เพราะอยากรู้ร่องรอยของการเดินทางระหว่างบ้านนอกเมืองไปยังมหานคร จะมีลักษณะเช่นไร  ฉันจึงยอมทุ่มเวลาสุดตัวค่ะ

          เดือนกันยายนจึงเป็นเดือนที่ฉันเดินทางไปมหานครสองครั้ง โดยเลือกวิธีการเดินทางต่างๆกันไป

Laongtrip17901 

         จากภารกิจตามรอยลูกรักไปปฏิบัติภารกิจกล่อง(1) เมื่อต้นเดือนกันยายน 2552 เล่นเอาสังขารฉันแย่ไปหลายวัน แต่โชคดีที่ตัดสินใจเลือกการเดินทางกลับโดยสายการบินราคาประหยัด โดยเลือกต่างสายการบินที่เคยใช้บริการ เพื่อที่จะทราบว่าหากสาวน้อยใช้บริการด้วยบ้าง จะเป็นอย่างไร

          การเดินทางขาไปยากลำบากเล็กน้อย แต่ทำใจได้เพราะเราเกิดมาในยุคที่นวัตกรรมแห่งมนุษย์โลกยังขับเคลื่อนตัวได้ช้า ขาก็เลยสั้น เพราะไม่มีอาหารเสริมพลังสูงเหมือนเด็กไทยยุคใหม่ การนั่งรถโดยสารปรับอากาศเที่ยวกลางคืนที่ไม่อาจจะขยับตัวได้นานตั้งแปดชั่วโมงจึงเป็นเหตุให้เวลาในช่วงเช้าของอีกวันหมดไปโดยไม่ก่อเกิดประโยชน์อันใด เว้นแต่การนอน! แต่ภารกิจนี้เพื่อให้รู้ว่าสี่ปีต่อนี้ไป สาวน้อยของฉันจะมีประสบการณ์ระหว่างการเดินทางจากบ้านไปเรียนหนังสือ เป็นอย่างไร

          แล้วก็ได้ผล-ได้เรื่องค่ะ...ในระหว่างการเดินทางนั้นเอง รถโดยสารทุกคันจะต้องผ่านด่านตรวจ ดูเหมือนจะอยู่ในช่วงระหว่างจังหวัดลำปาง-ตาก ประมาณสบปราบเห็นจะใช่ค่ะ ขณะที่แม่สาวน้อยของฉันขดตัวหลับอยู่ ก็มี ทหารหรือตำรวจในเครื่องแบบ มีปืนสะพายหลังด้วย ขึ้นมาบนรถโดยสาร เขาจะสุ่มเลือกชี้นิ้วไปที่ผู้โดยสารตามที่เขาคิดว่าคงไม่น่าไว้วางใจ เพื่อให้แสดงตัวตนว่าเป็น “คนไทยแต๊ๆ” ซึ่งแม่หนูของฉัน เจอค่ะ แหม...นึกไม่ออก จำไม่ได้ว่ามีแบบนี้มาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว เพราะไม่ได้นั่งรถโดยสารปรับอากาศมานานแสนนาน ฉันก็กลับมานั่งนึกดู หรือลูกฉันซึ่งยังมีผมแดงเล็กๆ จะเหมือน “คนไทยไม่แต๊” หรือว่าฉันจะเหมือนบุคคลผู้ไม่น่าไว้วางใจประเภทหลอกเด็กสาวเข้าเมืองหลวง คิดไปคิดมาแทบไม่อยากใช้บริการการเดินทางโดยรถโดยสารในยามค่ำคืนอีกต่อไป เพราะนั่งนานก็เมื่อย ถึงที่หมายก็เป็นอันว่าไม่ต้องทำมาหากินกัน เพราะมีสภาพสลบไสลดูไม่จืด สาวน้อยของฉันก็เป็นค่ะ เลยได้ข้อสรุปคิดเองคนเดียวว่า ถ้าเป็นไปได้ก็ขอให้ใช้บริการรถไฟดีกว่า อย่างน้อยก็ลุกเดินเหยียดแข้งขา เข้าห้องน้ำไปยืนส่องกระจก หรือนอนสบายในตู้รถไฟนอน

          แค่เสียดายอย่างเดียว รถไฟที่น่านั่งสนุก ยกเลิกรถตู้บริการสำหรับผู้หญิงที่เดินทางคนเดียวไปแล้ว

          เอ๊ะ! หรือว่าจะให้ใช้บริการเครื่องบินโดยสารราคาประหยัดๆ 50 นาที แม่ลูกก็ได้กอดกันกลมแล้ว

          แต่...ไม่ได้หรอกค่ะ ครอบครัวฉันยังกระเป๋าแบน เบา และบางอยู่ค่ะ

          ภารกิจครั้งนั้นผ่านไปด้วยดี ด้วยการทำสัญญาที่พักอาศัยฉบับใหม่ให้สาวน้อยพักที่พักเดิม ภารกิจสำคัญของฉันคือ ช่วยเริ่มต้นจัดข้าวของเข้าที่ และสำรวจสภาพแวดล้อมโดยรอบ ทางหนีทีไล่ (บันไดหนีภัย!) การเดินทางโดยสารทั้งรถเมล์ รถแท็กซี่ ตรอกซอกซอย ฉันบริหารจัดการเวลาเพื่อการสำรวจระหว่างที่พักอยู่กับสาวน้อย คิดว่าเลือกได้ถูกใจแล้วว่าดีที่สุด สบายที่สุด ปลอดภัย?...รอการพิสูจน์ในอีกสามสัปดาห์ข้างหน้าค่ะ

