ป่าไม้ เป็นทรัพยากรที่สำคัญคู่แผ่นดิน ที่มีอิทธิพลต่อสภาพสิ่งแวดล้อมและระบบนิเวศหลายประการ เช่น อุณหภูมิ ความชื้นสัมพัทธ์ การเคลื่อนที่ของลม-พายุ การพังทลายของดิน การไหลของน้ำและถิ่นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่า ฯลฯการทำลายระบบนิเวศของป่าไม้ ย่อมนำมหันตภัยมาสู่มนุษย์ อย่างที่เห็นกันอยู่ในขณะนี้ โดยเฉพาะภาวะน้ำหลากและแล้งอย่างรุนแรง ที่กำลังเป็นปัญหาสำคัญในปัจจุบัน
การเพิ่มพื้นที่ป่า การเพิ่มพื้นที่สีเขียว มนุษย์ตัวเล็กๆ อย่างเราๆ ท่านๆ พอที่จะมีความสามารถกระทำได้ อาจจะเริ่มต้น ด้วยการช่วยกันปลูกต้นไม้ยืนต้น ในที่ดินของตนเองหรือพื้นที่สาธารณะ ให้อยู่รอด(ตาย)ได้อย่างน้อยคนละ ๑ ต้นต่อปี ติดต่อกันชั่วชีวิต ผมว่าน่าจะมีพื้นที่สีเขียวเกิดขึ้น บนแผ่นดินนี้ไม่น้อยทีเดียว ....
สำหรับผมเอง ดำเนินการในพื้นที่ ๖๖ ไร่ มาตั้งแต่ปี ๒๕๔๐ ยังไม่ประสบผลสำเร็จ คงต้องใช้เวลาไปอีกทั้งชีวิตที่จะต้องดำเนินการ ตามที่ได้ตั้งใจไว้ คือ การปลูกไม้ร่วมต่างระดับ(Multi-Storied Cropping) ที่มีไม้หลากหลายชนิดให้อยู่ร่วมกัน เลียนแบบผืนป่าธรรมชาติ โดยใช้ ๗ ล.๑ ร.ดังนี้ครับ.
สวน " พันพฤกษ์ " (เพิงพักช้าง)
๑.ไม้หลัก หรือไม้ประธาน เป็นไม้ต้นสูงมากๆ เป็นไม้ใช้สอย ที่มีคุณค่า มีอายุมากกว่า ๑๐ ปี ซึ่งคนปลูก อาจจะไม่ได้ใช้(ก็ได้) แต่ปลูกเพื่อแบ่งปันความร่มเย็น ร่มรื่นให้กับแผ่นดิน เช่น ยางนา สัก เทียมหรือสะเดาช้าง ฯลฯ
๒.ไม้รอง ผมขอแยกย่อยออกเป็น ๒ ชนิดคือ ชนิดแรก เป็นไม้รองเพื่อพลังงาน/เพื่อใช้สอยปลูกสร้าง เช่น ยูคาลิปตัส นนทรี สะเดา ฉำฉา พยอม ซึ่งเป็นไม้โตเร็ว ปลูกเป็นแนวรั้ว ทางเดินหรือแนวบังลม ส่วนชนิดที่ ๒ เป็นไม้รอง ที่ใช้รับประทานเป็นอาหาร
และสมุนไพร ได้เช่น มะพร้าว มะม่วง มะตูม มะสัง มะปราง มะรุม มะขวิด มะกอก กระท้อน มะยง ลำไย ลิ้นจี่ มะขามเปรี้ยว/หวาน ส้มโอ ส้มเกลี้ยง ส้มซ่า มะขามป้อม ขนุน เงาะ ละไม ลองกอง พุทรา มังคุดมะดัน(ตัวเมีย) เพกา มะข่วง มะแขว่น มะไฟ มะคำดีควาย หัสคุณไทย หัสคุณเทศ นุ่นทรงฉัตร ขี้เหล็ก หว้าสวน กฤษณา จันทร์ลูกหอม ฯลฯ
