การเขียนบล็อก เป็นเครื่องมือหนึ่งของการจัดการความรู้อย่างไม่ต้องสงสัย เพียงแต่ว่า ใครแต่ละคนนั้น จะสันทัดในเรื่องการเขียนและมีสไตล์การเขียนอย่างไรเท่านั้นเอง

ช่วงนี้อยู่ระหว่างการฝึกอบรมหลักสูตรนักบริหาร
อุดมศึกษาระดับกลาง นักบริหารสายสนับสนุน
และช่วยวิชาการ (นบช.รุ่น 1) ที่จัดขึ้นโดยสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา ร่วมกับมหาวิทยาลัยขอนแก่น  กว่าจะแล้วเสร็จก็คงใช้เวลาอีกมากโข  เพราะหลักสูตรนี้จะเสร็จสิ้นในวันที่ 25 ธันวาคม 2552 โน่นแหละ

ในหลักสูตรการฝึกอบรม  มีหัวข้อที่พูดถึงเรื่องการจัดการความรู้และระบบสารสนเทศด้วยเหมือนกัน  ซึ่งก็ถือได้ว่าเป็นครั้งแรกที่ผมได้รับฟังแนวคิด หรือองค์ความรู้เรื่อง KM แบบฟังบรรยายล้วนๆ ไม่มีเชิงปฏิบัติการและแทบไม่มีเวลาของการแลกเปลี่ยนความคิดกันสักเท่าไหร่เลยก็ว่าได้  ซึ่งนั่นก็เป็นเพราะเวลาและเนื้อหาอันมากมายที่มุ่งสร้างความเข้าใจเป็นหลัก...

มีหลายประเด็นที่ผมขบคิดอย่างเงียบๆ ในเวทีของการฝึกอบรมครั้งนี้ ...

  • จริงหรือ การเป็นผู้บริหารไม่จำเป็นต้องลงไปร่วมในการกระบวนการจัดการความรู้กับบุคลากร
  • จริงหรือ บล็อก (Blog) ส่วนใหญ่ดูเหมือนจะหาสาระได้ค่อนข้างน้อย เพราะส่วนใหญ่เน้นเรื่องอารมณ์ความรู้สึก -เรื่องการเดินทาง ดอกไม้ ภูเขา แสงแดด..

สำหรับผมแล้ว  ผมมองต่างอยู่บ้าง  แต่ก็ไม่ถึงขั้นได้แลกเปลี่ยนทัศนะเหล่านี้  เพราะเมื่อดูบริบทของเวลาและอื่นๆ แล้ว  เห็นชัดว่าไม่เอื้อต่อการลุกขึ้นแลกเปลี่ยนในเรื่องเหล่านี้สักเท่าไหร

  • สำหรับผมแล้ว 
    ผู้บริหารจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีส่วนร่วมกับกระบวนการจัดการความรู้ในองค์กร  เพราะนั่นคือสิ่งที่ทำให้บุคลากรในสังกัด เชื่อมั่นและเห็นความสำคัญของกระบวนการ หรือการตระหนักว่าการจัดการความรู้คือ "เครื่องมือ" ของการพัฒนาคน-พัฒนางาน-พัฒนาองค์กรสู่การเรียนรู้และยกระดับความรู้..หรือสู่การสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ
        แน่นอนครับ  ผู้บริหารคงไม่จำเป็นต้องลงลึกคลุกคลีอยู่กับกระบวนการนั้นเสียทั้งหมด 
    แต่ผู้บริหารควรต้องทำให้ลูกทีมเชื่อและศรัทธาว่า KM...คือเครื่องมือที่สำคัญของกระบวนการพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนและองค์กร
        เพราะคนเป็นเสมือนห้องสมุดเคลื่อนที่ที่มีชีวิต...
        ก็ KM มิใช่หรอกหรือที่เป็นเครื่องมือของการกระทำให้ "คน" เป็นห้องสมุดที่มีชีวิตและมีลมหายใจ
        ในขณะเดียวกัน  หากพบว่า  บุคลากรท่านใด  ค้นพบเครื่องมือการจัดการความรู้ที่เหมาะกับตัวเอง  ผู้บริหารก็ควรต้องส่งเสริมและสนับสนุนให้บุคคลากรได้มีกำลังใจและเชื่อมั่นใน KM และเปิดกว้างให้บุคลากรท่านนั้น  ได้ใช้ KM เป็นเครื่องมือในการสกัดความรู้อย่างเป็นรูปธรรม  รวมถึงการส่งเสริมให้มีการคัดเฟ้นหาเครื่องมือใดเครื่องมือหนึ่งของ KM ขึ้นมา 
    เพื่อให้ทุกคนในองค์กรได้ใช้เครื่องมือดังกล่าวในทิศทางเดียวกัน  ราวกับว่านั่นคือส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมในองค์กรนั้นๆ เลยยิ่งดีใหญ่

 

  • สำหรับผมแล้ว
    คนที่มองว่าบล็อก คือบันทึกธรรมดาๆ (สายลมแสงแดด) นั้น  ผมคิดว่าเกิดจากแนวคิดหลักคือ  คนๆ นั้นคงไม่ได้เขียนบล็อกโดยตรง  ซึ่งอาจจะหมายถึงเขียนไม่เป็นด้วยก็เป็นได้...
    และส่วนหนึ่งก็คงมองว่าบล็อกคือพื้นที่สื่อสารในทำนองเจ๊าะแจ๊ะเสียมากกว่า..(กระมัง)

ไม่รู้สิครับ  ปรัชญาแห่งความเป็น "สุจิปุลิ"  นั้น  ต้องถือว่า  การเขียน หรือการบันทึกเป็นศาสตร์ชั้นสูงของการเรียนรู้พอสมควรแหละ  กว่าจะเขียนได้  ก็คงต้องผ่านกระบวนการฟัง-อ่าน-คิด-พูดมาพอสมควร

สำหรับผมแล้ว-การเขียนบล็อก เป็นเครื่องมือหนึ่งของการจัดการความรู้อย่างไม่ต้องสงสัย  เพียงแต่ว่า ใครแต่ละคนนั้น จะสันทัดในเรื่องการเขียนและมีสไตล์การเขียนอย่างไรเท่านั้นเอง..

