วิถีชีวิตของคนในชุมชนหมู่บ้านซำรู้  มีความเป็นอยู่แบบเรียบง่าย  แม้ว่าจะมีพื้นเพมาจากหลายจังหวัดในประเทศไทย  ไม่ทำให้มีความแตกต่างทางความเป็นอยู่  ชาวบ้านมีความรัก ความสามัคคีกลมเกลียวกัน 

             ความเป็นอยู่ส่วนใหญ่เป็นการพึ่งพาธรรมชาติ   รอบ ๆ หมู่บ้านเป็นป่าที่ค่อนข้างอุดมสมบูรณ์  อาหารจากธรรมชาติและฤดูกาล  เป็นความสำคัญที่ยิ่งใหญ่ที่ทุกคนเฝ้ารอคอย 

            ปลายฤดูหนาวย่างเข้าสู่ฤดูร้อนมีผักหวานป่าไข่มดแดง ดอกอิรอก เห็ดบด จักจั่นและแมลง  ปลายฤดูร้อนจนถึงฤดูฝนมีอึ่งอ่าง  เห็ดโคน  หน่อไม้  เห็ดไผ่ เห็ดเครื่อง  เห็ดไค  เห็ดระโงก  เห็ดขอน และเห็ดหูหนู  กุ้ง หอย ปู ปลา กบ เขียด รวมทั้งพืชผักตามธรรมชาติ  ปลายฤดูฝนต้นหนาวมีผักที่ผลัดใบตามฤดูกาล  รวมทั้งผักที่เกิดในห้วยหนอง ลำคลอง  และพืชน้ำเช่นผำ เทาน้ำ  เป็นต้น  นอกจากนั้นเป็นพืชผักที่ชาวบ้านปลูกเอง 

          เมื่อวานนักเรียนได้ออกไปเรียนรู้ตามฐานต่าง ๆ ดังที่เล่าไว้ในบันทึกก่อนหน้านี้ กลับมาแลกเปลี่ยนความรู้และวางแผนที่จะออกไปเรียนรู้เกี่ยวกับอาหารตามฤดูกาลกับวิถีชีวิตของคนในชุมชน  พบปัญหาว่า "นักเรียนชายจำนวนหนึ่งหนีออกนอกเส้นทาง และกลับมาโรงเรียนช้ากว่าเพื่อน"

             วันนี้นักเรียนทั้งคณะกลับมา  จึงเกิดกลุ่มใหม่ขึ้นเป็นกลุ่มที่ ๑๓  ให้ทุกคนวางแผนการเรียนรู้และไปติดต่อภูมิปัญญาด้วยตนเอง  ทำอาหารพื้นบ้าน ๒ อย่างและให้เสร็จทันเวลา  เพราะตามข้อตกลงนักเรียนจะต้องนำอาหารกลับมารับประทานที่โรงเรียน  และแลกเปลี่ยนเรียนรู้   ปรับปรุงพัฒนาพร้อมที่จะปฏิบัติด้วยตนเองในวันพรุ่งนี้ 

           นักเรียนชายกลุ่มที่ ๑๓  มีความพอใจในการลงโทษของครู และเสนอว่าจะไปเรียนรู้และประกอบอาหารถึง  ๒ อย่างเช่นเดียวกับเพื่อน ๆ ดูท่าทางมีความสุขเหลือเกิน 

         เวลาผ่านไป  ขณะเดียวกันฉันมีหน้าที่เดินออกติดตามการเรียนรู้ของนักเรียนกลุ่มต่าง ๆ และพบว่านักเรียนชายกลุ่มที่ ๑๓  กำลังก่อไฟ จะทำเสร็จตามเวลาหรือไม่นั้นฉันไม่ได้คาดหวัง  แต่ฉันสังเกตว่า "พวกเขามีความสุข" 

        เมื่อถึงเวลาและทราบว่านักเรียนกลุ่มของชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ ได้กลับไปโรงเรียนแล้ว ๒ กลุ่ม  ฉันจึงกลับไปคอยเด็ก ๆ ที่โรงเรียน  ส่วนนักเรียนกลุ่มอื่น ๆ ทะยอยติดตามมา ความหวังในการรอคอยนักเรียนชายกลุ่มที่ ๑๓ ริบหรี่ลงไปเรื่อย ๆ

       และแล้ว..ฉันได้ยินเสียงปรบมือของนักเรียนที่นั่งรออยู่  พบว่านักเรียนชายกลุ่มที่ ๑๓  เข้าประตูโรงเรียนมาพอดี  พร้อมกับกระบอกไม้ไผ่ที่ถูกเผา  กาละมังใส่อาหาร  จานอาหารอีก ๒ จาน มีการตกแต่งมาแบบโภชนาวิจิตร  มีดอกไม้อยู่ขอบจานด้วยคือส้มตำฝักเพกา ส้มตำมะละกอและหลามปลา  เป็นอาหารที่ทุกคนชื่นชมว่า...สุดยอดของอาหารทั้งหมด

            นักเรียนชายกลุ่มที่ ๑๓  ล้วนแล้วแต่เป็นที่หมายปองของผู้อำนวยการโรงเรียนอยู่ตลอดเวลา  ว่าง ๆ ก็จะมาบอกรักผ่านสื่อที่ไม่พึงประสงค์สักครั้งหนึ่ง 

          ในขณะที่มีการแลกเปลี่ยนความรู้กันนั้น  ผู้อำนวยการโรงเรียนสงสัยว่า "กลุ่มนี้ทำไมมาอยู่รวมกันและไม่ปรากฏมีนักเรียนหญิงเลย จัดกลุ่มกันอย่างไร"  ฉันได้เรียนให้ผู้อำนวยการโรงเรียนไปหาคำตอบด้วยตนเอง 

          นักเรียนชายกลุ่มนี้ตอบว่า "ถูกครูคิมลงโทษเนื่องจากหลบหนีและไม่ร่วมกิจกรรมเต็มเวลา"  ทุกคนตอบคำถามและนำเสนอกิจกรรมที่ตนเองทำได้อย่างมั่นใจและภาคภูมิใจ  และจะปรับปรุงการปรุงอาหารใหม่ในวันพรุ่งนี้ สุดท้าย..วันนี้พวกเขามีกิจกรรมการแสดงในภาคบ่ายของพรุ่งนี้อย่างน่าทึ่ง

 

                                            00000000000