สืบเนื่องจากการปวดตามข้อนิ้วมือ นิ้วเท้า และหลัง ซึ่งคงเป็นเพราะอาการข้างเคียงจากการป่วยเป็นโรคชิคุนกุนย่า(ไวรัสสายพันธุ์ใหม่จากยุงลาย)                         เมื่อประมาณ 2 เดือนที่ผ่านมา ประกอบกับการแบกของหนัก(แบกกระสอบปูนด้วยหลัง เพื่อนำไปสร้างโรงเก็บยางแผ่น  ที่บ้านในสวน) และ ช่วงเวลา 2-3วันที่ผ่านมา  ได้เดินผ่าน “คลินิกการแพทย์แผนไทยและแพทย์ทางเลือก” ของหน่วยงานที่ตนเองทำงานอยู่

 

                           คิดในใจ…อยู่ว่า “เออ!แฮะ…ที่นี่ก็มีนี่นา…อยู่ใกล้ 

                            แค่เอื้อม ใยมิเห็นคุณค่า”

 

            “คลินิกการแพทย์แผนไทยและแพทย์ทางเลือก” แห่งนี้ เป็นสถานประกอบการนวด เพื่อสุขภาพที่ได้มาตรฐานจากกระทรวงสาธารณสุข และ เปิดให้บริการที่นี่ไม่นานนัก 

 

                              วันที่เข้ามาติดต่อ…เพื่อขอทราบข้อมูลเบื้องต้น  จึงได้ทำประวัติเก็บไว้ในเวชระเบียน และนัดกับเจ้าหน้าที่เพื่อความสะดวกในการมาใช้บริการ  “การซักประวัติเป็นเรื่องที่สำคัญ ไม่ต่างกับการมาโรงพยาบาลทั่วไป”

 

               วันนัดจริง..ผู้ตรวจอาการ จะเป็นผู้ที่จบแพทย์ทางเลือกมาโดยตรง ในที่นี้ผมเรียก หมอ….(ผมจำชื่อท่านไม่ได้แล้ว วันหลังเมื่อมาใช้บริการอีก จะมาupdateข้อมูลอีกครั้ง)

 

                หมอจะถามอาการเพิ่มเติม…สิ่งสำคัญที่หมอพูดถึง คือ “การดื่มน้ำบริสุทธิ์” หมอถามผมว่า ดื่มมากน้อยเพียงใด

ผมตอบกลับไปว่า  ถ้าเป็นน้ำบริสุทธิ์เนี่ย! ดื่มน้อย จริง ๆ ด้วย  และที่สำคัญ หมอถามอีกว่า ผมดื่มเบียร์ด้วยหรือเปล่า? ผมตอบกลับไปว่า….เป็นสิ่งที่เลี่ยงไม่ได้ เพราะดื่มอยู่บ่อย ๆ แต่ปริมาณไม่มากนัก   หมอบอกผมว่า ถ้าเป็นไปได้ควรเลี่ยงไปดื่มไวน์ หรือ บรั่นดี หรือเครื่องดื่มอย่างอื่นแทนที่ไม่ใช่เบียร์  เนื่องจากเบียร์ผลิตมากจากวัตถุดิบที่มียีสต์(yeast)เป็นองค์ประกอบส่วนหนึ่ง ( ผมค้นหาคำตอบค้างคาใจเพิ่มนอกจากยีสต์แล้ว มีอะไรอีกหนอ….ดื่มมานาน…ที่รู้คือ ข้าวมอลต์ (Malt) และยีสต์ (Yeast) แต่มีอีกตัวคือ น้ำดอกฮ็อพ (Hop) เอาเป็นว่า…. ให้รู้เพียงเท่านี้ ก่อน ขืนเขียนเพิ่ม  บันทึกนี้คงไม่ได้นวดเป็นแน่แท้) เจ้ายีสต์เนี่ย! ร้ายกาจนัก ทำให้ไปมีผลข้างเคียงต่อการปวดเมื่อยในร่างกายคนเรา ส่วนหนึ่ง(คงต้องค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมอีกมากมายว่าเป็นอย่างไร?)

