นานมาแล้ว ผมได้มีโอกาสทำงานเลาะขอบประเทศ ที่อำเภอท่าสองยางและอำเภอแม่ระมาด จังหวัดตาก ซึ่งผู้คนส่วนใหญ่ เป็นเผ่ากะเหรี่ยง หรือ ปกากะญอ ชนเผ่าผู้รักความสันโดษ ใช้ชีวิตเรียบง่าย ไม่ฟุ้งเฟ้อ ท่ามกลางป่าเขากลางพงไพร ตลอดแนวเทือกเขาถนนธงชัย ตั้งแต่บ้านขุนห้วยแม่ท้อ อำเภอเมืองตาก ถึง จังหวัดแม่ฮ่องสอน
อาชีพหลักของชนเผ่าปกากะญอ ได้แก่การทำไร่ ครอบครัวหนึ่ง จะมีพื้นที่ทำไร่ ๓-๔ แห่ง เพื่อผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนปลูกพืชในแต่ละปี จนครบรอบ ในอดีตชนเผ่านี้ ไม่นิยมคุมกำเนิด ส่งผลให้มีจำนวนประชากรเพิ่มขึ้นค่อนข้างรวดเร็ว ควบคู่ไปกับการถากถางพื้นที่ป่าเพื่อขยายพื้นที่ปลูกข้าวไร่และพืชไร่ต่างๆ เพื่อให้เพียงพอแก่การบริโภค
การจะชะลอ มิให้ถากถางพื้นที่ป่าเพิ่มขึ้นและเพื่อมิให้เกิดการขาดแคลนข้าวบริโภค ก่อนที่จะถึงฤดูเก็บเกี่ยวถัดไป ทางการให้ผมประสานกับพี่นคร แสงปลั่ง หัวหน้ากลุ่มข้าว กรมส่งเสริมการเกษตร ในขณะนั้น ได้ช่วยสนับสนุนหาพันธุ์ข้าวไร่ ที่ให้ผลผลิตสูงๆ มาให้ชาวปกากะญอ ปลูกขยายทดแทนพันธุ์เดิม
ซึ่งปรากฏว่า ได้พันธุ์ขยาย(Registered Seed)ของข้าวไร่ พันธุ์ซิวแม่จันและพันธุ์เจ้าฮ่อ มาปีละ ๑ ตัน รวม ๒ ปี มาปลูกเป็นแปลงทดสอบเปรียบเทียบกับพันธุ์ดั้งเดิม ให้ชาวปกากะญอเห็นและเรียนรู้ทุกหมู่บ้านแกนนำ ส่งผลให้มีพันธุ์ข้าวไร่พันธุ์ใหม่ที่ให้ผลผลิตสูงให้ชาวปกากะญอเลือกนำไปปลูกทดแทนพันธุเดิม
จากงานนี้เอง ทำให้ผมประสบกับเรื่องราวดีๆกลางพงไพร เริ่มตั้งแต่บ้านสามหมื่น อ.แม่ระมาด จรดถึงลำน้ำยวม ที่แบ่งอาณาเขตจังหวัดตากกับจังหวัดแม่ฮ่องสอน ตลอดระยะ8-9ปี..ที่อยู่ชายขอบประเทศ. โดยเฉพาะ. การได้เพื่อนดีๆ มีคุณธรรม..และมีลูกเล็ก.ๆ(ลูกเพื่อนๆ) วิ่งรับหน้า เมื่อผมขึ้นไป ติดตามงานที่ทำ.....