๓.ไม้เล็ก(พุ่มเล็ก) เน้นการบริโภคเป็นอาหารและสมุนไพร เช่น กล้วย มะละกอ มะนาว มะกรูด ส้มป่อย ฝรั่ง ยอมะยม มะเฟือง น้อยหน่า
มะไฟ ละมุด ทับทิม ตะลิงปลิง แก้วมังกร ไผ่ลวก ไผ่หวาน ไผ่ตง ไผ่เลี้ยง มะแว้งต้นฯลฯ ส่วนไม้พุ่มเล็กที่น่าปลูกไว้เป็นไม้พลังงานก็คือ สะแก
๔.ไม้ลอย(อากาศ) ปลูกหรือผูกติดไว้กับไม้หลัก ไม้รอง เพื่อประดับให้ดูสวยงามตามธรรมชาติยิ่งขึ้น เช่น กล้วยไม้ชนิดต่างๆ โดยเลือกกล้วยไม้ที่ทนแล้งเป็นสำคัญ
๕.ไม้ลุ่ม/ไม้เลิง เลิงเป็นภาษาอิสาน ที่แปลว่า หนองน้ำ ไม้ชนิดนี้จึงต้องปลูกในที่ลุ่มมีความชื้น หรือในที่มีน้ำ ทั้งใช้บริโภคและสมุนไพร เช่น ผักบุ้ง ผักกระเฉด ผักขแยง ผักกระชับ บัวบก ผักไผ่ ผักเผ็ดโสน เหงือกปลาหมอ ฯลฯ
๖.ไม้ล้มลุก ส่วนใหญ่ เป็นไม้ที่มีอายุ ๑-๓ ปี ที่ใช้รับประทานเป็นอาหาร เป็นสมุนไพรและใช้สอยอื่นๆ เช่น เป็นอาหารและสมุนไพร ได้แก่ พืชผักต่างๆ พริก มะเขือ กระเจี๊ยบ กระเพรา
สะระแหน่ ตะไคร้ ตะไคร้หอม ทองพันชั่ง กวางแฉะ โด่ไม่รู้ล้ม ผักเสี้ยน ฟ้าทะลายโจร หญ้าหนวดแมว ฯลฯ ส่วนไม้ล้มลุกใช้สอยที่สามารถปลูกไว้ใต้ร่มไม้ได้ อาทิเช่น เตย วาสนา ปริก โปร่งฟ้า ฯลฯ เป็นต้น
๗.ไม้ลึก หรือไม้ที่ใช้ประโยชน์จากรากหรือหัวที่อยู่ใต้ดิน ที่ใช้บริโภคเป็นอาหาร/สมนุไพร/ทำสารป้องกันกำจัดแมลง ได้แก่ ข่า ไพล กระทือ กระชาย ขิง ขมิ้น หนอนตายอยาก โรติ๊น
รากหนอนตายอยาก(ภาพจาก สนง.กษจ.กำแพงเพชร)
๘.ไม้เลื้อยและกึ่งเลื้อยที่ปลูกไว้เพื่อจะใช้เป็นอาหาร/สมุนไพรและใช้สอย ได้แก่ ตำลึง สลิดหรือขจร ถั่วพู บวบ ฟักเขียวกระทกรก พริกไทย ดีปลี ชะอม หวาย ผักหวานบ้าน มะแว้งเครือ เสลดพังพอนตัวเมีย โดยพริกไทย ดีปลี ปลูกให้ไต่ขึ้นต้นมะพร้าว หวาย เป็นพืชที่ชอบความชุ่มชื้น ปลูกใต้ต้นสะเดาช้างซึ่งชอบชุ่มชื้นเหมือนกัน จะโตเร็ว
เถาขจร
ครับ!..ผมลองทำดู ก็มี ๘ กลุ่ม ส่วนหลักและวิธีการปฎิบัติ คงขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ ว่าทำเพื่ออะไร(ทำเพราะชอบ,ทำเพื่อกินเพื่อใช้,ทำเพื่อโชว์และทำเป็นอาชีพ) โดยรายละเอียด จะต้องศึกษาเพิ่มเติมถึงปัจจัยต่างๆ ที่จะมาเกี่ยวข้องกับการเจริญเติบโตของพืชแต่ละชนิดด้วย
ส่วนที่นำมาบันทึก มาเล่า ..เพียงอยากจะบอกว่า..
