ที่จริงก็ไม่อยากเขียนเรื่องที่มันหนักๆ เครียดๆ แต่มันก็ตำหูตำตาตำใจ(ถ้ามันไม่เหมาะก็ขอกราบอภัย)ทีวีมีทุกช่องทุกเวลาทั้งวันทั้งคืน  หนังสือพิมพ์หน้าหนึ่งทุกฉบับ  กับความเสื่อมของคนที่สร้างปัญหาให้กับคนดีดีที่ไม่เคยรู้จักกัน  มากขึ้นมากขึ้น จนประชาชนคนเดินดินกินข้าวแกง หวาดผวาด  จะถูกฆ่าข่นขื่นเมื่อไรก็ไม่รู้   จะถูกก้อนหินขว้างกระจกรถเมื่อไรก็ไม่รู้ ฯลฯ สังคมประเทศไทย มันเป็นแบบนี้จริงๆหรือ 

ประเทศไทยมีวิธีสร้างคนผิดมาตลอดอย่างนั้นหรือ  เลิกโทษกันไปโทษกันมาได้แล้วต้องช่วยกัน  หันหน้าเข้าหากัน  ยอมรับความจริง  เริ่มที่ระบบการศึกษา   เอะเป็นอย่างนี่หรอ  ต้องครอบครู........อิอิ.อิ

 

ผมได้ยิน “คิดเป็น ทำเป็น แก้ปัญหาเป็น(ได้)” มานานเกือบ 30 ปี  ตลอดระยะเวลาก็มีการประชุม  อบรม ได้หลักการ วิธีการดีดีมากมาย  เคยบันทึกจากการอบรมสัมมนาเรื่องนี้ เสียดายจำไม่ได้จริงๆว่าจากที่ไหน ใครเป็นวิทยากร ว่า

การคิดเป็น ต้องคิดอย่างนี้

  • ต้องคิดไม่อยากได้ของของใคร

  • ต้องไม่คิด  อาฆาตพยาบาทใคร

  • ต้องคิดอยู่ในธรรมนองคลองธรรม

  • ต้องคิดอยู่ใน ระเบียบ กฎหมาย ของสังคมและบ้านเมือง

  • ต้องคิดถึงศาสนา

  • ………………………….

 

ปัญหามันอยู่ที่เราจะสอนเขาอย่างไร  ครูจึงไม่ใช่สอนแต่หนังสือเพียงอย่างเดียว  แต่ต้องสอนคน ให้เขาเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ ต้องให้คิดเป็น ทำเป็น แก้ปัญหาได้  ซึ่งจะทำให้เขาเป็นคนดี เป็นคนเก่งและสามารถดำรงชีวิตอยู่ในสังคมอย่างมีความสุข

 

ผมว่าเรื่องของการคิด วิธีคิดเป็นเรื่องสำคัญที่สุดของความเป็นมนุษย์    เป็นจุดเริ่มต้นของความผิดชอบชั่วดี  ความเสื่อมของสังคมในปัจจุบันก็เป็นเพราะเจ้ากระบวนการคิดนี่แหละ  แต่ผมก็ไม่เห็นสมัยไหนให้ความสำคัญเอาจริงเอาจัง สักที ปล่อยให้ครู ผู้บริหารสถานศึกษา ผจญภัยกันไปตามยถากรรม เช่นเคย   ถ้าโรงเรียนไหนได้ครูดี ผอ.เก่ง ก็เป็นความโชคดีของเด็กๆไป

 

ทุกวันนี้พวกเราได้แต่สวดมนต์ภาวนาทุกเช้าๆ  “สัตว์ทั้งหลาย ที่เป็นเพื่อนทุกข์ เกิด แก่ เจ็บ ตาย ด้วยกันทั้งสิ้น  จงเป็นสุข เป็นสุขเถิด อย่าได้มีเวรแก่กันและกันเลย  จงเป็นสุขเป็นสุขเถิด อย่าได้เบียดเบียนซึ่งกันและกันเลย  จงเป็นสุขเป็นสุขเถิด อย่าได้มีความทุกข์กายทุกข์ใจเลย จงมีความสุขกาย สุขใจ รักษาตนให้พ้นจากทุกข์ภัยทั้งสิ้นเทอญ”  

 

แล้วก็รอว่าเมื่อไรหนอจะมีผู้ใหญ่ใจดีที่เข้าใจเด็กๆ ช่วยชุบชีวิตและอนาคตให้พวกเขาเป็นคนดีมีคุณภาพดำรงชีวิตอยู่ในสังคมอย่างมีความสุขและปลอดภัย  (หลอกลวง มอมเมา ทำร้ายร่างกายจิตใจ.........)  เชื่อว่าเรื่องแบบนี้ต้องทำ เป็นองค์รวม  ทั้งระบบครบวงจร ไม่ใช่ต่างคนต่างทำ

 

คงมีแต่พวกเรานี่แหละให้กำลังใจกันไป ให้กำลังใจกันมา พอเป็นยากระตุ้นให้หัวใจพองโตมีชีวิตมีชีวาทำงานกันต่อไป อย่างเต็มกำลังความสามารถ ขอให้คุณครูและผู้เกี่ยวข้องทุกท่านจง  เจริญด้วยพลังปัญญา พลังทรัพย์และพลังใจ  หลอมรวมกันเป็นมหาพลังอันยิ่งใหญ่ เพื่อประโยชน์สุขของประเทศชาติสืบต่อไป