เด็กต้องการความรัก ความเข้าใจ และโอกาสจากผู้ใหญ่

ปัญหาผู้เรียนเป็นสำคัญ...

ช่วงวันที่ 22-25 กันยายน 2552 เป็นเวลาที่นักเรียนเข้ารับการประเมินผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนระดับโรงเรียน เป็นการทดสอบกลางปี

ก่อนจะเข้าสู่กระบวนการทดสอบกลางปี แน่นอนฝ่ายบริหารงานวิชาการต้องให้คุณครูแต่ละรายวิชาได้สำรวจตรวจสอบนักเรียนที่คาดว่าจะมีปัญหาทางการเรียน อันดับแรก คือ การเวลาเรียน ว่านักเรียนมีสิทธิเข้าสอบหรือไม่

ซึ่งก็จะเชิญนักเรียนที่มีปัญหาเรื่องของเวลาเรียนรวมทั้งผู้ปกครองมีคุยพูดหาแนวทางการช่วยเหลือ ดูแลนักเรียนต่อไป

เมื่อวาน (22 กันยายน) มีคุณครูจากโรงเรียนประถมฯ ใกล้ๆ กันมาหาผมที่ห้องวิชาการนำนักเรียนมาด้วย 1 คน เป็นนักเรียนที่มีปัญหาเรื่องของเวลาเรียนไม่มีโอกาสเข้าสอบกลางปี

ต้องชื่นชมคุณครูท่านนี้มากในความเป็นครู และมีจิตอาสา เพราะนักเรียนที่นำมาเป็นลูกของเพื่อน ไม่ได้เกี่ยวเป็นผู้ปกครองกันแต่อย่างใด

พูดคุยกันเล่าให้ฟังถึงปัญหาของนักเรียน

พบว่า

พ่อแม่แยกทางกัน นักเรียนอยู่กับแม่ ไม่ค่อยมาโรงเรียน ไม่สนใจเรียน ตอนกลางคืนก็ไปอยู่กับอาสาสมัครกู้ภัย กลับเข้าบ้านก็ดึก

เมื่อไม่มาโรงเรียน งานก็ไม่มีส่ง เรียนก็ไม่รู้เรื่อง สอบก็คงทำไม่ได้(อันนี้ผมคาดเดาไปเอง)

ผมก็เลยแนะนำให้คุณครูที่นำนักเรียนมาคุยกับอาจารย์ผู้สอนของนักเรียน เพื่อเป็นการตรวจสอบข้อมูล

สักพักกลับมาหาผม บอกว่านักเรียนไม่ปัญหาจริงๆ เพราะคุยกับครูประจำวิชาแล้ว 2-3 คน เด็กไม่มาโรงเรียน ไม่ส่งงาน คะแนนไม่มี สอบก็คงติด 0 แน่นอน

ว่าแล้วคุณครูท่านนี้ก็กลับไป..

ตกบ่ายท่านก็มาหาผมอีก รอบนี้ไม่มีเด็กนักเรียนคนนั้นมา ขอคุยกับผมอีก ปรึกษากันว่าจะทำอย่างไรดี แม่เด็กก็ไม่มาคุยกับโรงเรียน ท่านก็ต้องมาเอง จะให้เด็กเข้าสอบในรายวิชาที่มีสิทธิเข้าสอบก่อนดีไหม ถ้าติด 0 แล้วค่อยให้เด็กแก้ไขไป ถามผมว่าเด็กเรียนกี่วิชา ผมบอก 14 วิชา

คุณครูท่านนี้นิ่งไปสักพักหนึ่ง (ท่านคงประเมินตัวเด็กอยู่ในใจ)

สักครู่ท่านบอกว่า สงสัยจะไม่รอด เพราะถ้าติด 0 เยอะมีปัญหาเกรดไม่ถึงเกณฑ์ก็ต้องเรียนซ้ำชั้นอีก

หรือจะให้เด็กออกไปก่อนแล้วค่อยมาเรียนใหม่ปีหน้า

หรือจะเอาไปเรียนกศน.ดี ผมก็ไม่ตอบท่าน

เห็นคุณครูท่านนิ่งไป....

ผมเลยบอกไปว่า น่าลองคุยกับตัวเด็กดูก่อนดีไหมว่าเค้า ”ไหวหรือเปล่า” เพราะเรายังไม่ถามเด็กเลยว่า เด็กสู้ไหม

คุณครูท่านก็เลย ว่า “ดีครับ” ขอผมกลับไปคุยกับเด็กดูก่อน

แล้วท่านก็ลาผมกลับไป…

เวลาผมคุยกับเด็กที่มีปัญหาทางการเรียน ผมจะสอบจิต เด็กก่อนว่า เด็กไหวไหม สู้ไหม มีปัญหาอะไรที่ครูจะเข้าไปดูแลช่วยเหลือได้

ถ้าเด็กสู้

ครูพร้อมช่วย และให้กำลังใจ

และที่สำคัญผู้ปกครองก็ต้องเป็นกำลังใจให้เด็ก และสู้ไปกับเด็กด้วย

เราพบว่าปัญหาของเด็กต้องอาศัยความรัก ความเข้าใจจากผู้ปกครอง จากครูเป็นหลัก

ปัญหานักเรียนบางครั้งที่เราลงไปไม่ถึง คือ ปัญหาจากทางข้างในบ้านของเด็ก เด็กขาดความรัก ความเข้าใจจากที่บ้านมา หากซ้ำร้ายมาเจอะเจอความไม่เข้าใจทางโรงเรียนเข้าไปอีก เด็กก็ต้องออกจากบ้าน ออกจากโรงเรียนไปอยู่กับเพื่อนข้างนอก ในที่ที่เขามีความสุข ความสบายใจ แต่อาจเป็นสถานที่ บุคคลที่เรามองว่าไม่เหมาะสม

เพราะฉะนั้นเราต้องเข้าใจเขาก่อน ว่าเขาต้องการอะไร และที่สำคัญต้องให้ความรักให้โอกาส...

ขอบคุณรูปภาพสวยๆ ซึ้งๆ จากบล็อก ท่านรอง small man