(ก) การทำสวน เป็นงานเสริม นอกจากช่วยลดโลกร้อนได้บ้าง แต่สิ่งที่เป็นผลพลอยได้..ที่ผ่านมา.ก็ได้ประโยชน์อย่างน้อย๘ อย่างก็คือ (๑)การมีอาหารที่ดี มีคุณค่า ไม่มีสารพิษไว้บริโภค เหลือก็ขายไป ..(๒)มีรายได้..แม้จะน้อยนิด ก็เป็นความภาคภูมิใจ (๓)ได้ใช้เวลาว่างทำกิจกรรม(๔)ได้ออกกำลังกายในวันหยุด..(๕)ได้อากาศ/บรรยากาศที่ดี(มีเสียงนก เห็นนก ผีเสื้อ)..(๖)มีอารมณ์ที่ดี ที่เกิดมาจากสมาธิและความพึงพอใจในการทำกิจกรรมภายในสวน(๗)ช่วยเพิ่มมูลค่าอสังหาริมทรัพย์ให้มีมูลค่าเพิ่มขึ้นจากเดิม(๘)เกิดปฎิสัมพันธ์ที่ดี ของคนในครอบครัวที่ใช้เวลาว่างหรือวันหยุดมาพักผ่อนหรือมาทำกิจกรรมร่วมกัน..แค่นี้ ผมว่ามันเป็นกำไรสทุธิ ที่คุ้มเกินกว่าคุ้มค่าเสียอีกครับ..
แต่หากไม่มีพื้นที่ รอบบริเวณบ้านก็ปลูก ก็ทำได้ครับ ผมทำเอาไว้ที่บ้านผมเอง..เชิญแวะเยี่ยมเยียนได้ที่.. https://www.gotoknow.org/posts/295921 ครับ
(ข) การเรียนรู้ โดยการลงมือลองปฏิบัติ(Learning by doing) ควบคู่ไปกับตำรา ..น่าจะส่งผลดีแก่ผู้เรียนมากยิ่งขึ้น
(ค)ทุกสรรพสิ่งบนโลกนี้..แม้กระทั่งต้นไม้ใบหญ้า ก็สามารถอยู่ร่วมกันได้ แม้จะดูเหมือนว่า มีการแบ่งกลุ่ม แบ่งชั้นวรรณะ..แต่ถ้าหาก อยู่ด้วยกันอย่างเกื้อกูล มีเมตตาอารีย์ ถ้อยทีถ้อยอาศัย รู้จักการให้ การเสียสละ ไม่เอารัดเอาเปรียบกัน เราก็สามารถอยู่ร่วมกันได้ อย่างปิติสุข...ครับ
ขออำนวยอวยชัย..ให้ทุกท่านทุกคน มีความสุข สดใส ใจเบิกบานและประสบโชคดี ...ด้วยน๊ะขอรับ
สามสัก
๑๖ ตค.๒๕๕๒
ด้วยพี่ครูKrutoiting สอบถามตามคอมเมนท์ที่ ๕๘,๖๑และ๖๕...
