ห่างหายไปหลายเดือน...เพราะติดงาน ไม่ได้แวะเวียนไปเยี่ยมตามบันทึกต่าง ๆ...ต้องขออภัยมา ณ โอกาสนี้ด้วยค่ะ วันนี้กลับมาแล้ว กลับมาเยือนที่เก่า ที่ที่เราคุ้นเคย ที่ที่ให้อะไรต่อมิอะไรมากมาย...กับมิตรภาพที่แสนดี
วันนี้จึงขอนำอาหารจานเด็ด จะรสแซ่บหรือเปล่าก็ไม่อาจรู้ได้ ต้องลองชิมกันดูผ่านตัวอักษรที่ช่างนำมาเปรียบเทียบสะเหลือเกิน…”ความรัก...เหมือนอาหารจานไหน?” ก็ลองแลต๊ะ...แล้วจะรู้...อิอิ
ส้มตำ : ของบ้าน ๆ ที่เราเห็นกันอยู่ทุกวันและคิดว่ามันไม่น่ากิน แต่พอเอามารวมกันดันน่ากิน ก็เหมือนคนบางคนที่ไม่น่าจะเข้ากันได้ แต่ผ่านไปเป็นสิบ ๆ ปีก็ยังรักกันดีอยู่เลย ต่างกับบางคู่ที่ใคร ๆ คิดว่าก็น่าจะไปกันได้สวย แต่ไม่กี่เดือนก็ดันเตียงหักซะแล้ว
ปลาย่าง : มีโอเมก้า 3 ที่จำเป็นต่อร่างกาย แต่ถ้ากินแบบไม่ระวังเราอาจถูกก้างปลาตำคอเอาได้ นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า เวลามีความรักต้องใส่ใจทุกรายละเอียด ศึกษานิสัยใจคอของคนรักให้ดีเสียก่อน อย่าดูกันแต่ภายนอก เพราะก้างของปลานั้นซ่อนอยู่ภายใน เหมือนกับนิสัยห่วย ๆ ของคนรัก นั่นหล่ะที่มองแค่ภายนอกจะไม่มีทางรู้เลย
วาซาบิ : เวลาพิษรักวิ่งขึ้นจมูก เรานึกว่าจะไม่รอดซะแล้ว แต่ถ้าทนซักพักความทรมานก็จะหายไปเอง
ต้มยำกุ้ง : ต่อ ให้อร่อยแค่ไหน แต่ถ้าทิ้งไว้จนจืดชืดก็ไม่มีใครอยากกิน ก็เหมือนคู่ที่รักกันนานจัด แต่ไม่ยอมแต่งงานเสียที รักมาราธอนแบบนี้ส่วนใหญ่มักจะไปไม่รอด เพราะอะ ๆ ที่เคยซี๊ดซ๊าดแซบอีหลี มันกร่อยไปหมดแล้ว
ข้าวหลาม : ถ้าไม่ผ่ากระบอกออกก็จะไม่มีทางรู้ว่าข้างในเป็นอะไร เปรียบได้กับเจ้าสาวที่กลัวฝนทั้งหลายที่กลัวความรัก กลัวการแต่งงานจนปิดโอกาสตัวเอง ไม่ยอมทดลองดูว่ารสชาติของการมีคนรักมันหวานมันขนาดไหน
ไอศกรีม : ทั้งสวยทั้งหอมดูไม่มีพิษภัย แต่ถ้ากินมากเกินไปความสวีตเกินพิกัดอาจพาไปจบที่โรคเบาหวาน… เป็นการเตือนนักรักทั้งหลายให้เสพรักอย่างพอเพียง รู้จักทิ้งระยะมีช่องว่างให้กันบ้าง ไม่อย่างนั้นจะเบื่อกันเร็วเกินไป
ทุเรียน : ถ้าอยากชิมเนื้อในที่หอมหวาน ก็ต้องยอมถูกหนามตำ อุปสรรคของความรักก็เหมือนหนามทุเรียน ถ้าเราอดทนและฝ่าฟันไปได้ เราก็จะได้ลิ้มรสหวานหอมอร่อยเริดเป็นรางวัล
โอเลี้ยง : ถึงจะดำดีสีไม่ตกแต่ก็หวานอร่อยถูกปาก เป็นข้อพิสูจน์ว่าคนที่ไม่สวยหล่อก็อาจเป็นแฟนที่ดีได้ ถ้าคุณให้โอกาสเขาพิสูจน์ตัวเอง
