เสียงดัง...จากข้างห้อง


ตีเพื่อให้หลาบจำ...ไม่ใช่ตี ให้ชอกช้ำไปทั้งร่างกายและจิตใจ...อย่าถึงขั้นทำร้ายร่างกายลูกเลยค่ะ...

ทุกวันหยุด..ช่วงบ่าย ๆ...ยามแสงแห่งเช้าวันลดความเจิดจรัสลง...ดิฉัน มักได้ยินเสียงเด็กเล็ก ๆ วิ่งเล่นกันบนถนนระหว่างอาคาร...ดังเจี้ยวจ๊าว...เสียงนั่นเป็นเสียงปกติ....แต่เสียงหนึ่ง...เอ!! ไม่ใช่เสียงหนึ่งสิ...ต้องเรียกว่า "เสียงประสาน"...เพราะมีมากกว่าหนึ่งคน...ได้ยินยามค่ำคืน...ปราศจากเสียงเด็กเล่นบนถนน...เสียงนั่นดั่งถี่และเพิ่มความดังขึ้นในทุกครั้ง ๆ ที่ได้ยิน...จับต้นเสียงว่าดังข้ามมาจากอาคารอีกฝั่ง...เจ้าของเสียงเป็นผู้หญิงและอีกเสียงเป็นผู้ชาย...   

ทุกครั้งที่ได้ยินเสียงนั่น...ให้รู้สึกหดหู่ใจ...ว่าเกิดอะไรขึ้นกับสังคมนี้ที่มีแต่ความเจริญทางด้านวัตถุเสียแล้ว...เสียงแรกดังตะคอก...ตะโกนด่าทอ...ด้วยคำหยาบคาย...พร้อมด้วยเสียงดังเพียะๆๆ...พร้อมกับคำหยาบคาย..."กูบอกมึงแล้วใช่ไหม...กูบอกมึงกี่ครั้งแล้ว...มึงไม่เคยเชื่อไม่เคยจำ"...อีกเสียงที่ดังตามมาไม่แพ้กัน "แม่อย่าตี แม่อย่าตี...ฮือๆๆๆๆ แม่..."..."กูบอกมึงกี่ครั้งแล้ว...ว่าอย่าขโมยเงินกูไปเล่นเกม...มึงขโมยเงินกูไปเท่าไหรแล้ว...กูเสียเงินไปกับมึงกี่ร้อยกี่พันแล้ว...กูบอกมึงแล้วใช่ไหม..."...คำพูดซ้ำ ๆ เช่นนี้ดังพร้อมเสียงเพียะๆๆๆ ประมาณชั่วโมงจึงสงบ...แต่แล้วก็เริ่มดังขึ้นมาใหม่ดังเดิม...นับเวลารวมแล้วก็ประมาณสองชั่วโมงเห็นจะได้...ที่แปลกใจ คือมีการหยุดพักเหนื่อยกันด้วย(ประมาณพี่เลี้ยงเข้ามุมด่วน อิๆๆๆ)...แต่ที่ไม่แปลกใจ คือร้านเกมอยู่ชั้นล่างของอาคารเต็มไปหมด...เด็กเลิกเรียนแล้ว ขณะที่ผู้ปกครองยังกลับไม่ถึงห้องพัก...
-------
เห็นทีอย่างนี้ต้องตั้งกฎ กติกา มารยาทในบ้านแล้วละค่ะ...ข้อตกลงร่วมกันในการทำกิจกรรมในแต่ละวัน...หากประพฤติผิดซ้ำเด็กจะได้รับผลเช่นไร...เช่น ตัดเงินค่าขนม...งดเล่นเกมเป็นเวลากี่วัน...แล้วแต่ตกลงกันในครอบครัวค่ะ
-------
เพื่อนดิฉัน บอกว่า "ทำเรื่องครอบครัว...น่าจะลงไปให้คำปรึกษาเขานะ"...ฮ่าๆๆๆ ดิฉัน รีบแย่งหัวเราะก่อน...โธ่!! ให้คำปรึกษาเหรอ...ก็คนเขาไม่เต็มใจจะเข้าร่วมรับคำปรึกษา...เขาว่าชีวิตครอบครัวเขาไม่ได้มีเป็นปัญหาอะไร...เขาเลี้ยงของเขาแบบนี้มาตั้งนานแล้ว...ลองเข้าไปยุ่งสิ...เดี๋ยวเขาจะหาว่า "ส.ใส่รองเท้า...มายุ่งไม่เข้าเรื่อง"...ดูแล้วท่าจะ "แกว่งเท้า...หาเสี้ยน" เสียเปล่า ๆ เป็นอันว่าได้แต่ชะเง้อคอคอยให้กำลังใจอยู่ใกล้ ๆ...มีเหมือนกันบางในแว๊บหนึ่งของความคิด...โทรหามูลนิธิคุ้มครองเด็กและสตรีดีกว่าไหมนี่...แต่ก็นะ!!..

คิดไปคิดมา...ลักษณะการอบรมเลี้ยงดูแต่ละครอบครัวแตกต่างกัน...ก็คำพังเพยว่าไว้ "รักวัวให้ผูก...รักลูกให้ตี" อือ!! ยังใช้ได้อยู่หรือนี่...อาจจะได้แต่ก็ตามวาระแล้วกัน...ว่าไปแล้วการตีก็ตีได้นะ...สำคัญอย่าตีเด็กเล็ก ๆ ที่ยังไม่รู้เดียวสายังพูดกันไม่รู้เรื่อง...อดทนไว้ก่อนค่ะ...เพราะเด็กเพียงแค่ซุกซนตามพัฒนาการแห่งวัยค่ะ...(ยังมีโอกาสให้ตีอีกเยอะ...อดทนไว้ก่อนค่ะอิๆๆๆๆ)...ตักเตือน พร้อมให้คำแนะนำสั่งสอนเขาดีกว่าค่ะ...บางครอบครัวลงโทษลูกวันนี้...โทษฐานที่รังแกน้องครั้งเมื่อวานซืนโน้น...(เลยเป็นที่มาของคำว่า "เด็กเมื่อวานซืน"...ฮิๆๆๆๆ) เด็กที่ถูกลงโทษ งงงงงง!! นึกไม่ออกว่าตนทำผิดอะไรมา เมื่อไหร...ต่ออีกนิด...คงไม่มีใครไม่เคยตีลูกหรอก...ตีนะตีได้...ตีเพื่อให้หลาบจำ...ไม่ใช่ตีให้ชอกช้ำไปทั้งร่างกายและจิตใจ...อย่าถึงขั้นทำร้ายร่างกายลูกเลยค่ะ...ด่าทอด้วยคำหยาบก็ไม่ควรยิ่ง...พูดกันดี ๆ เด็กเขาก็เข้าใจ...ที่สำคัญอย่าลงโทษเด็ก ขณะที่อยู่ในอารมณ์โกรธ...โมโห...เจ็บหลายเท่านักค่ะ...แล้วจะมานั่งเสียใจภายหลังนะคะ...(เขียนไปเขียนมา...อ่านทวน...ดูเหมือนจะบ่น ๆ ซะมากกว่า)

 

เตือนตนไว้ เผื่อมีโอกาสมีบุตร-ธิดากับเขาบ้าง...จะได้เอาไว้เป็นเยี่ยง...แต่ไม่ขอเอาอย่าง...เกร็ดจากเรื่องราวเรื่องเล่า...อาจเป็นกระจกเงาสะท้อนอะไร ๆ ให้กับคุณพ่อคุณแม่ หรือผู้ปกครองที่มีบุตรหลาน...ได้บ้างไม่มากก็น้อย...(ประมาณว่าเขียนรายงานส่งครู...อาจมีประโยชน์บ้างไม่มากก็น้อย...ฮ่าๆๆๆๆ)
----------
หมายเหตุ: ต้องขออภัยหากบทความนี้ใช้ภาษาไม่สุภาพ...ด้วยเป็นไปตามบริบทของการสนทนา

หมายเลขบันทึก: 301137เขียนเมื่อ 27 กันยายน 2009 00:11 น. ()แก้ไขเมื่อ 6 กันยายน 2013 21:37 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกันจำนวนที่อ่านจำนวนที่อ่าน:


ความเห็น (88)

แวะมาเยี่ยมครับ

อ่านเอาไว้เตือนสติไม่ทำเช่นนี้กับเฌวา

ข้าวเฌวางอกแล้วนะครับ ตามไปชมได้ครับ

พาเฌวาปลูกข้าว (๒) ข้าวงอกแล้ว ๖ ต้น

ขอบคุณมากค่ะ "คุณหนานเกียรติ" ที่แวะมาบอกกล่าวเล่าความ...ไปทิ่งรอยไว้เรียบร้อยแล้วค่ะ...คุณพ่อกับคุณลูกน่ารักมากค่ะ...