และบล็อก ก็เป็นส่วนหนึ่งของการสังเคราะห์ความรู้-ถอดความรู้-เป็นการบันทึกข้อมูลสู่การเป็นสารสนเทศที่พร้อมจะให้ผู้คนได้ศึกษาและนำไปประยุกต์ใช้ให้เหมาะกับบริบทของตนเอง...

และสำคัญก็คือ บล็อกเป็นการบันทึกความรู้เพื่อยกระดับความรู้ด้วยเหมือนกัน  ส่วนใครจะนำเสนอความรู้
ในมิติใด ด้วยรูปแบบใด หรือใช้ศิลปะการนำเสนอเช่นใดนั้น  ผมถือว่าเป็นทักษะด้านการคิดการเขียนของแต่ละคนที่เราต้องเรียนรู้และให้ความเคารพต่อวิถีของบล็อกเกอร์แต่ละคน -พร้อมๆ กับการให้เวลาแต่ละคนได้พัฒนาการเขียนของตัวเองไปเป็นระยะๆ...

การจัดการความรู้ มีเครื่องมือมากมายให้เราเลือก สำคัญว่าเราจะเลือกเครื่องมือใดที่เราสนใจและถนัดมากที่สุดเท่านั้นเอง  เลือกกระบี่ถูกใจ  ก็ย่อมใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ...แต่หากเลือกผิด ก็คงต้องใช้เวลาสักนิดกับการเริ่มต้นใหม่อย่างไม่หยุดยั้ง...

เช่นเดียวกัน  การฟัง-อ่าน-คิด-พูดสื่อสาร หรือสนทนากันแล้ว หากไม่มีการบันทึกไว้กับตัวเอง  เรามั่นใจหรือเปล่าว่าจะจดจำได้ในประเด็นที่สนใจ  นานวันก็อาจลืมหายไปตามอายุไขทางความทรงจำ  หากจดบันทึกแล้วแปลงเป็นบล็อก  ก็ไม่เพียงได้อานิสงส์เผยแพร่ความคิดตนเองไปสู่คนอื่น แต่ยังหมายถึงการได้แชร์กับคนอื่นไปด้วย

และสำคัญคือ บางทีมุมคิดเล็กๆ ของเราอาจจะเป็นแรงขับให้คนอื่นได้ค้นพบแนวทาง หรือพลังในตัวตนของเขาด้วยก็เป็นได้

ถึงตรงนี้แล้ว ผมเขียนบันทึกนี้ด้วยเวลาอันจำกัด ไม่ได้ขัดเกลาอะไรเลย...
เขียนเพราะอยากจะยืนยันว่า  บล็อก (Blog) ยังเป็นเครื่องมือที่ดีในการจัดการความรู้ในตัวตนของคนเรา  บล็อกไม่ได้เป็นพื้นที่สายลมแสงแดดเสียทั้งหมด...

เพราะบางที ชีวิตก็ไม่จำเป็นต้องเอาวิชาการเป็นตัวตั้งทุกเรื่อง..
ชีวิต อาจไม่จำเป็นต้องใช้สมองซีกซ้ายมากกว่าซีกขวา...
บล็อก ก็ไม่จำเป็นต้องมีสาระของเรื่องงานเสียทั้งหมด 
เพราะบางทีเรื่องชีวิต ก็สำคัญไม่แพ้กัน ดังจะเห็นได้จาก มีหลายบันทึกได้กลายเป็นแรงบันดาลใจให้กับใครต่อใครอีกหลายคนได้ขับเคลื่อนชีวิตและการงานของตนเองไปอย่างมีพลัง...

ซึ่งนั่นยังไม่รวมถึงความเป็นเครือข่ายอันมากมาย ที่เราต่างพิสูจน์แล้วว่า ความงดงามของมิตรภาพของชาวบล็อกนั้น-ยิ่งใหญ่ และงดงามอย่างแทบไม่น่าเชื่อ...

สุดท้าย  ผมเพียงแต่อยากจะยืนยันตามวิถี "โลกแคบ"  ของตัวเองว่า ...บล็อก คือเครื่องมือที่ดีอีกอย่างหนึ่งของการจัดการความรู้อย่างไม่ต้องสงสัย...

ลองให้เวลากับการอ่านบล็อกมากขึ้นอีกสักนิด..
ลองให้เวลากับตัวเองได้ฝึกเขียนบล็อกในแบบที่ตนถนัดอีกสักหน่อย
แล้วค่อยตัดสินว่า จริงเหรอ..บล็อก... เป็นพื้นที่แห่งสายลมแสงแดด...

สำหรับผมนั้น...G2K...เป็นมากกว่าพื้นที่แห่งการจัดการความรู้เสียแล้ว
เพราะ G2K คือ เครื่องมือ หรือพื้นที่แห่งการจัดการชีวิตของสังคมดีๆ นั่นเอง

เปิดใจ...
และให้เวลา...
แล้วคุณจะรู้ว่า...
ในบล็อกมีชีวิตที่ชวนหลงรักเป็นที่สุด...