ความคิดนี้มันแว๊บ...เข้ามา หลังจากที่ฉันถูกพันธนาการด้วยภาระหน้าที่อันหนักอึ้งอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้....
 
บางครั้งชีวิตของคนเราก็ต้องมีเหนื่อยกันบ้าง
บางครั้งเราอาจจะดำเนินชีวิตไปอย่างช้าๆ บ้าง
หรือ... หยุดพักอยู่ในอ้อมกอดของใครสักคน
....จนกว่าจะหายเหนื่อย.....
เพราะหากเราดันทุรัง เดินต่อไป
อาจทำให้เครื่องพังกันพอดี....
“เครื่อง” ในความหมายของฉันก็คือ สุขภาพ ร่างกาย จิตใจของเรานั่นเอง
การพักเหนื่อย จึงเป็นทางออกที่ดีที่สุด!..
        ความคิดนี้มันแว๊บ...เข้ามา หลังจากที่ฉันถูกพันธนาการด้วยภาระหน้าที่อันหนักอึ้งอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้....
เวลาหนึ่งสัปดาห์ที่จะได้พักนี้   หากฉันไปพบแพทย์ตามนัดเรียบร้อยแล้ว  น่าจะมีเวลาหาที่พักผ่อน เพื่อตามพลังให้ชีวิตสักสามวัน คงจะดีไม่น้อย

 

       

 

          ใจอยากไปอยู่เกาะสักแห่ง แต่หน้ามรสุมเช่นนี้คงไม่เหมาะนัก  ฉันชอบทะเลมากๆ ไปทะเลที่ไม่ไกลกรุงเทพฯ จะได้ไม่ต้องเดินทางนานๆ   บางแสนก็ไปบ่อย  งั้นไปพัทยาก็แล้วกัน....
....ปลดล่อยอารมณ์ให้ล่องลอย..ทำจิตให้ว่าง....มองท้องทะเลไปให้ไกลสุดสายตา จนสุดขอบฟ้า อ่านหนังสือดีๆ สักเล่ม  เดินทอดน่องไปตามหาดทรายขาว  ชวนลูกๆ ก่อกองทราย...ฝังตัวอยู่ภายใต้ผืนทราย.... แล้วหลับตา ฟังเสียงคลื่น สายลมอ่อนๆ สัมผัสที่ใบหน้าและปลายจมูก  สูดลมหายใจลึกๆ  ผ่อนคลาย คงสบายใจอย่างบอกไม่ถูก  พอค่ำก็ทานอาหารทะเลสดๆ ... ร้องเพลงเบาๆ กับลูกๆ  โอ๊ย! ... สุขอะไรจะปานนั้น

 

        การมาพัทยาคราวนี้เป็นการพักผ่อนจริงๆ  หลังจากที่แบกภาระหน้าที่อันหนักอึ้งกับระยะเวลาอันรีบเร่งมาจนอ่อนล้า.... พอเสร็จจากการพบแพทย์ ตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์  เสร็จจนบ่าย 3  ฉันไปซื้อของที่แพทตินั่ม และอุปกรณ์คอมฯ ที่พันทิพย์พลาซ่า.... พอน้องชาย (ผู้การฯ เอก) กลับมาจากทำงาน  ทานอาหารเย็นเรียบร้อยเราก็ออกเดินทางไปพัทยา ขึ้นทางด่วนจากกรุงเทพฯ 2.30 น. ถึงพัก The Cottage Resort  ห้อง 422 ก็ 4 ทุ่มพอดี.... ส่วนน้องชายไปพักกับเพื่อน ผู้กองชีพ (สำนักงานตำรวจตรวจคนเข้าเมือง : ตม.)  เพื่อนสนิทของเขา  อยู่แถวพัทยาซอย 8  เขาจะไปออกรอบกันแต่เช้า

 

Welcome to The Cottage Resort…

 

        ที่พักกว้างขวาง ตกแต่งเก๋  มีสระว่ายน้ำไว้บริการลูกค้า ล้อมรอบด้วยต้นไม้นานาพันธุ์ โดยเฉพาะปาล์ม ลีลาวดี พุทธรักษา สระบัว ฯลฯ เขียวชอุ่มตัดกับสระว่ายน้ำฟ้าสดใส มีโต๊ะนั่ง เตียงนอน ประดับโคมไฟ บรรยากาศดีจริงๆ  เท่าที่เห็นมีแต่แขกชาวต่างชาติ ไม้เห็นคนไทย ยกเว้นพนักงาน และแม่บ้าน
         ฉันออกมาสูดอากาศยามเช้าที่บริเวณสระว่ายน้ำ พวกฝรั่งและเด็กๆ เล่นน้ำกันหลายคน   เฮ่อ!... คิดถึงน้องนนท์ที่ไม่ได้มาด้วย เพราะมัวแต่ห่วงเรียนพิเศษ.... เลยอยู่บ้านกับคุณพ่อ และคุณยาย  เอาไว้ปิดเทอมใหญ่คงได้เที่ยวกันพร้อมหน้าพร้อมตา
         ที่พักอยู่ตรงข้ามห้างเซ็นทรัล บิ๊กซี  ลูกสาวชอบ เพราะเป็นของกิน และร้านหนังสือ  ตอนเช้าเราไปทานอาหารที่ครัวแม่ศรีเรือน.... จะเรียกว่าเช้าคงไม่ได้ เพราะ 11 โมงแล้ว.... เพราะสองสาวเกี่ยงกันตื่น...ฮ่า ฮ่า