นอนหลับฝันดีในราตรีนี้...ทั้งสามคนพ่อแม่ลูกค่ะ

ขอบคุณมากค่ะ...คุณ "ปริมปราง" ที่แวะมาเยี่ยมเยียนคนปักษ์ใต้บ้านเราเองนิ

แวะมาเยี่ยมครั้งแรกครับ

เด็กเหมือนผ้าขาวที่สะอาดเเละพรอมรับสิ่งที่ผู้ใหญ่จะป้อนให้...

คำถาม คือ เราผู้ใหญ่ป้อนสิ่งที่เป็นบวกหรือลบให้เด็กๆเหล่านั้นละ

ดี ไม่ดีเขาจะจำเเละติดตัวไปตลอดชีวิต

สวัสดีค่ะ "น้าชาติ" ขอบพระคุณค่ะที่แวะมาเยี่ยม เอ!! จะมีครั้งที่สองไหมค่ะ...อิๆๆๆ

มาเยี่ยมบ่อย ๆ ก็ดีค่ะ...แต่มาทั้งทีน่าจะมีของกิน...ติดไม้ติดมือมาบ้างก็ดีนะคะ...อิๆๆๆ (แซวค่ะแซว)

ขอบคุณมากค่ะ...นอนดึกจังค่ะ

สวัสดีค่ะ...อ.กู้เกียรติ...ใช่ค่ะ...หาก "ป้อนสิ่งไม่ดีให้" ก็เป็นปมติดตัวไปตลอดชีวิตเลยล่ะค่ะ...

ไม่เห็นมีบันทึกใหม่ ๆ มาให้อ่านเลยนะคะ...งานยุ่งเหรอค่ะ...อ.นอนดึกจัง รักษาสุขภาพด้วยนะคะ

ขอบพระคุณมากค่ะ...

สวัสดีน้องสาว

อย่าตกใจกับลุคใหม่ของพี่ล่ะ

ปัญหานี้ คือปัญหาโลกแตก ร้านเกมเป็นดอกเห็ดแบบนี้

แล้วเราจะทำไงได้ อบรมลูกก็เบื่อ..ไม่อบรมลูกก็เหลิง..เฮ้อ!

อิๆๆๆๆ เห็นหน้าครั้งแรกงงงงง!! ไม่ถึงกับตกใจค่ะ...ว่าสาวสวยที่ไหนมาชำเรืองตามอง...ดูชื่อจึงรู้ว่าพี่ครู ป.1 เลยหัวเราะ ฮ่าๆๆๆๆๆ...ถูกใจหล้ายหลาย...พี่สาวเปลี๋ยนไป...สวยเป็นนางในวรรณคดี...วัยรุ่นเชียวแหละ...สวย เฉียบ คม...มีชะม้ายชายตาให้คู่ต่อสู้ด้วยแน่ะ...ไม่ธรรมดา อะฮ้า!! ไม่ธรรมดา...มีความสุขกับลุคใหม่นะคะคุณพี่ขา อิๆๆๆ

น้อง vij ครับ เรื่องครอบครัว เป็นละเอียดอ่อนที่ใหญ่ยิ่ง และไม่มีสูตรตายตัวในการแก้ปํญหาครอบครัว ครอยครังบังเลี้ยงแบบทุกคนต้องช่วยตัวเอง ตอนเรียนลูกจะไปเที่ยวกับเพื่อนที่ไหน ผมไม่เคยห้ามเพราะผมถือว่าการเที่ยวการทำกิจกรรมคือการเรียนพิเศษ แต่มีข้อแม้ว่า งปม.คนละครึ่ง (ลูกมักชอบพูดว่านิ แต่พ่อแม่ชอบใช้คำว่าตั้ง)

ลูกชายสุดท้องน้องเพื่อน "ปะขอเบี้ยสองพันเข้าค่ายกับเพื่อนที่เชียงราย

ปะ ตั้ง สองพัน....มากแรง

ลูก ...

นิ = น้อย ผู้ขอ

ตั้ง =มาก ผู้ให้

สวัสดีครับ

การลงโทษด้วยการตี การทำร้าย ทำให้เกิดบาดแผลภายนอก ติดไปถึงภายใน

การใช้สติ การพูดคุย อบอมสั่งสอน ด้วยเหตุ ด้วยผล เป็นหนทางหนึ่งที่ดี แต่หลายคนไม่ยอมกระทำ

พ่อแม่ ญาติ พี่น้อง ต้องใจเย็น ทำความเข้าใจด้วย ครับ

สวัสดีค่ะ คุณน้องVij ขอบคุณที่ไปเยี่ยมชมแกงส้มไหลบัวตอนตี 4

ขอชม...สำนวน-ลีลาการเขียน เหมือนนักเขียนค่ะ

น่าสงสารแม่เด็กนะ(ทำไมไม่สงสารลูกละให้อาจารย์vij.คิดเอง)

เรื่องอย่างนี้มีให้เห็นให้ฟังอยู่เป็นประจำ

ถ้าพูดตามภาษาธรรมชาติการที่แม่เด็กทำอย่างก็เท่ากับทำร้ายตัวแม่เองไปในตัวอย่างเลี่ยงไม่ได้..

..จงดูเยี่ยงกา.แต่.อย่างเอาอย่างกา..น่าพอได้นะอาจารย์

 

  • เป็นข้อคิดเตือนใจ เตือนสติได้ดีครับ
  • ขอบพระคุณครับ

เมื่อเป็นแม่แล้วจะรู้ว่ารักลูกมากแค่ไหน....ลูกบางคนรักแม่..ลูกบางคนไม่รักแม่..แต่แม่ก็ยังรักลูกทั้งสองประเภทได้อย่างไม่มีเปลี่ยนแปลง การแสดงออกของลูกแม่รับรู้ได้..ดังนั้นการแสดงความรักของแม่ย่อมแตกต่างกันไปตามลักษณะของลูก..แม่เป็นนักจิตวิทยาที่ยิ่งใหญ่..แม่รู้ว่าลูกคนไหนควรเลี้ยงดูอย่างไร..และลูกคนใดควรเลี้ยงดูอย่างไร..แม่มีญาณวิเศษที่จะรู้ว่าลูกคนนี้ต่อไปจะเป็นอย่างไร..แม่เลี้ยงลูกด้วยความรักและความกลัว..ด้วยรักแม่จึงอยากให้ลูกเป็นคนดีของสังคม..เป็นที่ยอมรับของบุคคลโดยทั่วไปและเป็นที่รักของคนอื่นๆเหมือนกับเป็นที่รักของแม่..ด้วยความกลัว..กลัวว่าลูกจะเป็นคนที่สังคมไม่ยอมรับ..เป็นคนไม่ดีเป็นที่รังเกียจของสังคม..ถ้าลูกเป็นอย่างหลัง..แม่จะหัวใจสลายสักเพียงใด..

