ดร.อภิชาติ เคยตั้งข้อสังเกตว่า เด็กไทยมีทักษะทางด้านศิลปะสูง สามารถแข่งขันและชนะเลิศได้รางวัลระดับโลกมากมาย แต่พอโตขึ้นผู้ที่ได้รับรางวัลอะไรต่อมิอะไรต่างกลับหลุดหายไป เราไม่ค่อยเห็นผลงานศิลปะของคนไทยในเวทีระดับโลก เหตุหนึ่งที่ทำให้เป็นเช่นนั้นน่าจะอยู่ที่ “การคิด” เด็กไทยเก่งเรื่อง “เทคนิค” แต่ “คิด” ไม่ค่อยเก่ง คิดวนอยู่ในกรอบเสียเป็นส่วนใหญ่ ดังนั้นจุดเน้นในการพัฒนาต่อยอดความสามารถของเยาวชนในค่ายฯ ครั้งนี้ คือ “การคิดเป็น”

ยังมิทันจะพ้นเดือนเมษา...

สายฝนโปรยปรายต่อเนื่อง วันนี้ก็ปาเข้าไป ๔ วันแล้ว ราวกับจะบอกกล่าวว่าบัดนี้กาลกำลังจะเคลื่อนจากคิมหันตฤดูเข้าสู่วสันต์ฤดู

เป็นเพราะฝนยังไม่ยอมหยุด บรรดาเยาวชนราว ๕๐ ชีวิต แทนที่จะได้ออกมานั่งสร้างสรรค์งานศิลปะ บนผืนหญ้าใต้ร่มเงาแมกไม้อันร่มรื่นภายในศูนย์ศิลป์สิรินธร กลับต้องเบียดเสียดทำงานกันอยู่ในห้องประชุมตามการมอบหมายจากวิทยากร

เยาวชนเหล่านี้เป็นผู้ที่มีความสามารถทางด้านศิลปะ เรียนอยู่ระดับมัธยมศึกษาตอนปลายจากทั่วประเทศ ซึ่งได้รับเชิญจากครูสังคม ทองมี ผู้อำนวยการศูนย์ศิลป์สิรินธร ให้มาเข้า “ค่ายพัฒนาศักยภาพทางศิลปะของเยาวชนผู้มีความสามารถพิเศษด้านทัศนศิลป์” เพื่อพัฒนา เสริมสร้างและต่อยอดความสามารถเยาวชนที่มีความสามารถพิเศษทางด้านศิลปะ โดยได้รับการสนับสนุนจากสถาบันส่งเสริมอัจฉริยภาพและนวัตกรรมการเรียนรู้ (สสอน.) องค์การมหาชนสังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี

ค่ายฯ นี้ กำหนดไว้ ๑๒ วัน ดำเนินการ ณ ศูนย์ศิลป์สิรินธร แหล่งผลิตผลงานทางศิลปะของนักเรียนที่มีคุณภาพ ที่สร้างชื่อเสียงทั้งในระดับประเทศและระดับโลก มีวิทยากรที่เป็นมิตรสหายและลูกศิษย์ลูกหาของครูสังคม ทองมี

วิทยากรอาวุโส ได้แก่ อ.พิชัย นิรันต์ ศิลปินแห่งชาติ, ศ.ปรีชา เถาทอง, ศ.วิโชค มุกดามณี และ อ.นิวัติ กองเพียร วิทยากรประจำ ได้แก่ รศ.ทินกร กาษรสุวรรณ, อ.วุฒิกร คงคา และ ดร.อภิชาติ พลประเสริฐ

อาจารย์ผู้ช่วยวิทยากร ได้แก่ น.ส.ลำพู กันเสนาะ, น.ส.ฤทัยรัตน์ คำศรีจันทร์, นายฑีฆวุฒิ บุญวิจิตร, นายธนากรณ์ อุดมศรี และนายชฎิล ชัยกุล

งานแรกที่เยาวชนผู้เข้าค่ายฯ ได้รับมอบหมายจากวิทยากร คือ การสะท้อนตัวตนลงในผลงานศิลปะ มีเวลา ๒ ชั่วโมง ก่อนพักรับประทานอาหารกลางวัน

ดร.อภิชาติ พลประเสริฐ อาจารย์ประจำสาขาวิชาศิลปศึกษา คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยา ลูกศิษย์ครูสังคม ทองมี หนึ่งในวิทยากร กล่าวว่า งานชิ้นแรกนี้ถือเป็นการ Pretest เด็กที่มาเข้าค่ายฯ ซึ่งงานนี้จะสะท้อนวิธีคิด สะท้อนทักษะ ฝีมือ ความสามารถทางศิลปะ ซึ่งจะทำให้เหล่าวิทยากรทั้งหลายจะรู้จักและเข้าใจเยาวชนผู้เข้าค่ายมากขึ้น เป็นจุดเริ่มต้นในการอบรมสั่งสอนต่อไป