 

ตอนลงเรือดำน้ำ เขาให้ถอยหลังลงค่ะ...

 

 

โปรแกรมวันแรก น้องเอกกับน้องชีพ พาไปลงเรือดำน้ำ “วิมานใต้ทะเล”  พอถึงเวลารถของบริษัทก็มารับเราไปที่ท่าเรือ นั่งเรือ Speed Both ที่เรือดำน้ำไกลเหมือนกัน  ผ่านเกาะล้าน  เกาะครก ด้วยแหละ  ทริปนี้มีคนไทยคือ ฉันกับน้องนุ๊ก น้องเน  และอีก 1 ครอบครัว  นอกนั้นเป็นชาวต่างชาติค่ะ

 

ทริปนี้ขาดน้องนนท์ ลูกชายคนเล็ก.... คิดถึงนะ....ไม่เป็นไรแม่จะดูเผื่อ...

 

        ปะการังสาย แต่ฉันว่าไม่สวยเหมือนเมื่อก่อน เห็นฝูงปลาหลากหลายชนิด ปลาปั๊กเป้าน่ารัก ตากลมโต น้องนุ๊กบอกว่า... แม่ขา ปลาปั๊กเป้ามันใส่บิ๊กอาย น่ะ... ฮา  เห็นปลิกทะเลเป็นครั้งแรก  ไกด์บอกว่า เขาเอาไปทำเป็นอาหารในภัตตาคาร ราคาแพงมาก.... แต่ฉันคงไม่กล้ากิน... ไม่รู้ว่ากลัว หรือสงสารกันแน่...             

 

ชมธรรมชาติใต้ท้องทะเล เห็นเจ้าปั๊กเป้าไหม? ตัวกลมเชียวค่ะ

ถือโอกาสถ่ายรูปในห้องเครื่อง ก่อนขึ้นจากเรือดำน้ำ กัปตันเท่..มั้ยล่ะ
 
        กลับจากลงเรือดำน้ำ ฉันก็ขับรถเที่ยวรอบๆ เมืองพัทยา.... ไม่รู้จะหลงหรือเปล่านะ... เพราะคุณผู้การ กับผู้กอง ไปปฏิบัติภารกิจ... ฉันเลยต้องขับรถกันตามลำพังสามแม่ลูก ฮิ ฮิ... ผู้คนมากมาย อ้อ!.. ขัยรถไม่ค่อยมีวินัยเท่าไหร่?  ติดนิสัยครูอีกแล้ว.... ตอนแรกว่าจะไปแวะนั่งเล่นที่ริมหาด  แต่เปลี่ยนควมคิด... ไว้เป็นพรุ่งนี้ดีกว่า  เพราะคืนนี้จะไปดูทิฟฟานี่โชว์  เดี๋ยวจะมัวเพลิดเพลินกับทะเล ไปดูไม่ทันรอบที่จองไว้... เลยกลับที่พัก...

 

ถ่ายรูปเป็นที่ระลึก ก่อนรถของบริษัทจะมารับ วิวสวยไม่เบาเลย

 

ก่อนเข้าที่พัก สองสาวของซื้อขนมและผลไม้ไปทานที่ห้อง  ส่วนฉันไปนอนอ่านหนังสือที่ริมสระว่ายน้ำใต้ต้นลีลาวดี พร้อมกับ MP3 คู่ใจ.... จนเผลอหลับไป....

 

 

        พอค่ำ ก็ไปที่ทิฟฟานี่  เดินไปเพราะไม่ไกลจากที่พัก ถือโอกาสชมบรรยากาศยามค่ำคืนของพัทยาด้วย  แวะทานมื้อค่ำริมทางที่มีอาหารหลายประเภทให้เลือกมากมาย

      การแสดงโชว์ สวยงาม ฉากแต่ละฉากอลังการมากๆ  แต่เขาห้ามถ่ายรูป.... นักแสดงทุกคนทั้งสวยทั้งเก่ง สวยจนผู้หญิงอายเลยแหละ...