 

                วกกลับมาที่น้ำบริสุทธิ์อีก ครั้งหนึ่ง ครับ เพราะผมเห็นว่าเป็นเรื่องสำคัญ ผมค้นข้อมูลมาไว้ในบันทึกฉบับนี้ พอเป็นที่เข้าใจ ครับว่า…น้ำบริสุทธิ์ที่กล่าวถึงคือ น้ำ R.O. ซึ่งถือว่าเป็นน้ำบริสุทธิ์ และสะอาดที่สุด  ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น ไม่มีรส  และที่สำคัญจะเป็นตัวควบคุมอุณหภูมิและเป็นตัวทำลายตามธรรมชาติ 

 

              ประโยชน์คร่าว ๆ ของน้ำบริสุทธิ์ คือ

              * ปรับอุณหภูมิในร่างกายคนเราให้เหมาะสม

              * ช่วยในระบบการย่อยอาหารและการดูดซึมที่ดี

              * เข้าไปผสมกับโลหิต เพื่อขนส่งไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย

              * เป็นตัวส่งสารอาหารไปยังส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย

              * ช่วยในการขับถ่ายของเสียออกจากร่างกาย และที่สำคัญช่วยไตกรองของเสียออกได้สะดวกและไตไม่ต้องทำงานหนัก

              * ช่วยทำให้กล้ามเนื้อหัวใจทำงานน้อยลง  หากมีน้ำในระบบเลือดน้อยหัวใจก็จะสูบฉีดหนักขึ้น จะมีผลทำให้เกิดโรคหัวใจโตได้

               * น้ำบริสุทธิ์ ช่วยให้ใบหน้าสดชื่น และผิวหนังเปล่งปลั่ง  และช่วยรักษาน้ำหนักของร่างกายได้ดี และที่สำคัญคือ ช่วยละลายก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และแลกเปลี่ยนก๊าซออกซิเจนในถุงลมปอดให้ทำหน้าที่ได้เป็นอย่างดี

 

 

             พูดถึงน้ำบริสุทธิ์เสียนาน(น้ำ R.O.) เพราะเห็นว่า....เป็นเรื่องที่สำคัญต่อสุขภาพเป็นอย่างยิ่ง คิดอยู่ในใจว่า …ถ้าดื่มน้ำบริสุทธิ์อย่างสม่ำเสมอ  งดเบียร์ และเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ทุกชนิด คุณภาพชีวิตก็คงดีกว่านี้  แต่เมื่อเลี่ยงไม่ได้ต้องทำใจยอมรับ…สัญญากับตัวเองว่า…จะดื่มน้ำ R.O. ให้บ่อยและสม่ำเสมอขึ้น

 

             เมื่อหมอ ซักถามส่วนที่เพิ่มเติมเสร็จ…ก็เชิญให้ผมไปนอนใน “ห้องตรวจอาการ”  ห้องตรวจอาการนี้จะเป็นเตียงนอนที่ทำจากไม้ไผ่  ใช้ผ้าลายไทยปูบนที่นอนสีขาวอีกครั้งหนึ่ง

 

             หมอจะบอกว่า   ให้ผ่อนคลาย ไม่ต้องเกร็ง ในสิ่งที่หมอจับ ให้ปล่อยไปตามธรรมชาติ  ผมนอนหงาย  ทำตัวตามสบาย หมอจะยกขาข้างซ้าย..แล้วปล่อยวาง ทำอยู่ 2-3ครั้ง แล้วนำปลายเท้าของขาข้างซ้ายนั้นมาเตะกับเข่าข้างขวา(เป็นเหมือนเลข4)แล้วใช้มือกดลงไป  ถามผมว่า “เจ็บไหม?” ต่อจากนั้น…ทำแบบเดียวกันกับขาข้างขวาของผม และถามเหมือนเดิม ผมรู้สึกเจ็บที่ขาข้างขวา 

 