มาด้วยรักและผูกพัน..นะจ๊ะ..ยุ่งยังไงก็ยังวนเวียนมาหานะ...

 

%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%89 Pictures, Images and Photos

มาสนับสนุนแนวคิดนี้ โบราณแต่ยังใช้ได้ผลดี

สวัสดีค่ะ

  • เป็นปัญหาใหญ่จริง ๆ ค่ะ ครูอิงเองก็มีครอบครัว
  • มีลูกชายกำลังอยู่ในวัยรุ่นทั้งสองคนพี่น้อง
  • แต่ครูอิงจัดหาให้ลูกเล่นเกมที่บ้าน การเล่นก็ต้องอยู่ในความดูแลของครูอิง
  • ลูกเล่นเกมแม่เล่นบล็อก อยู่ใกล้ ๆ กัน  ไม่ให้ลูกนำเครืองคอมเข้าห้องส่วนตัวเด็ดขาด
  • เพราะนอกจากเสี่ยงเรื่องลูกเล่นเกมที่ไม่เหมาะสมแล้ว ยังต้องเสี่ยงกับเรื่องลามก
  • มีบ้างบางวาระที่ต้องนำลูกไปฝากไว้ทีร้านเกม เป็นต้นว่าแม่ไปธุระไกล ๆ ลูกเลิกเรียนแล้ว แต่แม่ยังกลับไม่ถึงบ้าน แต่ก็โทรคุยกับเจ้าของร้านเกม ให้ช่วยดูแลและฝากด้วย ซึ่งก็ไม่มีปัญหา เพราะได้ทำการตกลงกับเจ้าของร้านเป็นที่เรียบร้อยแบบกัลยณามิตร แบบญาติพี่น้อง
  • แต่ปัญหาหนักที่แก้ไม่ได้คือ นักเรียนห้องครูอิง  ไม่รู้จะหาวิธีทำโทษอย่างไรถึงจะเลิกติดเกม ถึงขนาดอ้างกับผู้ปกครองว่าอยู่เรียนพิเศษกับครูอิง  แต่ไปเล่นเกม
  • ปกติครูอิงจะสอนซ่อมเสริม(สอนฟรี) เด็กนักเรียนที่เรียนอ่อน ตอนนี้เลยต้องเลิกสอนเพราะมีปัญหาตามมาเยอะ ต้องทำใจค่ะ
  • ขอบคุณมากค่ะ ที่สะท้อนปัญหานี้ออกมา ขออภัยที่เม้นท์ยาว บังเอิญมันเป้นเรื่องโดนใจ 

       ปัญหาครอบครัวเป็นปัญหาด้านจิตใจครับ   ยิ่งสังคมเจริญทางวัตถุมากขึ้นเท่าใด    ปัญหาทางจิตใจของครอบครัว  ยิ่งแก้ได้ยากขึ้นเท่านั้นครับ

       ส่วนใหญ่ก็จะแก้ที่ปลายเหตุ   ก็แก้ได้ผลบ้าง  แต่ไม่ยั่งยืนครับ

บังค่ะ..."ไม่มีสูตรตายตัวในการแก้ปัญหาครอบครัว"...จริง ๆ ค่ะ...แต่ละครอบครัวก็มีสูตรไม่เหมือนกัน...แต่ละปัญหาก็แก้ไขแตกต่างกันไป..."แต่ละสูตร...แต่ละครอบครัว...จึงควรมีการประยุกต์ใช้ในการแก้ปัญหา..."

-------

ชอบใจกับบัง...น้องเพื่อน "ปะขอเบี้ยสองพันเข้าค่ายกับเพื่อนที่เชียงราย"...ปะ "ตั้ง สองพัน....มากแรง" อิๆๆๆๆ ตั้งสองพันนิ.

ขอบคุณมากค่ะ

สวัสดีค่ะ...ท่าน "ผศ. เพชรากร หาญพานิชย์" ท่านเข้ามาขมวด...รวบยอดความคิด...ต่อเติมให้เสร็จสรรพ...ให้เห็นชัด ๆ และชัดขึ้น...

ขอบพระคุณมากค่ะ...

สวัสดีค่ะ...พี่ nana...แกงส้มไหลบัวแหละตัวดี ทำท้องน้องดังจ๊อกๆๆๆ...ต้องรีบไปรื้อค้นหาของเก่ามากิน...อิๆๆๆ ขอบคุณมากค่ะคุณพี่

นมัสการค่ะ...หลวงพี่

"น่าสงสารแม่เด็กนะ(ทำไมไม่สงสารลูกละให้อาจารย์vij.คิดเอง)"...สำหรับ Vij สงสารระคนกับเป็นห่วงทั้งคุณแม่ คุณลูก สมาชิกคนอื่น ๆ ในครอบครัว และสังคมค่ะท่าน...ประมาณว่าปัญหาที่เกิดขึ้นในระบบครอบครัวจะเชื่อมโยงเกี่ยวพันถึงสมาชิกคน ๆ ในครอบครัว และสังคมค่ะ...

------

ภาพของการสะท้อนครอบครัวนี้...บางทีก็ไม่สามารถวิเคราะห์ลงลึกไปได้...เพราะในความจริงอาจมีเหตุปัจจัยอื่นที่ทำให้แม่ต้องด่าทอ ตบตีลูก...ที่คนนอกผู้ได้รับรู้เพียงเสียงร้องและเสียงด่าทออย่างเราจะเข้าใจได้ลึกซึ้งไม่...แต่ที่แน่ ๆ ความเป็นแม่...ก็อยากให้ลูกเป็นคนดีของแม่ ของพ่อ ของครอบครัวและของสังคม...หากลูกเป็นไปในตรงข้ามแม่ย่อมเสียใจเป็นธรรมดา...ปัญหาเหล่านี้ก็จะตกเป็นทอด ๆ กันไป จากระดับเล็กเรื่อยไปจนถึงระดับที่ใหญ่ระดับที่กว้างขึ้น...จนกลายเป็นปัญหาสังคมที่อยากต่อการบำบัดแก้ไขเจ้าค่ะ

-----

ขอบพระคุณค่ะ

ขอบพระคุณ...คุณ "สามสัก" มากค่ะ...ที่แวะเวียนมา

ขอบพระคุณมากค่ะ...งานพี่สาวจะยุ่งอย่างไร...น้องสาวคนนี้ก็เป็นกำลังใจให้เสมอค่ะ...ความรักของา "แม่" ยิ่งใหญ่มหาศาลจริง ๆ ค่ะ...แต่บางครอบครัวด้วยความที่รักลูกจนเหลือเกิน...จนความรักนั้น เป็นการหยิบยิ่นปลายดาบ ปลายกระบอกปืนไปหาลูก...การเลี้ยงดูที่เราเคยได้เรียน "พ่อแม่รังแกฉัน" นั้นก็เป็นหนึ่งในความรัก...ที่มีลักษณะการอบรมเลี้ยงดูอันเกิดจากความรักที่มากเกินไป รักแบบตามใจลูกทุกอย่าง...

-------

ที่สุดแล้ว...แม่ก็คือ นักจิตวิทยาที่ยิ่งใหญ่ของลูกจริง ๆ ค่ะ...ชอบคำนี้มาก...วิญญาณของความเป็นแม่อยู่ในตัวพี่ "อ้อยเล็ก" อย่างเต็มเปี่ยมค่ะ...ขอบคุณแทนลูก ขอบคุณแทนสังคม...ที่คุณแม่ "อ้อยเล็ก" เข้าใจลูก...และเข้าใจสังคมภายในและภายนอกของลูก

------

ขอบพระคุณมากค่ะ

สวัสดีค่ะ...คุณลุงมหาที่รัก...อิๆๆๆ...รีบมาสนับสนุนแนวคิดเชียวนะคะ...ค่ะหนูเชื่อค่ะว่ายังได้ผลอยู่...ตีเพื่อป้องปลาบ...พร้อมตักเตือนชี้แนะเพื่อให้เดินไปให้ถูกทาง...

