่าไม่ส่งข่าวนะคะ

     ขึ้นบันทึกไปรอบหนึ่งแล้วคะ ปรากฎว่าคำตกขอบอ่านไม่ได้ใจความ ไม่ทราบว่าเกิดจากระบบหรือจากเครื่อง ซึ่งดูจากบันทึกก็อ่านได้ครบทุกประโยค พอแสดงผลอ่านได้ไม่ครบ แตกคำ ตกขอบ เกิดอะไรขึ้น ผู้ดูแลระบบช่วยดูให้ด้วยคะ 

     แก้ไขใหม่ให้อ่านได้ง่าย  หลายรอบแล้วคะ

 

                                

          วันที่ 21 ต.ค. นพ.วิชัย โชควิวัฒน ประธานคณะกรรมการบริหารองค์การเภสัชกรรม  กล่าวว่า ขณะนี้ทราบมาว่า วัคซีนไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ชนิดเชื้อตาย ที่สั่งซื้อจากบริษัท ซาโนฟี่ ปาสเตอร์ จะมาถึงไทยล็อตแรกในสัปดาห์ที่ 3 ของเดือน ธ.ค.ทางบริษัทมีกำหนดส่งวัคซีนมาให้จำนวน 1 ล้านโดส และในสัปดาห์ที่ 2 ของเดือน ม.ค.  จะส่งมาอีก 1 ล้านโดส ทั้งนี้ กำลังอยู่ระหว่างการพิจารณาอยู่ว่า วัคซีนหวัด 2009 ล็อตถัดไปในช่วงเดือน เม.ย.ที่จะเป็นวัคซีนไข้หวัดใหญ่ 2009 อย่างเดียวหรือวัคซีนไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 รวมกับไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาลภายในเข็มเดียวกัน หรือไม่

     “หมอวิชัย” เผย วัคซีนหวัด 2009 ที่สั่งซื้อถึงไทยสัปดาห์ที่ 3 เดือน ธ.ค.ล้านโดส และสัปดาห์ที่ 2 เดือน ม.ค.ปีหน้า อีก ล้านโดส ซึ่งน่าจะพอใช้ในประเทศ เล็งซื้อวัคซีนหวัด ผสมกับเชื้อตามฤดูกาลภายในเข็มเดียว เม.ย.ปีหน้า ระบุราคาไม่ถึง   250 บาทต่อเข็ม ขณะที่การทดลองวัคซีนเจอปัญหาเรื่องความเสถียร การปนเปื้อน ย้ำไม่ระบุทดลองในคนได้เมื่อไหร่ หวั่นปัญหาเกิดแบบไม่คาดฝัน ด้านตัวเลขผู้เสียชีวิตหวัดในรอบสัปดาห์ตายเพิ่มอีก 3 พร้อมปรับยอดตายเดือนก.ย.อีก 3 ราย       รวมตายจากไข้หวัใหญ่แล้ว 176 ราย

     “องค์การเภสัชกรรมมีบริษัทร่วมทุนกับบริษัทซาโนฟี่ ที่มีโรงงานผลิตวัคซีนไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาลจำหน่ายในไทยอยู่แล้ว ทั้งนี้หากพิจารณาเลือกวัคซีนสูตรผสมหลายสายพันธุ์ทั้งสายพันธุ์ใหม่ 2009 และสายพันธุ์ตามฤดูกาลก็เชื่อว่าโรงงานดังกล่าวสามารถรองรับ การผลิตในไทยได้” นพ.วิชัย กล่าว  

     นพ.วิชัย กล่าวต่อว่า ท้งนี้คาดว่า ราคาของวัคซีนสูตรผสมดังกล่าวจะต้องมีราคาถูกกว่าราคาวัคซีนไข้หวัดใหญ่ 2009 ชนิดเชื้อตายอย่างเดียวที่จำหน่ายในช่วงแรกๆ ประมาณ      5 ยูโร หรือประมาณ 250 บาทต่อเข็ม ทั้งนี้จะมีการติดตามสถานการณ์ความรุนแรงของเชื้อ และการกลายพันธุ์ของเชื้อดังกล่าวอย่างใกล้ชิด เพราะจะนำมาเป็นข้อมูลในการพิจารณาสต็อกวัคซีนต่างๆ หากเชื้อมีการกลายพันธุ์ หรือมีความรุนแรงเพิ่มขึ้นวัคซีนที่ผลิตจากเชื้อเดิมที่สต๊อกไว้ก็ไม่มีความหมายและถือว่าไม่คุ้มค่าด้วย
      

       “จำนวนวัคซีนเชื้อตายที่ไทยสั่งซื้อจำนวน 2 ล้านโดส ก็ถือว่าเพียงพอเพราะแม้แต่ จีนมีโรงงาน 10 แห่ง ที่สามารถผลิตวัคซีนได้ 65 ล้านโดส แต่มีประชากร 1.4 พันล้านคน หรือสำรองวัคซีนไว้ 6% หรือญี่ปุ่น มีโรงงาน 4 แห่ง สามารถผลิตได้ 30 ล้านโดส แต่มีประชากร 130 ล้านคน ซึ่งไทยมีประชากร 64 ล้านคน มีสำรอง 2 ล้านโดสก็ถือว่าพอเหมาะแล้ว”    

        ส่วนความคืบหน้าในการทดลองวัคซีนไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ชนิดเชื้อเป็น ที่อ่อนฤทธิ์ลง ขณะนี้ในส่วนของ อภ.ได้ดำเนินการผลิตวัคซีนเป็นการคู่ขนานกับการทดลองซึ่งผลิตเป็นล็อตที่ 9 แล้ว นอกจากนี้ ได้ดำเนินการวิจัยวัคซีนไปพร้อมๆ กันด้วย โดยปัญหาที่พบคือความเสถียรของตัวเชื้อว่าจะทำอย่างไรให้วัคซีนมีคุณภาพอยู่ได้นาน ซึ่งได้ดำเนินการแก้ปัญหาดังกล่าวแล้ว นอกจากนี้ ยังได้ดำเนินการตรวจการปนเปื้อนเชื้อโรคอื่นๆ ในวัคซีน ซึ่งผลจากตรวจสอบไม่พบการปนเปื้อน

        นพ.วิชัย กล่าวอีกว่า หลังจากขั้นตอนการตรวจความเสถียรของเชื้อและการตรวจ  การปนเปื้อนเชื้อของวัคซีน ในสัตว์ทดลองในห้องปฏิบัติการ เพื่อดูการกระตุ้นภูมิต้านทาน ซึ่งใช้ระยะเวลาประมาณ 1 เดือน ถึงจะนำไปทดลองในมนุษย์ได้ อย่างไรก็ตาม ไม่อยากกำหนดระยะเวลาในการนำวัคซีนมาทดลองในมนุษย์ว่าจะเป็นเมื่อใด เพราะต้องมีการทดลองเรื่องความคงตัว ความปลอดภัยต่างๆ ให้ดีที่สุดก่อนนำมาทดลองในมนุษย์ อีกทั้ง  ในช่วงระยะเวลาที่ทดลองอาจเกิดปัญหาใดๆ ที่ไม่คาดคิดขึ้นได้ ดังนั้นจึงไม่อยากกำหนดระยะเวลาเพื่อเป็นการเร่งรัดการดำเนินการวิจัย