ผมจึงได้นำภาพถ่ายในสวนผมบางโซน มาให้คุณพี่ครู Krutoiting ดูและพิจารณาพอเป็นแนวทาง เพื่อนำไปประยุกต์ใช้ในพื้นที่ดินของคุณพี่ครูเองครับ ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวของผม ไม่ได้ทำในเชิงธุรกิจ ที่ทำไว้ ก็เพียงให้พอคุ้มทุน กับค่าใช้จ่ายที่จะมีขึ้นในแต่ละปีเท่านั้น ไม่มีคนงานประจำ มีแต่คนเฝ้าเท่านั้น ใช้จ้างเป็นงานๆ(Job) ไปครับแต่ทำไว้เพื่อการออกกำลัง เพื่อการพักผ่อนหย่อนใจตามที่ผมชอบ เพื่อเพิ่มพื้นที่ป่า ที่กินและใช้ได้ คงจะใกล้เคียงกับวัตถุประสงค์ของคุณครู..แต่จะแตกต่างกันก็คือ.. ช่วงเวลาเริ่มลงมือทำ ผมคิดว่า น่าจะทำตอนที่ร่างกายยังแข็งแรงอยู่ครับ.. หากรอถึงอายุ ๖๐ ปีก่อนค่อยทำ ผมไม่แน่ใจว่า จะทำไหวหรือเปล่าครับ..ทำตอนที่ยังมีกำลังปึ๋งปั๋ง ยังหนุ่มแน่นดีกว่าครับ คุณพี่ครู(ลปรร.น๊ะครับ) ถึงตอนนั้น ต้นไม้โตหมดแล้ว ผูกเปลยวน ระหว่างต้นไม้ นอนฟังเสียงนกร้องขับกล่อม ภายใต้ต้นไม้ที่โตแล้ว น่าจะเหนื่อยน้อยมากและสุขใจกว่าเป็นไหนๆน๊ะครับ..คุณพี่ครูโดยเริ่มจาก..
(๑)ต้องมีน้ำ ถ้าไม่ติดแม่น้ำลำคลองหรือในแหล่งที่มีน้ำบาดาล ก็ต้องขุดสระ ให้มีน้ำให้พอใช้ก่อนครับ อย่างน้อย ๑,๒๐๐ ลบ.เมตร ขึ้นไป
(๒) มีที่พักอาศัยอาจนำดินจากการขุดสระ ถมข้างใดข้างหนึ่งของสระให้สูง มากพอที่จะปลูกที่พัก(ในรูปถมสูง ๒.๘๐ ม ดินยุบตัวเหลือ๒ม)การขุดสระ จะเสียพื้นที่ แต่ช่วยเพิ่มความชื้นสัมพัทธ์ เกิดการไหลเวียนของอากาศ(คล้ายลมบกลมทะเล)
ตัวอย่าง สวน " พันพฤกษ์ "ผมขุดสระล้อมเพิงพักซึ่งนอกจากเป็นแหล่งเก็บกักน้ำ เลี้ยงปลาแล้ว ยังใช้ทำนาในช่วงปลายหนาว(มค)และใช้เป็นสิ่งกีดขวาง(แบบคูเมือง)ด้วย
(ในรูป เป็นข้าวระยะตั้งท้อง ปลาช่อน ตีแปลง วางไข่ครับ)
โดยสระด้านหลัง จำนวน ๒ สระ จะขุดตื้นเพียง ๑.๐๐ เมตร เพื่อใช้ทำนา(ปลูกข้าวไว้กินเอง) และใช้เลี้ยงปลาโตเร็ว เช่นปลาตะเพียน หลังเก็บเกี่ยวข้าวแล้ว(พค-มค)
(๓) ปลูกตามที่กิน ให้มากที่สุดหรือพืชที่ดูแลรักษาง่าย ควบคู่ไปกับการสร้างภูมิทัศน์ของสวนให้สวยงามด้วยถ้ามีพื้นที่ดินน้อย ปลูกไม้จับกลุ่ม ตามตัวอย่าง(ในตัวอย่างเป็นมะพร้าวกะทิ ๑ น้ำหอม ๒ต้น)นอกจากจะใช้บริโภค ยังใช้ตกแต่งสถานที่ให้สวยงามได้ด้วยครับพี่ครู
(๔) วิธีการปลูกถ้าปลูกเรียงเป็นระเบียบ ลองสับหว่างต้นไม้รองและไม้เล็ก ที่สามารถเติบโตด้วยกันได้ เช่นในภาพ ผมปลูกมะไฟ มะละกอ ต้นแค สับ ระหว่างมะพร้าวน้ำหอม ครับ
สำหรับไผ่ น่าจะปลูกไผ่หวาน ๑ กอ น่าจะเพียงพอแก่การบริโภค ควรปลูกในที่ใกล้น้ำหรือมีน้ำให้ได้ง่าย จะบังคับให้ออกหน่อในช่วงฤดูแล้งได้ง่าย
(๕) หากพื้นที่ มีน้ำจำกัด และต้องให้น้ำพืชทางระบบท่อหรือMini Sprinker ควรแยกปลูกเป็นกลุ่มตามแต่ละชนิดไป ซึ่งสะดวกในการให้น้ำ ซึ่งสวนผม วางระบบการให้น้ำ ทั้ง ๖๖ ไร่ แบ่งเป็นโซน..