ที่สำคัญ ผมพบเห็นการดำรงชีวิต อยู่อย่างมีความสุข.. ท่ามกลางความขาดแคลนปัจจัย๔ ตามอัตตภาพ ด้วยหลัก ๕ พ.คือ…
๑.อยู่อย่างพอเพียง เป็นปรัชญาของโลกตะวันออก ที่แม้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวก็ทรงมีพระราชดำริให้คนไทยทุกคนดำรงชีวิตอย่างพอเพียง ซึ่งมีด้วยกัน 5 ประการ คือ พอเพียงด้านจิตใจ สังคม ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เทคโนโลยี เศรษฐกิจ
๒.อยู่อย่างเพื่อนพ้อง เป็นการอยู่อย่างมิตรภาพ เอื้อเฟื้อ เผื่อแผ่ เกื้อกูลต่อกันและความสามัคคีต่อกัน ทั้งระดับครอบครัว ชุมชน
๓.อยู่เพื่อผู้อื่น เป็นคุณธรรมชั้นสูง ที่กรอบทางความคิดไม่ยึดติดอยู่กับตัวเอง แต่เป็นการคิดเพื่อผู้อื่น ซึ่งหมายถึงเพื่อนมนุษย์ สังคม สิ่งแวดล้อม โดยต้องรู้จักการให้และการเสียสละเป็นหลัก มิใช่การรับหรือเห็นแก่ตัว สุดโต่ง
๔.อยู่อย่างพรหม คือการตั้งมั่นอยู่ในพรหมวิหาร 4 ประกอบด้วย เมตตา คือ ปรารถนาให้ผู้อื่นเป็นสุข กรุณา คือปรารถนาให้ผู้อื่นพ้นทุกข์ มุทิตา คือ ยินดีปรีดาในคุณงามความดีต่อผู้อื่น และอุเบกขา คือ การวางเฉยในสิ่งที่ควรเฉย ไม่กระทำการใดๆ ให้เกิดความเดือดร้อนยุ่งยาก
๕.อยู่อย่างพระ หมายถึง การอยู่อย่างสงบ รักษาศีลและเข้าถึงหลักธรรมคำสอนของศาสดา พระในที่นี้หมายถึง นักบวชในศาสนาที่ตนเองนับถือ หัวใจสำคัญอย่างหนึ่งที่จะนำมาเป็นแนวทางปฏิบัติในชีวิตประจำวันก็คือ การเดินทางสายกลาง ไม่ยึดมั่นถือมั่นสุดโต่งไปในทางใดทางหนึ่ง
แม้เพื่อนพ้องชาวปกากะญอและลูกๆผมแต่ละคนแต่ละครอบครัว...จะมีกันไม่ครบทุกข้อ แต่ที่ผมสัมผัสได้ เขามีหลักอย่างน้อยๆ ๓-๔ พ...แม้เขาเหล่านั้น..จะด้อยการศึกษา ด้อยโอกาสกว่าชาวเมือง อย่างเราๆ..มากมายนัก......
ในท่ามกลาง. ความสะดวกสบาย การมีโอกาสที่ดีกว่า..การมีสิ่งอำนวยความสะดวกดีๆ มากมายล้นเหลือ.อย่างเราๆท่านๆ
มันควรจะมีหลักใช่ในการดำรงชีวิต ซัก..กี่ พ..ดีครับท่าน???
ตะบรึโด้มะ(ขอบคุณมากครับ)
สามสัก
๒๖ ก.ย.๒๕๕๒
อ้างอิง..วุฒิพงค์ ถายะพิงค์ นักวิชาการสาฌารณสุขด้านสุขภาพจิต

ผมเคยทำงานกับพี่น้องบนดอยมานานกว่า ๑๐ เลยครับ ก่อนที่จะมาใช้ชีวิตอยู่ในเมืองในขณะนี้
ผมเห็นด้วยครับ ในความไม่ศิวิไลซ์นั้น พี่น้องเราบนดอยมีความสุขเป็นความสุขที่หากเราบรรยายเเล้วคนเมืองต้องอิจฉา แม้ว่าความไม่มีในนิยามของคนเมือง จะเป็นเงื่อนไขที่เราคิดว่าเขาไม่มีความสุข แต่ไม่ใช่เลย
พี่น้องเราบนดอย อยู่กับธรรมชาติ กินอยู่กับสิ่งที่พวกเขามี มีครอบครัวที่อบอุ่น พร้อมหน้า มีวัฒนธรรมที่เปิดโอกาสให้เขามีความสุข ผ่อนคลายหลังงานไร่ที่หนักในช่วงปลูกผลผลิต
นี่หละครับ "คนรวยอย่างแท้จริง" ที่ไม่ต้องสร้างบ้านหลังใหญ่ แต่มีกำแพงกั้น แต่คนบนดอย มีพื้นที่กว้างขวาง มีน้ำ มีป่า
พี่ครับ.... พอลล่าเคยไป รพ.ท่าสองยาง และแม่ระมาดด้วยค่ะพี่
เป็นปัญหาอยู่เหมือนกันค่ะ กับการให้บริการให้เขาเข้าถึงบริการให้มากขึ้น ซึ่งรพ. จัดการได้ดีมากๆ ค่ะ
พอลล่าไม่ได้หายไปไหนนะคะ อิอิ อยู่เสมอเลยค่ะพี่ชายยยยยยยยยยยยย
ตะบรึโด้มะ อิอิ
เติม พอ ที่ 6 ค่ะ พอลล่า หริอ พร ..หล้า อิอิ
ความสุข ไม่ได้อยู่ที่ความพร้อมของปัจจัย 4 เลยนะคะ
ความสุขอยู่ในตัวเราทุกคนตลอดเวลา
แต่เราจะเชยชมมันหรือไม่ก็สุดแล้วแต่..