       หลังการแสดงแสดงจบลง นักแสดงจะมาให้บริการถ่ายรูปกับนักท่องเที่ยว ฉันกับลูกๆ ก็เอากะเขามั่ง... เป็นที่ระลึก....  ประทับใจจริงๆ
 

นักแสดงสวย และเก่ง ทุกคนเลยค่ะ
 
กลับถึงที่พัก... ด้วยความที่เป็นคนที่ค่อนข้างโรแมนติก + เพ้อเจ้อ นิดๆ  ฉันเลยนั่งเล่นปล่อยอารมณ์ให้ล่องลอยที่ริมสระว่ายน้ำ เงียบสงบ บรรยากาศของที่พักยามค่ำคืนงดงามไปอีกแบบ…. ส่วนสองสาวก็นอนดูทีวี เล่นเน็ต และกินขนมตามประสาของเจ้าหล่อน...

 

รรยากาศของ The Cottage Resort… ยามค่ำคืน

 

เช้าวันใหม่ ฝนตกหนักมาก มองออกไปทางหน้าต่าง เห็นน้ำนองเต็มถนนเลย.... พอฝนซ่า ก็ขับรถไปรับน้องเอกที่ห้องพักผู้กองชีพ   ชีพเขาต้องออกไปปฏิบัติหน้าที่ จับคนต่างด้าวลักลอบเข้าเมืองที่ศรีราชาตั้งแต่ ตี 4 พี่สาวอย่างฉันจึงต้องไปรับน้องชายสุดที่รัก....(ผู้การเอก ลางานเพื่อพาพี่พี่สาวมาพักผ่อนค่ะ น่ารักที่สุดเลยน้องชายคนนี้...)

 

ตอนนี้ฝนตก ออกไปไหนไม่ได้ น้ำท่วมถนนสูงจริงๆ
เลยถ่ายรูปห้องพักไปพลาง.... เดี๋ยวฝนหยุดจะขับรถไปรับน้องชายค่ะ

 

      อาหารเช้าวันนี้คือ กาแฟ ส่วนของท่านผู้การและสองสาวก็คือซาลาเปา ไก่ทอดของโปรดของน้า หลาน ฮิ ฮิ  
      ตอนสายฝนหยุด ไปนั่งเล่นริมหาด อากาศดีจังเลย  พอแดดเริ่มร้อนก็เดินทางไปศรีราชา  ผู้กองชีพอยู่ที่นั่น  ไปแวะเอาถุงกอล์ฟ ที่อยู่ในรถของชีพ   เห็นคนต่างด้าว และเด็กร้องไห้ระจองอแง (ชาวเขมร)   น้องชีพบอกว่า สงสารก็ต้องจับ แล้วผลักดันออกนอกประเทศ เพราะเป็นหน้าที่ อีกอย่างกลุ่มคนเหล่านี้เข้ามาสร้างปัญหาให้บ้านเมือง.....

 

ริมหาด ตอนแดดอ่อนๆ

 

สนง.ตม. ตั้งอยู่เลียบชายฝังทะเลที่ยาวมากๆ  เทศบาลเขาทำริมหาดเป็นสวนสาธารณะ ดูสวยงาม สะอาดและสงบกว่าพัทยา...เหมาะกับการนั่งพักผ่อนชมวิว....
ขากลับแวะตลาดหนองมน... เพื่อซื้อของฝากตามธรรมเนียม...ให้คุณยาย น้องนนท์ และเพื่อนๆ  

 

 2 วัน 2 คืนที่พัทยา/ศรีราชา รู้สีกว่าได้พักผ่อนอย่างมีความสุขจริงๆ  จะอยู่กรุงเทพฯต่อ อีก 2 วัน  เพราะจะไปดูมหกรรมหนังสือที่ศูนย์ประชุมสิริกิติ์  ได้อาหารตา อาหารใจ แล้วต้องได้ อาหารสมองกลับบ้านด้วย....

 

        ฉันรู้....ว่าอย่าพักนาน  จนกลายเป็นหยุด...
เพราะปลายทางแห่งฝัน....ยังรอฉันอยู่
หากเราพักนานไป  ก็จะกลายเป็นหยุดอยู่กับที่
        หายเหนื่อยก็รีบลุกขึ้นมา กลับสู่โลกแห่งความจริง
กับภาระหน้าที่อีกครั้ง  เมื่อมีแรงแล้ว 
อาจจะทำให้เราเดินไปอย่างรวดเร็ว.... แต่รอบคอบ
หรือจะเดินไปอย่างช้าๆ แต่ระมัดระวัง
.....สุดแท้แต่เหตุการณ์ข้างหน้านั้นจะเป็นเช่นไร....
เดินช้าได้  ถ้าเราเหนื่อย   แต่อย่าเดินถอยหลังก็แล้วกัน

บันทึกโดย : ครูใจดี