---------

ขอบพระคุณคุณลุงที่น่ารักเสมอ ๆ รักษาสุขภาพนะคะ

สวัสดีค่ะ...พี่ครูอิง...เป็นวิธีการเลี้ยงบุตรที่ดียิ่งค่ะ...ชุมชนเองก็ต้องให้ความร่วมมือถึงจะผลิตเยาวชนน้ำดีได้...คอยเห็นวิธีการเลี้ยงลูกแบบพี่ครูอิงเหมือนกันค่ะ...อยู่ตึกตรงกันข้าม...ตึกเดียวกับที่เล่านั่นแหละค่ะ...แต่เป็นคนละห้อง...มีลูกชายสองคนน่าจะเป็นฝาแฝด...วัยสักประมาณ 5-6 ขวบ...เห็นลูกกับแม่นั่งกันอยู่หน้า Com มีลูกนั่งอยู่บนตัก...และเป็นเช่นนี้เกือบทุกครั้ง...ยังชอบใจและนั่งคุยกับเพื่อนว่าครอบครัวนี้เขาน่ารักจัง...ทึกทักเอาเองว่าลูกคงนั่งเล่นเกมโดยมีแม่แนะนำ...ให้ความอบอุ่นอยู่ข้าง ๆ

----------

อยู่ในสังคมแห่งนี้...ได้เห็นวิถีชีวิตของแต่ละครอบครัวอย่างใกล้ชิดเลยค่ะ...ตึกสามหลัง...ไม่รู้ว่าโชคดีหรือโชคร้ายที่ได้อยู่ตรงกลาง...แต่คิดว่าโชคดี...ที่ได้เห็นสิ่งที่ไม่เคยเห็น คนที่พักอาศัยที่นี่มีประมาณสัก 3000 ครอบครัวเห็นจะได้...ได้เห็นสิ่งแปลกประหลาดอย่างที่เราไม่เคยเห็นเยอะมาก...และความน่ารักของบางครอบครัวที่เราพึ่งได้สัมผัส...นับว่าคุ้มแสนคุ้มค่ะพี่อิง

----------

ยินดีมาก...และขอบพระคุณยิ่ง สำหรับความคิดเห็น...ที่สะท้อนมุมมอง

ขอบพระคุณมากค่ะ....ท่าน "small man" ปัญหาครอบครัวเป็นปัญหาที่ใหญ่ค่ะ...เห็นด้วยที่..."ส่วนใหญ่ก็จะแก้ที่ปลายเหตุ...แก้ไขได้บ้าง แต่ก็ไม่ยั่งยืน"...จริง ๆ ค่ะ

สวัสดีครับ

  • เป็นบันทึกที่ถูกใจมาก
  • ไว้กำกับสติ เวลาดูแลหลานม่อน
  • เนื้อหากับภาพดีมาก
  • ทำให้เกิดอารมณ์ความรู้สึกชัดเจน
  • ขอบพระคุณ โชคดีครับ

สวัสดีค่ะ

  • เมื่อมีเหตุเราก็มองเห็นปัญหา และพอทราบว่ามันมากอะไร
  • แต่..วิธีการแก้ปัญหา  เราไม่อาจทำได้ทุกปัญหานะคะ
  • ได้แต่สลดหดหู่ใจค่ะ
  • ขอขอบพระคุณค่ะ
  • นำกลอนที่แต่งไว้มาฝากค่ะ

"ในความต่างของเด็กน้อยค่อยชวนพิศ
ล้วนเพราะจิตปลูกฝังดั่งจมปลัก
คุณธรรมสั่งสมการห่มรัก
อาจฟูมฟักให้เลิศค่าน่าบูชา

หรือเลวร้ายน่าชังดั่งปีศาจ
ผ้าขาวอาจเปรอะเปื้อนเบือนบิดค่า
สิ่งแวดล้อมการเลี้ยงดูคู่ชีวา
ย่อมนำพาความต่างเส้นทางเดิน"
                    ธรรมทิพย์

ขอบพระคุณมากค่ะท่าน "ผอ.ประจักษ์"...เอ!! ใครทำน้องหม่อนร้องค่ะ...มีความสุขในทุก ๆ วันนะคะ

ขอบพระคุณมากค่ะพี่คิม...เราไม่อาจแก้ไขปัญหาได้ทุกปัญหาจริง ๆ ค่ะ...บางปัญหาใหญ่เกินตัว...บางปัญหาไม่อาจก้าวล่่วงเข้าไปล้ำเส้นชีวิตใคร...ทำดีได้แค่สะท้อนภาพเหล่านั้น...

ขอบพระคุณมากค่ะ...คุณครู "ธรรมทิพย์"...บทกลอนไพเราะให้ความหมายและคุณค่า..."สิ่งแวดล้อมการเลี้ยงดูคู่ชีวา

ย่อมนำพาความต่างเส้นทางเดิน"...

โอ้โห!! โลชั่นมะเฟืองวางตลาดแล้ว...สั่งซื้อได้ที่ไหนค่ะ...หนูขอขวดหัวปั๊มค่ะคุณลุงมหา...เยี่ยมมากค่ะ...

ฝนตกอากาศเปลี่ยน...ดูแลรักษาสุขภาพนะคะ...

มีประโยชน์นะเนี่ย ขอเอารายงานไปส่งคุณครูก่อน ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

มาเยี่ยมยามค่ำค่ะ..คิดถึงเลยมาเยี่ยม สิ่งที่เขียนในบันทึกเป็นสิ่งที่มีทุกๆสังคมและเป็นสิ่งที่ครอบครัวทุกครอบครัว ต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการเลี้ยงดูลูกๆให้เขาใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ อย่าไปโทษเด็กเพราะบางครั้งก็อาจเป็นความบกพร่อง ของพ่อแม่ต้องหมั่นปลีกเวลามาดูแล ลดงานบ้างเพื่อใกล้ชิดกับลูกเปลี่ยนจากการตีมาเป็นเข้าใจและสังเกตอีกทั้งจัดระเบียบ ในการดำเนินชีวิตของลูก เฮ้อ!พูดเหมือนเคยมีลูก อิ อิ เปล่ายังไม่มี แต่เป็นประสบการณ์ที่พบเห็นนักเรียนมาหลายปีรวมทั้งศึกษานักเรียนเป็นรายบุคคลโดยเฉพาะนักเรียนที่มีปัญหา สบายดีนะค่ะช่วงนี้ดิฉันสบายใจขึ้นมากๆ มีความสุขเพิ่มขึ้นจริงๆนะ ขอบคุณกำลังใจที่มีให้ จะอยู่ในความทรงจำตลอดไป             ขอให้มีความสุขทุกๆวันนะค่ะ...ราตรีสวัสดิ์...

 

ขอบคุณมากค่ะ...คุณ "ขจิต" มาฉกแล้วก็รีบวิ่งออกไปเลยนะคะ...วิ่งดี ๆ หน่อยค่ะ...ระวังสะดุดขาตัวเองนะเจ้าค่ะ...