ตะบรึโด้มะ กับบันทึกดีๆขอรับ..
สวัสดีค่ะคุณสามสัก
อ่านแล้วยิ้ม ๆ เลยค่ะ
น้อมนำ 5 พ. มาใช้ค่ะ แต่ไม่แต่ใจจะทำได้ครบ 5 พ. หรือไม่...
พอเพียง เพื่อนพ้อง ผู้อื่น อย่างพรหม อย่างพระ
ขอบคุณค่ะ
(^___^)
สวัสดีค่ะ
สวัสดีครับท่านสามสัก ไม่ได้มาเยี่ยมเยียนท่านหลายเพลา แต่ก็ยังระลึกถึงท่านเสมอ ๆ นะครับ เข้ามาอ่านบันทึกนี้ของท่านแล้ว เห็นด้วยกับท่านโดยเฉพาะหลัก 5 พ ถ้าคนเรามีหลักในการดำรงชีวิตอย่างนี้ ก็คงไม่ต้องดิ้นรนอะไรให้ใจและกายเป็นทุกข์นะครับ ขอบคุณครับ
ตอนที่เรียนมหาวิทยาลัย ผมชื่นชอบประโยคนี้มาก "กิจกรรมเพื่อส่วนรวมและสังคมที่ดีกว่า" ...
อยู่เพื่อผู้อื่น เป็นคุณธรรมชั้นสูง ที่กรอบทางความคิดไม่ยึดติดอยู่กับตัวเอง แต่เป็นการคิดเพื่อผู้อื่น ซึ่งหมายถึงเพื่อนมนุษย์ สังคม สิ่งแวดล้อม โดยต้องรู้จักการให้และการเสียสละเป็นหลัก มิใช่การรับหรือเห็นแก่ตัว สุดโต่ง
ขอบคุณครับ
มีความสุขค่ะ ทำเพื่อชาติ
สวัสดีค่ะคุณสามสัก
มาเรียนรู้วิธีการเป็นปุถุชนที่มีความสุขค่ะ
เป็นบันทึกที่อ่านแล้วเห็นความสุขอยู่ใกล้ๆตัวเลยล่ะคะ
เริ่มจากอ่านจบแล้วก็มีความสุขกับบันทึกดีๆ
ที่กระตุ้นตะกอนความดี ให้ลอยคลุ้งไปรอบๆตัว
จะพยายามสะสมให้ครบทุก พ.ตามกำลังที่ทำได้ค่ะ
ขอบคุณบันทึกดีๆ อีกครั้งค่ะ
อ่านแล้วมีความสุขตามไปด้วย...กับวิถีชีวิตบนดอยสูง...วิถีชีวิตที่เรามักพบเห็นตามชนบท...อาจจะแตกต่างกันบ้างตรงวัฒนธรรม...แต่สำหรับวิถีชีวิตความเป็นอยู่คงไม่แตกต่างกันมากนัก...ตรงที่ทุกคนมีความจริงใจแก่กันโดยไม่หวังอะไรตอบแทน...
ขอบพระคุณมากค่ะ
สวัสดีค่ะท่านสามสัก อยู่บนดอยเป็นวิถีชีวิตที่มีความพอเพียง..ไม่ไข้วค้วาหาสิ่งอื่นใดสบายใจค่ะ
สวัสดีครับ อาจารย์จตุพร
น้องพอลล่า ครับ
สวัสดีครับ คุณณัฐรดา
นมัสการพระคุณเจ้า
ไม่รู้ซึ้งถึงปรัชญาหรือหลักวิชาการอะไรมากมายนัก เพียงแต่จิตสำนึกของป้ามันฟ้องตลอดว่า..จงทำเพื่อผู้อื่นก่อน..คิดถึงคนอื่นก่อน ..มาดูแล้วป้าน่ะจะมี่ ครบทั้ง 5 พอแหละ...ว่าแต่ทำไมคุณสามสักเก่งจังหยิบอะไรมาเป็นวิชาการหมด..(^_^)
สวัสดีครับ คุณครูอ้อย
สวัสดีครับ คุณคนไม่มีราก
สวัสดีครับ ท่านอาจารย์อิงจันทร์
สวัสดีและยินดีกับห้าพอ..มาเยี่ยมค่ะ..ยายธี
สวัสดีครับ ท่านอาจารย์ก้ามกุ้ง
สวัสดีครับ คุณแผ่นดิน
ขอบพระคุณ คุณพี่ใบบุญ
มากน๊ะครับที่กรุณา..