          งานนี้ลงทุนวางแผนยกตระกูลไปร่วมพิสูจน์เลยนะคะ (ตั้งแต่คุณยาย คุณป้าคุณลุง คุณพ่อและฉัน) ติดคุณย่าท่านเดียวที่มีนัดพบแพทย์ตามเวลานัดก็เลยอดไปร่วมกิจกรรมด้วย

          และแล้วภารกิจต่อเนื่องก็ดำเนินไป...ในสัปดาห์ที่สามของเดือนเดียวกันนี้ เป็นช่วงที่ฉันมีภารกิจอื่นในมหานครด้วย การวางแผนเดินทางเริ่มต้นขึ้น ด้วยการขับรถยนต์ไป พี่ผมคนโสตฯครับ  คงเตรียมจะเล่าเรื่องการเดินทางครั้งนี้ในภาคของการใช้รถใช้แก้ส และคงจะมีการเทียบเคียง(ใช้ศัพท์ทันสมัย) กับการเดินทางครั้งก่อนหน้า ติดตามอ่านกันนะคะ ส่วนฉันก็มีเรื่องเล่าการเดินทางที่เริ่มต้นก็...หลงทางแล้วด้วยค่ะ

           เล่าถึงไหนแล้วคะ อ้อ...เรื่องการไปใช้บริการห้องพักที่อพาตเม้นต์เดียวกันกับสาวน้อย ซึ่งเขามีบริการกึ่งๆ โรงแรม กึ่งๆ ห้องพักให้เช่ารายเดือนค่ะ ทำให้ทราบว่าสภาพความเป็นอยู่ที่นี่เป็นอย่างไร  ตั้งแต่การคัดกรองผู้จะทำสัญญาเช่า ระเบียบการอยู่อาศัยที่เข้มข้น (ห้ามเสียงดังรบกวนห้องข้างเคียง ห้ามทำให้เกิดรอยขูดข่วนใดๆ มิเช่นนั้นจะปรับเป็นเงินทอง) แต่สิ่งอำนวยความสะดวกทุกหลายทั้งปวงที่นี่ฉันให้คะแนนเต็มค่ะ  และส่วนใหญ่ผู้ที่เช่าอยู่อาศัยรายเดือนจะเป็นเหล่าบรรดานิสิตนักศึกษาที่มาจากต่างจังหวัดที่ผู้ปกครองพอมีแรงส่งเสียค่าใช้จ่ายที่พักได้ และฉันเดาว่าเป็นผู้ปกครองประเภทฉันก็คงเยอะค่ะ คืออยากให้ลูกอยู่สะดวกสบาย เรียนหนังสือเต็มที่ แต่เพื่อนฉันแนะนำว่า จ่ายค่าเช่าขนาดนี้ ฉันควรจะหาเช่าซื้อห้องชุดตามคอนโดต่างๆ ให้สาวน้อยอยู่ และเมื่อครบสี่ปี ห้องที่เช่าซื้อก็สามารถขายต่อผู้ปกครองที่ประสบปัญหาลูกตกหอ(เหมือนกัน)ได้...เฮ้ แล้วจะเอาสตางค์ที่ไหนมาผ่อนชำระล่ะ...ยิ่งยากจนอยู่

          ฉันผ่านภารกิจเรียนรู้อยู่กล่องกับสาวน้อยแล้ว พร้อมกันนั้นก็หมดห่วงเรื่องการมีชีวิตเดี่ยวๆ ของสาวน้อยไปด้วยเพราะเท่าที่สังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงในทางที่ดี มีความเชื่อมั่น ช่วยเหลือ ตัดสินใจได้ด้วยตัวเองของสาวน้อย ซึ่งสร้างความอึ้งทึ่งให้คุณยายและคุณป้าได้ไม่น้อยเลยค่ะ ขนาดวันแรกที่ป้าไปถึง หลานสาวก็พาป้าลุยน้ำฝนตก ที่ระบายไม่ทันไปท่องอยู่แพลตตินั่มย่านเพชรบุรี (ฝนตกหนักมาก ลุยน้ำท่วมถึงครึ่งน่อง) แต่สนุกดีค่ะ ได้คิดถึงความหลัง มหานครแห่งนี้มีฝนตกเมื่อไรระบายไม่ทันมานานตั้งสามสิบปีแล้ว ฉันเองยังเคยต้องลุยน้ำท่วมถึงเกินครึ่งน่องจากปากซอยสุขุมวิท 22 เข้าบ้านเลยค่ะ เปียกมะล่อกเป็นลูกหมาตกน้ำ...

          ขณะเดียวกันยิงปืนนัดเดียวได้ประสบการณ์หลายด้าน ตั้งแต่การขับรถตะรอนในมหานคร เพื่อทำภารกิจอีกเรื่อง ทำให้รู้ทิศทางของถนนและซอกซอย สะพาน ประเภทไม่ไปไม่รู้ แถมไม่(ไม่ตั้งใจ)หลงก็ไม่รู้ค่ะ แล้วก็ตอกย้ำความรู้สึกให้ตัวเองอีกครั้งว่า “มหานครที่แท้แล้ว...เล็กนิดเดียวเอง” (ก็แค่อยู่กันแออัดไงคะ)

Family01  

            อ่านบันทึกเล่าเรื่อง “ทริปนี้ดีแต่หลง” ใน บล็อกสบาย สบาย คลายเครียด ค่ะ