อ้าว!! พูดซะตั้งนานสองนาน...คุณ "Nina" เพิ่งจะมานึกได้ว่ายังไม่มีลูก...ดีจังค่ะ...คลุกคลีกับสิ่งไหนก็จะได้รับประสบการณ์จากสิ่งนั้น...มาบอกเล่าเพื่อให้ข้อคิดและเตือนตน...ไว้ยามมีครอบครัว คุณ "Nina" จะได้ไว้สอนสามี เอ้ย!! ไม่ใช่ เอาไว้สอนคุณลูกเจ้าค่ะ...ขอบคุณตัวอักษรชมพู...หวานซะ...จนอยากมีแควนขึ้นมาทันทีทันใด...สุขสดใสจงเป็นของ "Nina" ในทุก ๆ วันนะคะ...ยังคงคิดถึงและเป็นกำลังใจเช่นเคยค่ะ...บาย

ตีลูกนี่เป็นการเริ่มต้นของความเคยชินนะคะ

จำได้ว่าตีลูกครั้งแรก ลูกเจ็บ แม่ก็เจ็บด้วย

แต่พอมีครั้งแรก ครั้งต่อไปก็ทำได้ง่ายขึ้น

ต่อมา เลยตัดสินใจเลิกตีค่ะ

กลัวด้าน....

ทั้งเนื้อลูก

และใจแม่ค่ะ

มาเยี่ยมน้องvij

แล้วค่อยติดตามงานเขียนของพี่จิ๋วนะคะ

เมื่อคืนเหนื่อยมากๆ

ที่บอกว่า( just a moment please.)น่ะ

นอนหลับลืมไปเลย

ตามมาก่อกวนอีกรอบ กำลังอยู่กับหมอต้องการคำปรึกษาไหมครับ..

เห็นด้วยกับพี่ณัฐรดาค่ะ...ไม่ว่าจะเป็นการตี การดุด่า...และไม่ว่าใครกระทำความรุนแรงกับใคร เช่น คู่สามีภรรยามีปากเสียงกัน หรือลงไม้ลงมือกัน มีจุดเริ่มต้นจากเล็กน้อย...ก็สามารถขยายความรุนแรงขึ้นในครั้งต่อ ๆ ไป...ดังว่าค่ะ...สุดท้ายทั้งพ่อ แม่ ลูก ก็จะชินชากับการใช้ความรุนแรง...เมื่อเด็กเติบโตขึ้นและมีครอบครัว...เขาก็จะใช้ความรุนแรงกับคนในครอบครัวของเขาต่อไป เพราะเขาถือว่าเป็นเรื่องปกติ...เื่รื่องการใช้ความรุนแรงในครอบครัว...สามารถสืบทอดไปยังรุ่นลูกรุ่นหลานได้ค่ะ...

ขอบพระคุณมากค่ะ...สำหรับการนำประสบการณ์การเลี้ยงดูบุตรมาต่อยอด...มีความสุขกับครอบครัวนะคะ

ขอบพระคุณค่ะพี่จิ๋ว...กำลังใจจดใจจ่อรออ่านค่ะ...หลับแบบนี้แหละค่ะที่หลับนานหลับลืม และหลับสบาย...เคยเป็นบ่อยเหมือนกันค่ะ...แต่ถ้าตั้งใจนอนจริง ๆ Vij มักไม่ค่อยจะหลับ...แต่จะชอบเผลอหลับเวลาคุณครูเข้าสอน อิๆๆๆ

สวัสดีคุ่ะ...คุณ "ขจิต"...เมื่อสักครู่ได้รับเมล์จากคุณป้าท่านหนึ่ง...จากเมืองกาญฯ ค่ะ...คุณป้าขอคำปรึกษาด่วน...ไม่ทราบคุณหมอยังอยู่หรือเปล่าค่ะ...Vij เข้ามาช้าไปหรือเปล่าไม่ทราบ...เรื่องที่คุณป้าปรึกษามีอยู่ว่า...

"ส่งลูกชายไปเรียน...(ก็ประมาณขายวัวขายควายที่บ้านล่ะค่ะ...อิๆๆๆ)...ตอนนี้ลูกชายก็อายุมากโขแล้วล่ะค่ะ...เรื่องอื่นคุณป้าเล่าว่าไม่เป็นห่วงค่ะ...แต่เรื่องที่ทำให้คุณป้ากลุ้มใจมีอยู่เรื่องเดียว...คือ...เืรื่องการออกเรือนของบุตรชายค่ะ...เพราะไม่ว่าคุณป้าจะใช้วิธีการอย่างไร...ลูกชายก็ไม่ยอมทำความฝันของคุณป้าให้เป็นจริงซักที...คุณป้าบอกว่าใช้ไม้นวมก็แล้ว ใช้ไม้แข็งก็แล้ว...ถึงขั้นไล่ออกจากบ้านก็เคย...แต่ก็ยังไร้ผล...เห็นคุณป้าบ่น ๆ มาทางเมล์...ว่างานนี้ถ้าผึ้งพิงผึ้งพาหมอไทยจากแก่งคอยไม่ได้...ก็จะหันไปหาหมอเขมรแทนค่ะ"....อันนี้คุณป้ายื่นไม้ตายมาค่ะ...ซึ่ง Vij ก็เห็นดีเห็นงามด้วยว่าน่าจะใช้หมอเขมร...เรื่องที่จะปรึกษาคุณหมอก็มีด้วยประการฉะนี้ล่ะค่ะ...อิๆๆๆๆ

 เด็กๆเหมือนต้นไม้กำลังโต..ต้องรดน้ำใส่ปุ๋ยด้วยความรักและความเข้าใจนะคะ

สวัสดี ครับ

น้ำตา....ของคนเป็นพ่อแม่ เนี่ย มีความหมาย นะครับ

เคยเตือนตัวเอง....อยู่ลึก ๆ ครับว่า...อย่าทำให้พ่อแม่เสียน้ำตา....

การตั้งใจเรียน  ไม่เกเร  เป็นความคิด แรก ๆ สมัยเป็นนักเรียน ที่ใช้ได้ผล

ขอบคุณ นะครับ บันทึกที่สร้างสรรค์

 ป.ล.วันไหนผมเจอ นักเรียน/นักศึกษา ที่มาใช้บริการที่นี่ จะช่วยส่งเสริมบันทึกนี้ ให้ นะครับ เพราะเห็นว่า น่าสนใจ 

รักวัวให้ผูก รักลูกให้ตี ยังคงใช้ได้อยู่ในสังคมปัจจุบัน แต่จะเกิดผลที่ดีขึ้น หรือ แย่ลง นั้นขึ้นอยู่กับบุคคลที่ถือไม้เรียว เมื่อก่อนทุกท่านคงเคยเจอมาบ้างแหละแต่เราก้อผ่านมันมา และได้ดิบได้ดีจนถึงปัจจุบันนี้ แต่เด็กเดี๋ยวนี้ไม่เข้าใจในสิ่งที่พ่อแม่ลงโทษ และพ่อแม่ก็ใช้อารมณ์มากกว่าเหตุผลในการตีและส่วนใหญ่ก็ไม่เคยที่จะสอน ตีแล้วก็แล้วกันไป หายมันแล้วนี่

ผมว่านะ ตีนะตีได้แต่

1. ต้องมีเหตุผล

2. ตักเตือนก่อน (ใหโอกาสเขาแก้ตัว)

3. อย่าตีกันโดยใช้อารมณ์ (ตีเพื่อสอนให้จำ ไม่ใช่สอนให้ผูกใจเจ็บ)

4. ตีแล้วสอนลูกด้วยอย่าเดินหนี

4. สุดท้ายภูมิคุ้มกันที่ดีกี่สุด คือ ความรักและความเข้าใจที่ดีต่อกัน ระหว่าง พ่อแม่ และ ลุก (คุณมีหรือยัง ถ้ายังไม่มี ไม่ต้องสงสัยว่าทำไมตีลูกแล้ว ลูกยังไม่แก้ไขพฤติกรรมนั้น ตีลูกแล้วทำไมลูกโกรธ)

ขอบพระคุณค่ะ...พี่นงนาท...ต้นไม้...ต้องหมั่นรดน้ำพรวนดิน...เติมปุ๋ย เติมใจ...ให้พอเหมาะพอดี...ต้นไม้จึงจะเจริญงอกงาม เฉกเช่นเด็กน้อยจริง ๆ ค่ะ...