ดร.อภิชาติ เคยตั้งข้อสังเกตว่า เด็กไทยมีทักษะทางด้านศิลปะสูง สามารถแข่งขันและชนะเลิศได้รางวัลระดับโลกมากมาย แต่พอโตขึ้นผู้ที่ได้รับรางวัลอะไรต่อมิอะไรต่างกลับหลุดหายไป เราไม่ค่อยเห็นผลงานศิลปะของคนไทยในเวทีระดับโลก เหตุหนึ่งที่ทำให้เป็นเช่นนั้นน่าจะอยู่ที่ “การคิด” เด็กไทยเก่งเรื่อง “เทคนิค” แต่ “คิด” ไม่ค่อยเก่ง คิดวนอยู่ในกรอบเสียเป็นส่วนใหญ่ ดังนั้นจุดเน้นในการพัฒนาต่อยอดความสามารถของเยาวชนในค่ายฯ ครั้งนี้ คือ “การคิดเป็น”

“...การเข้าค่ายฯ ๑๒ วันนี้ จะเป็นการฝึกฝนอย่างเข้มข้น เป็นการย่นย่อเอาหลักสูตรที่สอนในมหาวิทยาลัย สำหรับการฝึกฝนผู้เข้าค่ายฯ โดยเฉพาะ...”

อ.วุฒิกร คงคา หัวหน้าภาควิชาวิจิตรศิลป์ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง วิทยากรอีกท่านหนึ่งกล่าวกับผู้เข้าค่ายฯ

กระบวนการพัฒนาในค่ายฯ ผู้เข้าค่ายฯ จะผลิตผลงานศิลปะของตนเองทุกวัน วันละ ๑ ชิ้นเป็นอย่างน้อย ตามโจทย์ที่รับรับจากวิทยากร และในช่วงท้ายของแต่ละวัน งานแต่ละชิ้นจะถูกนำเสนอและได้รับการชี้แนะจากวิทยากร

ผลงานของผู้เข้าค่ายฯ ในแต่ละวัน จะถูกบันทึกและรวบรวมโดยทีมงานค่ายฯ เป็นข้อมูลสำหรับการประเมินพัฒนาการเป็นระยะ จนถึงสิ้นสุดค่ายฯ

หลังการเข้าค่ายฯ ผลงานของเยาวชนแต่ละคนจะถูกรวบรวมเป็นสูจิบัตร และงานที่โดดเด่นจะถูกคัดเลือกไปจัดแสดงนิทรรศการแสดงผลงาน ๓ ครั้ง ครั้งแรก ณ ศูนย์ศิลป์สิรินธร จ.เลย ครั้งที่สอง ณ ห้องแสดงนิทรรศการวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา จ.นครปฐม และครั้งที่สาม ณ ภาควิชาศิลปะ ดนตรี และนาฏศิลป์ศึกษา คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

นายธนัช พรหมเมตตา นักเรียนจากโรงเรียนศรีสงครามวิทยา จ.เลย เยาวชนผู้กวาดรางวัลจากผลงานศิลปะของตนเองจนนับไม่ถ้วน หนึ่งในเยาวชนที่ได้รับเชิญให้มาเข้าค่าย กล่าวว่า

“...ดีใจมาที่ได้มาเข้าค่าย มันเป็นการสร้างประสบการณ์ให้กับตัวเอง มีโอกาสได้เรียนลัด เรียนล่วงหน้าเหมือกับนักศึกษาในมหาวิทยาลัย ทำให้เราได้พัฒนาฝีมือขึ้น...

...ประทับใจคณะวิทยากรมาก แต่ละคนเก่งมาก ให้คำชี้แนะ คอยบอกสิ่งที่เราผิดพลาด บอกว่าเราควรจะแก้ไขเพิ่มเติมงานของเราอย่างไร...

...พี่ ๆ ที่มาเป็นพี่เลี้ยงก็ดูและให้เราเป็นอย่างดี หากิจกรรมมาให้เราเล่นผ่อนคลายในช่วงที่เราเหนื่อยล้าจากการทำงาน ทำให้บรรยากาศในค่ายไม่เครียดเกินไป...”

นายฑีฆวุฒิ บุญวิจิตร นักศึกษาปริญญาโท สาขาจิตรกรรม มหาวิทยาลัยศิลปากร ศิษย์เก่า ร.ร.ศรีสงครามวิทยา อาสามาเป็นพี่เลี้ยงค่ายฯ กล่าวว่า

“...ดีใจที่มีโอกาสได้ทำประโยชน์ในสิ่งที่ตนเองถนัด ค่ายนี้มีประโยชน์มาก เป็นโอกาสที่ดีมากสำหรับเด็กต่างจังหวัดที่จะได้พบกับสุดยอดวิทยากร...

...เด็กแต่ละคนมีความสามารถสูง แต่บางคนก็ยังไม่รู้ว่าเส้นทางการพัฒนาตนเองต่อไปจะเป็นอย่างไร การที่เขาได้พบกับสุดยอดวิทยากร ก็จะช่วยชี้แนะแนวทางพัฒนาต่อยอดได้...”

สายฝนยังโปรยปรายอย่างต่อเนื่อง...

เยาวชนผู้เข้าค่ายฯ ยังคงเบียดเสียดอยู่ห้องประชุมสร้างสรรค์ผลงานศิลปะของตนเองตามโจทย์ที่ได้รับจากวิทยากรอย่างขะมักเขม้น แม้ว่าโจทย์จะยากขึ้น...