..เป็นกลุ่ม เช่นกลุ่มพืชสมุนไพร พวกมะขามป้อม มะกอก มะคำดีควาย มะมื่น กลุ่มพืชที่ปลูกเลี้ยงนกป่า เช่น หว้า ตะขบสวน กล้วยน้ำว้าดงซึ่งเป็นกล้วยลูกใหญ่ ลูกดก ทนแล้ง ต้านทานโรค แต่ไส้อมเปริ้ยว เหมาะสำหรับให้นกป่าบางชนิดกิน
....โดยใต้พุ่มมะขามป้อม ปลูกไม้กึ่งเลื้อยและไม้ล้มลุกบางชนิด อาทิ ชะพลู พริกขี้หนู มะเขือพวง...ทิ้งไว้ ให้รก/ปกคลุมแทนหญ้า
หรือใต้ร่มไม้รอง ที่มีทรงพุ่มโปร่ง ไม่ทึบเกินไป สามารถปลูกพวกเตยหอม ปริก โปร่งฟ้า บอน เผือก(ถ้าอยู่ใกล้น้ำ) ฯลฯ ได้ เป็นทั้งอาหาร ไม้ประดับและสมุนไพร ด้วยครับ
สามสัก
๒๔ ตค.๒๕๕๒










สวนกินได้ น่าสนใจมากค่ะ แต่ช่วงหลังๆนี่ไม่เข้าสวนนี่คะ
ยังไงในส่วนไม้เลิงก็ปลูกบัวบกไว้ด้วยก็ดีค่ะ..เข้าใจถูกรึเปล่าคะ
สวัสดีค่ะ
อ่านแล้วชักอยากมีที่ดินเป็นของตัวเอง...จะได้ปลูกป่ากินได้
ตอนนี้มีพื้นที่เล็กๆที่บ้านพักค่ะ เลยปลูกได้เฉพาะพวกไม้ประดับ และผักสวนครัวเล็กๆ น้อยๆ พอให้ได้เก็บกินเวลาหิว 555 ที่ปลูกไว้ก็จะมีพวกสะระแหน่ แก้วมังกร ฝรั่ง มะเขือ อัญชัญ (ต้นนี้ก็ปลูกไว้กินเป็นผักค่ะ) กระท้อน มะยม ทับทิม มะละกอ ตำลึง ข่า ปลูกไว้อย่างละต้นสองต้น...
คุณสามสัก ช่างคิดช่างเปรียบเทียบนะคะ...."ไม้หลักกับการแสวงหาความสมหวังในชีวิตคู่"...ดาวสงสัยว่าถ้าเป็นไม้หลักสูงๆ เค้าอาจจะไม่ปีน แต่ทำตัวเป็นไม้เลื้อยซะมากกว่า ค่อยๆ เลื้อยไต่ขึ้นไป จะได้ไม่ตกลงมาเจ็บตัว 555
สวัสดีครับ ท่านสามสัก
ป่าไม้มีประโยชน์อย่างที่ท่านว่า เดี๋ยวนี้บ้านผมป่าหดหายเป็นไร่ข้าวโพดเกือบหมดแล้ว
ทุกปีฝนตกหนัก นำหลาก น้ำท่วม น่ากลัวขึ้นทุกวัน
มีวิธีการใดจะปลูกป่าในใจคนให้สำเร็จได้เสียที
สวัสดีค่ะ
ไม่ทราบมาก่อนเลยค่ะ ว่าไม้มีตั้งหลายลักษณะ ทั้งหลัก รอง เลื้อย ฯลฯ
ที่บ้านมีแต่ไม้เล็กและไม้ล้มลุกค่ะ เพราะเป็นอาคารพานิชย์ ถ้ามีที่เยอะๆ จะปลูกไม้หลักบ้าง
ขอบคุณนะคะสำหรับความรู้
สวัสดีค่ะคุณน้า
หนูมาทักทายคุณน้าค่ะ คุณน้าสบายดีหรือเปล่าคะ
ตอนนี้หนูไปเที่ยวภาคใต้กับคุณครู วันนี้อยู่ที่กระบี่ค่ะ
อยากมีที่ดินสักแปลง ปลูกให้ได้แบบนี้นะคะ น่าจะมีความสุขมาก ๆ
สวัสดีค่ะ...