สวัสดีค่ะ...คุณ "แสงแห่งความดี"...เรียกชื่อนี้ทุกทีไรรู้สึกใจสว่าง ๆ ค่ะ...น้ำตาของผู้เป็นพ่อแม่...เมื่อตีลูก ย่อมมีความหมายว่าท่านเจ็บปวดกว่าลูกหลายเท่านัก...ขณะเีดียวกัน น้ำตาของผู้เป็นลูก...ก็มีความหมายทวียิ่งเช่นกัน...หากพ่อแม่ตีด้วยความมันตามอารมณ์แห่งตน...และปราศจากเหตุผล...รอยแผลนั่นใช่ติดอยู่ที่กาย...แต่ประทับรอยเนื้อใจ...จนเติบใหญ่เชียวค่ะ...เด็กอาจเกิดความน้อยเนื้อต่ำใจ...เลยแสดงพฤติกรรมประชดประชันพ่อแม่ในทางที่ผิด ๆ ก็มีมากมายให้เห็นค่ะ...จงใคร่ครวญและใคร่ครวญถึงการอบรมเลี้ยงดูบุตรของท่านให้มาก ๆ ค่ะ...รักษาความเป็นครอบครัวไว้...ในบรรยากาศที่อบอุ่นอยู่เสมอค่ะ

-----------

ขอบพระคุณมากค่ะ

  • สวัสดีค่ะ คุณ Vij
  • ขอบคุณที่ไปเยี่ยมทักทายกันบ่อย ๆ
  • ท้องฟ้ายามนี้คงไม่ต่างกันนะคะ
  • มีความสุขในทุกวันที่ทำงานนะคะ

สวัสดีค่ะ...คุณครู "ธรรมทิพย์" ท้องฟ้าที่นี่ไม่แตกต่างกับท้องฟ้าที่นั่นค่ะ...เพราะเราอยู่ใต้พื้นฟ้าเดียวกัน...แต่ต่างกันบ้างตรงที่ภูมิอากาศ และสายลมค่ะ...แต่สำหรับท้องฟ้าแล้วก็ยังเป็นฟ้าผืนเดียวกันค่ะ...มีความสุขในการทำงานทุก ๆ วันเช่นกันค่ะ

ขอประทานโทษค่ะ...อิิๆๆๆ ดิฉันตอบความเห็นข้ามคุณ "บังบอล" คนใต้บ้านเราไปได้ไง...อิๆๆๆ ท่าจะแก่จริง ๆ Vij สายตาไม่สู้จะดีนัก...เห็นด้วยทุกประการที่กล่าวมาค่ะ...อนุมัติ...อิๆๆๆ..."ภูมิคุ้มกันที่ดีกี่สุด คือ ความรักและความเข้าใจที่ดีต่อกันระหว่าง พ่อแม่ และ ลูก" เราเรียกว่า "สมาชิกครอบครัว...อาจรวมหมายถึงปู่ ย่า ตา ยาย....."...เอ!! คุณมีแล้วหรือยัง คล้าย ๆ กับเป็นคำถาม...Vij ยังไม่มีค่ะ อิๆๆๆ (แซว ๆ ค่ะ)

อ้าวลุง...หนูเพิ่งกลับมาจากบ้านลุงตะกี้นี้เอง...คิดถึงเจ้าค่ะ...

พี่ตามลุงมหามาเยี่ยมน้องครูยะลาคนสวยเหมือนกันจ้า..รักนะฝันดีด้วยจ้า...

รูปคนหลั่งน้ำตาเป็นหญิงหรือชายครับ ผมเคยอบรมเรื่องการค้ามนุษย์ เด็กถูกทำร้ายมาก สตรีถูกหลอกค้าประเวณีข้ามชาติ

โดยการสมรสในเมืองไทย แล้วนำออกต่างประเทศ ส่วนการค้าแรงงานก็มีมากมายในสังคมไทย กรณีครอบครัวเขาทำบ่อยๆ

บางที่ก็เหมือนปกติ

ฝันดีค่ะคุณพี่อ้อยเล็กคนสวย...สวยกันไปสวยกันมา...เพราะมองไม่เห็นมีใครที่จะสวยเท่าเราสอง...ก้ากกกกกกก (อะไรจะขนาดนั้น)

สวัสดีค่ะ...คุณครู "พรชัย" ไม่แน่ใจเหมือนกันค่ะว่าเป็นภาพผู้หญิงหรือผู้ชาย...ได้มาเท่าที่เห็นค่ะ...(ครึ่งเดียว)...ครอบครัวที่ใช้ความรุนแรงกันบ่อย ๆ จะมองว่าเป็นเรื่องปกติ...เพราะเขาเกิดความเคยชินกับความรุนแรงเหล่านั้นค่ะ...เช่นเดียวกับเด็กติดเกม เมื่อเล่นเกมที่สื่อภาพความรุนแรง ยิง ฟัน แทง...เด็กจะซับซับภาพเหล่านั้นเข้าไป นาน ๆ เข้า จะรู้สึกชินชากับภาพ ๆ นั้น และถือว่าความรุนแรงเหล่านั้นเป็นเรื่องปกติค่ะ...ปัญหาสังคมเดี๋ยวนี้ มีสารพัดรูปแบบ...สตรี เด็ก และคนชรา มักตกเป็นเหยื่อของความรุนแรงเหล่านั้นค่ะ...เพราะไม่มีทางสู้...อายสังคม...ปัญหาจึงถูกกดทับไว้ภายใต้ฉากหรูของสังคม

---------

ขอบพระคุณมากค่ะ

ครอบครัวที่ใช้ความรุนแรง พฤติกรรมของเด็กก็จมักะก้าวร้าวไปด้วยค่ะ

เด็กก็คือเด็ก ทำเพราะความอยากได้

ผู้ใหญ่บางคน ไม่ได้ด้วยเล่ห์ก็เอาด้วยกล ไม่เห็นใครทำอะไรได้เลย..เหอๆๆๆ

ครอบครัวที่ใช้ความรุนแรงกับบุตร...ส่งผลให้เด็กพฤติกรรมที่หลากหลายในแต่ละบุคคล...บางคนกลายเป็นเด็กซึมเศร้า เก็บกด และบางคนก็เอาภาพความเก็บกดเหล่านั้น...มาปลดปล่อยถ่ายทอดเป็นความก้าวร้าวรุนแรงต่อ ๆ ไป...เมื่อเขามีโอกาส...สังคมใหญ่ ตัวจักรที่ขับเคลื่อนมีไม่กี่ตัว...บางตัวก็ชำรุด บางตัวก็ไม่เต็มใจที่จะขับเคลื่อน...ทุกสิ่งทุกอย่างอยู่ที่จิตสำนึกของคนในสังคมที่ต้องร่วมมือกันค่ะ...อาจจะช้าสำหรับช่วงแรกของการเปลี่ยนแปลง...แต่หากคนในสังคมช่วยกันดูแลสังคมนี้ก็น่าจะทุเลาลงได้บ้าง...