คากิ : หน้าตายั่วยวนแต่ไม่ควรกิน มิฉะนั้นอาจทำให้เส้นเลือดอุดตัน มีผลถึงสิ้นใจก่อนวัยอันควร เปรียบได้กับกิ๊ก ถึงแม้รูปร่างหน้าตาของเธอจะชวนน้ำลายไหล แต่ถ้าเผลอกินเข้าไปเราอาจอายุไม่ยืน เพราะถ้าแฟนจับได้เราคงได้ชิมลีลาแม่ไม้มวยไทย ก่อนจะถูกหามไปสิ้นใจที่โรงพยาบาล
น้ำเปล่า : เปรียบเหมือนความรักของเพื่อนที่สะอาดบริสุทธิ์ เพราะไม่มีสี ไม่มีกลิ่น ไม่มีรส ไม่ต้องมีรูปร่างหน้าตายั่วยวน แต่ดีต่อสุขภาพและควรจะดื่มเป็นประจำ เพราะถ้าขาดการติดต่อนานเกินเดี๋ยวจะต่อกันไม่ติด
มะม่วงน้ำปลาหวาน : ต้องอยู่คู่กันถึงจะอร่อย คนบางคนเกิดมาเพื่อจะอยู่ด้วยกัน และต้องจับคู่กันถึงจะลงตัวที่สุด ของแบบนี้เขาเรียกพรหมลิขิตค่ะ
น้ำพริกปลาทู : เป็นสมบัติประจำชาติและจะไม่มีวันหายไปจากโลกตลอดกาล
เป็นไงคะความรักกับอาหารจานเด็ด รสแซ่บ ที่ช่างนำมาเปรียบเทียบกัน แล้วความรักกันของคุณล่ะค่ะ เหมือนอาหารจานไหนกันเอ่ย.....แต่บางคนอาจมีหลายจานก็ได้ อิอิ...
ขอบคุณ ข้อมูลจาก : http://variety.teenee.com/foodforbrain/12004.html
สวัสดีค่ะ ชอบทุกเมนูเลยค่ะ อิอิ
หายไปนาน คิดถึงค่ะ
ความรักของผมที่มีต่อเธอคงแบบน้ำเปล่าครับผม
คิดถึงนะคะ
สบายดีไหม?
อ่านแล้วหิวขึ้นมาเลยค่ะ ชอบหมดยกเว้นวาซาบิ
แล้วไม่มีความรักแบบอ้อยควั้น บ้างฤาคะ
... ความรัก หวานปานน้ำผึ้งเดือนห้า
... เอื้อมมือคว้าหยาดเพชรแก้ว ...
สุขใจที่ได้รัก ... เทหมดหน้าตัก ... รักไร้เงื่อนไข
พี่อ้อย
มารายงานตัวแล้วค่ะ
เห็นรายการอาหารแล้วของโปรดทั้งนั้นโดยเฉพาะส้มตำค่ะ แต่ต้องขอเว้นคากิไว้อย่างหนึ่งนะคะ...ละไว้ในฐานที่เข้าใจ พี่อ้อยสบายดีนะคะ
สวัสดีค่ะ
สวัสดี ครับ คุณอ้อยควั่น
ดีใจ ครับที่กลับมา
ความรักก็เป็นเช่นนี้แหละครับ
ครบทุกรส....ช่างเปรียบเทียบดีจังเลย
คุณอ้อยควั่น สบายดี นะครับ
ด้วยความระลึกถึง
หายไปนานจริงนะครับ ยินดีที่กลับมาอีกครั้ง น่าจะเป็นมะม่วงน้ำปลาหวาน
สวัสดีครับ อ้อยควั้น
สวัสดีค่ะ
เข้ามาบันทึกนี้ อิ่มเลยค่ะ...
ช่างเปรียบเทียบมาก ๆ เลยค่ะ
ชอบทานทุกอย่างเลยค่ะ ยกเว้น คากิ กับ ทุเรียน ....
สบายดีนะคะ ดีใจที่กลับมาสู่สังคม GTK ค่ะ
(^___^)
เย้ๆๆๆพี่เรามา ไม่ได้เจอนานมาก สบายดีไหม อยากกิน น้ำพริกปลาสอง ฮ่าๆๆ
กินๆๆ อย่างมีความสุขกับทุกเมนูค่ะ ^^
พี่อ้อยสบายดีนะคะ???