อืม!! ได้รู้หมวดหมู่ประเภทของไม้แต่ละชนิดค่ะ...แต่ไม้เลื้อยยังอธิบายไม่ชัดเจนค่ะ...ขออธิบายเพิ่มเติมอีกนิดนะคะ...ไม้เลี้อย มักจะเอามาเปรียบเทียบกับผู้ชาย...ที่เรียกว่า "ผู้ชายไม้เลื่อย" เพราะเมื่อเข้าใกล้ใครก็จะเลื้อยไปหาคนนั้น ไม่เคยคิดจะหยุด จะหยุดก็ต่อเมื่อสังขารเลื่อยไปไหนไม่ได้แล้ว...จ๊าก !!! (อิ อิ อิ อย่าว่า Vij นะค่ะ เพราะ Vij ไร้สาระอีกแล้วครับท่าน)
ขอบพระคุณมากค่ะ สำหรับสาระดี ๆ มีมาให้อ่านเสมอ ๆ
..นั่นแน่ะ..ยายธีหายเหงาเฝ้าป่าแล้วอิอิ...www.glangdin.spaces.live.com...ไปเยี่ยมยายธีบ้างเน้อ..สวัสดีค่ะยายธี
แวะมารับความรู้ค่ะ
อยู่ตึกสูง มีดินในกระถาง กะบะดินบ้าง...ปลูกได้มากก็ไม้เลื้อย ไม่ล้มลุกค่ะ
ขอบคุณค่ะ
(^___^)
พี่สามสักครับ
ยุดยอดเลยครับปัญญาที่ตกผลึก
ขอนำไปปรับใช้นะครับ
อ่านบันทึกพี่แล้วนึกถึงพ่อหลวงจอนิ
แกพูดว่าป่าเป็นชั้น ๆ อย่างที่พี่บอกเลยครับ
มีคนไปสัมภาษณ์และเขียนหนังสือออกมาชื่อ "ป่าเจ็ดชั้น ปัญญาปราชญ์"
สวัสดีครับ
เข้ามารับความรู้ครับ
ขอบคุณครับ
สวัสดีค่ะ
•แวะมาเยี่ยมชมสวนค่ะ
•พร้อมส่งอาหารจานอร่อยเจ้าค่ะ
สวัสดีคะ พี่สามสัก
มาเรียนรู้กับพี่ด้วยคนค่ะ ยังไม่รู้อีกเยอะเลยค่ะ อิอิ
ศึกษาธรรมชาติ เป็นการศึกษาธรรมะ
อยากมีที่ปลูกผัก ปลูกหญ้าแบบน้องเฌวา บ้างจังค่ะ
เเวะมาขอบคุณค่ะที่ไปเยี่ยมทักทาย ตามพอลล่ามาด้วย เลยมาเเอบชมเเละเรียนวิชาต้นไม้ด้วยซะเลย
สวัสดีค่ะ มาทักทายรอบดึกค่ะ ชอบผักกระแยงค่ะ ต้มใส่ปลา ใสมะขามอ่อน อร่อยมาก
ดอกสีม่วงสวย ทานกับส้มตำก็ได้ค่ะ เป็นสมุนไพรด้วยค่ะ