--------

ขอบพระคุณมากค่ะ

น่าสงสารเด็กที่ถูกทำร้ายโดยขาดเหตุผลของผู้ใหญ่นะคะ ส่วนมากพ่อแม่ที่แท้จริงจะไม่กล้าตีลูกหลานรุนแรงหรอกคะ เพราะตีลูกความรู้สึกก็เหมือนตีตนเอง  ฉะนั้นตนไม่อยากให้ลูกเจ็บคงต้องใช้เหตุผลและความรักเข้าว่ากัน แต่ก็มีระเบียบวินัยให้เขาได้รับรู้บ้าง ว่าแม่ชอบอย่างไร อย่าทำอีกนะ

ส่วนเด็กที่ถูกทำร้าย อาจจะเป็นลูกเลี้ยง ที่พ่อแม่ไม่มีใจให้เขาแล้ว นี่น่าสงสารคะ

เมื่อมีลูกแล้วก็จะรู้เองแหละคะ ทุกวันนี้สุภาษิตที่ว่ารักวัวให้ผูกรักลูกให้ตี  คงจะใช้ไม่ได้แล้วคะ  วัวถ้าผูกไว้ที่เดิมตลอดวัน หญ้าแถวนั้นก็หมด  วัวก็อดอยาก ต้องปล่อยออกไปให้มันรู้จักหากินเอง ที่มีหญ้าเยอะๆ

ส่วนลูกรักแล้วให้ตีนั้น  ยอมรับเลยไม่เคยตีลูก ฉะนั้นการอบรมลูกจึงเอาใจใส่มากกว่าสิ่งไหนดีหามาให้ ให้เขามีเพียงพอ ไม่น้อยหน้าใคร ไม่ให้เขามีปมด้อย เขาก็อยู่ในสังคมเขาได้ อย่างภาคภูมิ คงไม่ต้องใช้ระบบตี  ถ้าตีเมื่อไหร่ อาจน้อยใจผูกคอตาย ว่าแม่ไม่รักตนก็ได้ จึงระมัดระวังเรื่องกระทบกระเทือนจิตใจ

พี่สุไปหละไม่รู้เม้นท์ถุกประเด็นหรือเปล่า เห็นน้องวิจิตรามาเยี่ยมหลายวันแล้ว  มัวแต่เขียนหมอลำ เขียนเสร็จแล้วจึงได้มาเยี่ยมคะ  ดึกอีกแล้วลานอนก่อนนะคะ ราตรีสวัสดิ์คะ

สวัสดีค่ะพี่สุ...ตรงประเด็นทรงประการค่ะ...คณะหมอลำตลกมากค่ะ...เด็ก ๆ มีความคิดสร้างสรรค์และทำกิจกรรมที่ถูกต้องเหมาะสมค่ะ...การเลี้ยงดูบุตรแตกต่างกันในแต่ละครอบครัว...การเลี้ยงดูบุตรแบบปละละเลย การเลี้ยงดูแบบควบคุม การเลี้ยงดูแบบตามใจเด็กมากจนเกินไป ย่อมส่งผลต่อให้เด็กแสดงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม ดังนั้น เราจึงควรเลี้ยงดูบุตรแบบเอาใจใส่อย่างแท้จริงค่ะ...การเลี้ยงดูบุตรแบบเดินทางสายกลางก็น่าจะดีนะคะ...ให้ไม่มากเกินไม่น้อยเกิน...คอยเติมเต็มให้เด็ก อย่าให้พร่อง และอย่าให้ล้น...เด็กก็จะเจริญเติบโตอย่างสมบูตรทั้งกายและจิตว่าไหมค่ะ...ขอบพระคุณพี่สุมากค่ะ...

ลุง มหา แวะมาเยี่ยมครูสาวคนสวยยะลา ( สำนวนครูอ้อย )

จากรูปข้างต้น

สอนให้ดี...ตี ให้เจ็บ...
แต่ตีแล้ว ต้องไม่ลืมที่จะทายาให้คนที่เรารักด้วยมือของเราเอง ..

ขอบคุณครับ

คนไรกินยำตะไคร้ยามดึกเดี๋ยวมหาแกก็อ้วนหรอกงิๆ มาหาด้วยความคิดถึงเดิมๆจ้าครูยะลาคนสวย...

สวัสดีค่ะ

  • ขอบพระคุณค่ะที่แวะไปเยี่ยมเยียนครูอิงที่ "ลานพุทธบุตร"
  • มีความสุขเสมอ ๆนะคะ

ขอบพระคุณที่คุณลุงแวะมาด้วยความคิดถึงหลาน อิๆๆๆ...ครูยะลาก็คิดถึงลุงมหามั๊กมากเช่นกันค่ะ...ที่นี่ฝนตกตลอดคืนเลยค่ะ...ราตรีนี้นอนหลับฝันดีนะคะ...

ขอบพระคุณมากค่ะ...คุณ "แผ่นดิน"..."แต่ตีแล้ว ต้องไม่ลืมที่จะทายาให้คนที่เรารักด้วยมือของเราเอง..." ทาวะศิลป์ยังเฉียบคมเช่นเดิม...การสมานบาดแผล...ไหนเลยจะสู้การสัมผัสด้วยไอรักจากมือของคนที่รักเรา...สู่คนที่เรารักได้เล่า...ตีแล้วก็ต้องทายาอย่างนิ่มมือด้วยมือของเราเองนั่นแหละถูกต้องยิ่งนัก...รักษาสุขภาพกายใจค่ะ

คิดถึงเดิม ๆ แต่สิ่งที่เพิ่มเติมคือ วาจาอันหวานเจี๊ยบของคุณพี่ "อ้อยเล็ก" คนสวย...อากาศที่หนาวแล้วยิ่งหนาวทวียิ่ง...ยามนี้หลับใหลใต้ผ้าห่มอุ่นนะเจ้าค่ะ...อย่าลืมนอนฝันหวานถึงน้ำตาลเืดือนหกนะคะ...

เป็นดอกไม้ป่าที่ชอบมากค่ะ...จำได้ว่าที่บ้านสงขลาสมัยก่อนมีเยอะมาก...แต่ Vij จำชื่อไม่ได้ค่ะ...แม่เคยนำไปปลูกไว้ที่ต้นมะขามหลังบ้านที่ยะลาค่ะ...แต่พอย้ายกลับมาก็ไม่ได้นำมาด้วย...ดอกเขาสวยมาก ...ไม่แน่ใจว่าเป็นกล้วยไม้ป่าหรือไม่...บางช่อเห็นบานเป็นสีขาว..."หลับเสียบ้างบางเวลาอย่ารู้ตัว" อื้อ!! คุณครูพี่อิงมีข้อคิดเตือนสติยามใกล้สว่างแห่งวัน...ที่นี่ฝนตกทั้งคืนค่ะ อากาศมืดฟ้ามัวดินมาตั้งแต่ตอนห้าโมงเย็น...ช่วงค่ำ ๆ ฝนจึงโปรยลงมาอย่างไม่ขาดสาย...ผลกระทบจากพายุกระมัง

ขอบพระคุณมากค่ะ

สวัสดีค่ะ

  • ใช่ค่ะ ที่บ้านสงขลา มีเยอะค่ะ มีสีขาวด้วยค่ะ
  • เป็นไม้ป่าค่ะ  ภาพนี้เป็นภาพถ่ายที่ด่านสิงขรค่ะ เพื่อนบ้านพม่า นำมาขาย ราคาแพงพอสมควร
  • แวะเอาเม้นท์นี้มาฝากด้วยค่ะ

สวัสดีค่ะคุณ Vij

  • บรรยากาศที่คุณ Vij กล่าวมานั้นเหมือนบรรยากาศบ้านครูอิงที่สงขลาแหละค่ะ
  • ส่วนสะตอที่เห็นในภาพนั้น เพิ่งสอยลงมาจากต้นค่ะ
  • ชาวบ้านแถวข้าง ๆ วัดนั่นแหละค่ะ เค้าเอาเข้ามาขายในวัด  ฝักละ 2 บาทค่ะ
  • ครูอิงซื้อไป 100 ฝัก  นำไปฝากเพื่อน ๆ ในหมู่บ้าน
  • ในส่วนของครูอิงก็ทำ ผัดสะตอสไตล์อิงจันทร์ ค่ะ ที่นี่ค่ะ http://gotoknow.org/blog/ruschadawon-namtal/267752

                

ผัดสะตอน่ากินค่ะ...ของโปรด Vij กุ้งผัดสะตอที่สุดของแจ้เลยค่ะ...แวะเข้าไปดูเคล็ดลับมาแล้วค่ะ...มีเวลาจะนำมาผัดๆๆ ค่ะ...สะตอบ้านเราราคาแสนถูกนะคะ...มาซื้อที่นี่แพ้งแพงค่ะ...อาศัยซื้อกินเอาตามร้านคนใต้ค่ะ...คนนครศรีฯ ฝีมือจัดจ้านค่ะ...เผ็ดหูฉี่เลย แต่ก็ชอบรสจัด...ขอบพระคุณมากค่ะสำหรับผัดสะตอน่าทานของคุณพี่ครูอิง...

