อย่ามัวเที่ยวค้นหาสหายเอ๋ย

 

ยามเช้าวันนี้ปลุกเด็ก ๆ ให้ตื่นนอนด้วยเสียงเพลงเย็น ๆ อย่าง...ลำน้ำพอง...ร้องโดยคุณหยาด  นภาลัย  ...เสียงดนตรีทำให้บรรยากาศยามเช้าดูสดชื่นดีจัง...เอ๊ะมองอย่างนี้ถือว่าเป็นการมองในมุมดี  ในมุมบวกรึเปล่านี้ 

 จากการสังเกตดูเด็ก ๆ มีอารมณ์และเต้นตามเมื่อเปิดเพลงเร็ว ๆ เร้าใจเมื่อเขาได้ตื่นตาตื่นใจเต็มที่แล้ว  เลยแวบนึกถึงคำกลอนสอนใจตนเองต่าง ๆ เท่าที่จดจำนำมาว่าได้ดังนี้...

โทษคนอื่นแลเห็นเช่นภูเขา

โทษของเราแลเห็นเท่าเส้นขน

ตดคนอื่นเหม็นเบื่อเราเหลือทน

ตดของตนถึงเหม็นไม่เป็นไร...

 

มองข้างนอกออกไปดังไฟฉาย

ไม่มองกายวาจาจิตคิดไม่เห็น

เรื่องของเราลืมนึกตรึกไม่เป็น

จึงวิ่งเต้นจับผิดเขาเหมาเรื่อยไป...

 

ท่านพุทธทาส  ภิกขุ กล่าวทำนองว่า...

 

เขามีส่วนเลวบ้างช่างหัวเขา

จงเลือกเอาส่วนดีเขามีอยู่

เป็นประโยชน์โลกบ้างยังน่าดู

ส่วนที่ชั่วอย่าไปรู้ของเขาเลย

 

จะหาคนมีดีโดยส่วนเดียว

อย่ามัวเที่ยวค้นหาสหายเอ๋ย

เหมือนเที่ยวหาหนวดเต่าตายเปล่าเลย

ฝึกให้เคยมองแต่ดีมีคุณจริง...

และอยากจะบอกว่าการมองแง่ดีที่ตนเองมองเห็นนั้นมีคุณแด่ตนเองทำให้จิตใจตนเองร่มเย็นสบาย ๆ ไม่ใช่ใครที่ไหนนั้นแล.