มาก่อกวนอาจารย์ เจอพี่อิงเอาอาหารมาหิวเลย ของโปรดด้วยผัดกุ้งสะตอ แงๆๆๆๆๆๆ

ตามมาส่งถึงถิ่น..เรื่องการตีลูกเนี่ย เขาว่า อยู่ที่อารมณ์แม่มากกว่าความผิดของลูก เช่น หากวันหนึ่งลูกทำจานแตก เพราะมัวแต่เล่นจนไม่ระวัง แม่กำลังหงุดหงิด จับไม้ได้ ฟาดไม่ยั้ง...อีกครั้ง ลูกทำจานแตก เพราะมัวแต่เล่นจนไม่ระวัง แต่วันนี้แม่ถูก 3 ตัวบน(สมมุติ) แม่มีความสุข อาจจะพูดดุนิดหน่อย ...ทีหลังระวังหน่อยนะลูก...ไม่เป็นไรวันนี้แม่อารมณ์ดี..ช่วยกันเก็บเร้ว..

สวัสดีค่ะ...คุณ "ขจิต" ดีใจจัง...ชอบเหมียนกันเยย!!...ตอนกินสะตอนะก็นั่งกินด้วยกันได้...แต่กินเสร็จแล้วก็ต้องรีบหันหลังให้กันทันทีนะคะ...เพราะกลิ่นมันแรงเกินห้ามใจค่ะ...อิๆๆๆๆ...ปวดฟันหายไวๆ นะคะ รักษาสุขภาพด้วยค่ะ

ุคุณป้าเหมียว...ตามมาส่งจนถึงบ้าน...เลยนั่งคุยกันเรื่องแม่ ๆ ลูก ๆ ต่ออีกนิดก่อนกลับบ้าน...เห็นด้วยค่ะ การควบคุมอารมณ์ของผู้ปกครองสำคัญค่ะ...นี่กระมังที่เขาเรียกว่า "เลี้ยงลูกต้องอดทน"...เหมือน ๆ กับเป็นแฟน "ศรราม" เลยนะคะ่ป้าเหมียว อิๆๆๆๆ

สวัสดีค่ะ...ไม่มีเวลาเขียนบันทึกแต่มีเวลาแวะเวียนมาอ่านเรื่องราวดีๆ และอยากกินกุ้งผัดสะตอจังเลย....รักษาสุขภาพด้วยนะคะ....

  • ปัญหาคงมิได้อยู่ที่การเฆี่ยนตี แต่น่าจะอยู่ที่การดูแลเอาใจใส่ การใช้อารมณ์ และการไม่ใช้เหตุผล...ขอบคุณสาระดีๆครับ
  • ขอบคุณที่ไปเยี่ยมชมบล็อกและร่วมแสดงความคิดเห็นครับ

ฮาๆๆๆๆ สรุปว่า ผัดสะตอพี่ครูอิง ทำให้หลายคนน้ำลายไหล...ขอบคุณมากค่ะ "คุณกรุณา" ที่กรุณามาเยี่ยม Vij คิดถึงนะคะ เป็นกำลังใจให้ชุดสีส้มตลอดค่ะ...ชอบใส่เื้สื้อสีส้มเหมือนกันค่ะ...ดูแล้วสะดุดตาดี...ขับผิวค่ะขับผิว...

สวัสดีค่ะ คุณ "ธนิต"...ใช่ค่ะ...อยู่ที่วิธีการอบรมเลี้ยงดูค่ะ...การเฆี่ยนตีบุตร...ก็เป็นลักษณะการอบรมเลี้ยงดูบุตรแบบควบคุมค่ะ...ผู้ปกครองทำโทษบุตร โดยใช้อารมณ์ตนเองเป็นใหญ่ ไร้ซึ่งเหตุผล...ควบคุมกิจกรรมของบุตรทุกอย่าง...ขอบพระคุณมากค่ะ

  • แหม..ผูกวัวชิดต้นไม้ขนาดนี้...เดินไปกินหญ้าไม่ได้แน่ ๆ
  • รักวัวรึว่าแกล้งวัวนี่...อิอิ

อิๆๆๆ...วัวมันดื้อ...เจ้าของเลยนำมาผูกไว้ใกล้ ๆ เพื่อให้เห็นว่าถ้าดื้ออีก จะโดนแม่ตีแบบเด็กน้อยคนนั้นนะ...แบบว่า!! เขาสอนวัวให้เห็นสภาพจริงจากตัวแบบนะคะ...คราวหน้าคราวหลังวัวก็กลัวไม่กล้าดื้ออีกแล้ว...ประเดี๋ยวเขาก็ปล่อยให้ไปกินหญ้า่ค่ะ...อิๆๆๆ งงงง!! ตกลงสอนลูกหรือสอนวัว...

ขอบพระคุณมากค่ะ...คู่รักสะท้านโลกา

ตอนเด็กผมโดนตีเป็นประจำครับ...รักวัวให้ผูก รักลูกอย่าตีซิครับ...ผมกลัว....

ขอบพระคุณมากค่ะ อ.กู้เกียรติ...โดนตีจนหลาบจำมาถึงตอนโตเลย...สงสัยท่าจะโดนตีแรงมาก...หากกลัวก็เอาประสบการณ์ไว้สอนลูกนะคะ...อย่าตีลูกค่ะ เจ็บ เดี๋ยวลูกกลัวววว...

เรื่องตีแรงๆ กับไม่ตีเลยนี่เป็นการสุดกู่ทั้งสองทางนะครับ

ทางสายกลางๆ น่าจะเป็นอย่างไร

เด็กบางคนพูดฟัง บางคนก็ไม่ฟัง แต่กระทรวงศึกษาห้ามตี

ตีแบบไหนจึงจะสร้างสรรค์กันแน่

เคยทราบมาว่าครูอาจารย์สมัยก่อนตีแรงมากมาย ตีจนแตก

แต่พอลูกศิษย์โตได้ดิบได้ดี ก็มากราบเท้า ได้ดีเพราะไม้เรียว ไม่เห็นจะโกรธเคืองอะไร

จุดพอดีอยู่ตรงไหน

สวัสดีค่ะคุณหมอ

คุณหมอเข้ามาตั้งคำถาม แล้วจากไป...ทำให้ Vij คิดหนักเจ้าค่ะ...จุดพอดีอยู่ตรงไหนหนา...เมื่อไรที่ทุกอย่างเข้าสู่สภาวะสมดุลเราคงหาจุดพอดีได้ ฮา. การเลี้ยงลูกขึ้นอยู่กับปัจจัยประการ...ยุคสมัยเปลี่ยน วิธีการเลี้ยงดูลูกจึงต้องเปลี่ยนตามให้ทันกับสภาวะสังคมที่เปลี่ยนแปลง "จุดพอดี...คงอยู่ที่เราสามารถนำหลักการต่าง ๆ มาปรับประยุกต์กับยุคสมัยและพฤติกรรมของลูก"...

ขอบพระคุณคุณหมอมากค่ะ...หนูคงต้องคิดต่อกับคำถามของคุณหมอ...

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี
ClassStart Books
โครงการหนังสือจากคลาสสตาร์ท