หมอจะพูดสรุปในเบื้องต้นว่า….ซีกขวาของร่างกายผมมีปัญหา(ผมนึกในใจ..เออ!แฮะ เราปวดหลังบริเวณด้านขวา อยู่ซึ่งไม่ได้บอกหมอว่าเจ็บด้านไหน ก่อนตรวจ)

 

               และแล้ว…กระบวนการนวดเพื่อสุขภาพ ตามแบบฉบับแพทย์แผนไทยก็มาถึง

 

                หมอเรียก…(ผมขออนุญาตเอ่ยชื่อ นะครับ   เพราะระหว่างที่นวดก็จะพูดคุยกับป้าเค้าตลอดเวลา) ป้าบุปผา (เรียกสั้น ๆ ว่าป้าผา)   คนนี้เลย…(ในคลินิกแพทย์ทางเลือก มีบุคลากรหลายท่าน สาว ๆ ก็มี ผมคิดในใจอีก ป้าบุปผาคงเหมาะกับผมที่สุด ถ้าเป็นท่านอื่น ผมคงยืนยิ้มอยู่เป็นนานสองนาน)

 

               เมื่อเข้าไปในสถานที่นวด …ต้องเปลี่ยนเสื้อผ้า..เหมือนกับการเข้ารับการรักษาเป็นผู้ป่วยในของโรงพยาบาลเลยครับ   เสื้อผ้าที่ใส่เป็นโทนสีฟ้า  เมื่อเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จ สิ่งแรกที่ได้รับการบริการ คือ

                 การนำเท้าทั้งสองข้าง ลงไปแช่ในกะละมังน้ำอุ่นที่ปรุงแต่งด้วยสมุนไพร(ผมไม่ได้ถามว่ามีอะไรบ้าง) ในความรู้สึก คือ รังสีความร้อนของน้ำอุ่นนั้น แผ่ซ่านเข้ามาที่ฝ่าเท้าทั้งสองข้าง รู้สึกผ่อนคลาย จริง ๆ(ลืมบอกไป ครับว่า…ภายในสถานที่นวดนี้ มีเพลงช้า ๆ เปิดคลออยู่ตลอดเวลา ได้บรรยากาศแบบไทยๆ ดีนัก

                 นั่งแช่เท้าอยู่ประมาณ 5นาที ….ป้าผาก็นำผ้ามาเช็ดเท้าและนวดเท้าเบา ๆ ให้ผม  ก่อนที่ป้าผาจะนำผ้ามาเช็ค ผมต้องขอโทษ ขอโผย ป้าผาเป็นการใหญ่ เพราะเป็นครั้งแรกในชีวิตที่เข้ามาใช้บริการนวดแผนไทยแบบนี้

                  รู้สึกเกรงใจคนที่สูงวัยกว่าผม   ที่ต้องมาทำอะไรกับเท้าของผม

 

                 หลังจากนั้นแล้ว ผมต้องนอนหงายกับที่ ที่เตรียมไว้สำหรับนวด  ข้าง ๆ ตัวผม จะมีหมอนข้างเล็ก ๆ พร้อมทั้งถาดผ้า ที่มีดอกไม้สวย ๆ สำหรับใส่ของจำเป็นของผู้มาใช้บริการ(ลืมบอกไปครับว่า…ของจำเป็นหลัก ๆ จะมี locker ไว้ให้เก็บสัมภาระของผู้มารับบริการแต่ละคน)  ป้าผาจะนำยาสมุนไพรขวดนี้

 

 

                         มาทาบริเวณฝ่าเท้าของผมก่อนที่จะใช้วิชาชีพที่เรียนมานวดให้ผม (ผมมาเปิดแผ่นพับของคลินิกการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกดูพบว่า... การมารับบริการของผมครั้งนี้ เป็นการนวดเพื่อสุขภาพ แบบราชสำนัก)

 

                         นวดไล่ตั้งแต่ฝ่าเท้ามาจนถึงโคนขาเลยทีเดียว สลับทั้ง สองขา   ที่สำคัญ….. การนวดครั้งนี้ จะเน้นส่วนของร่างกายซีกขวามากกว่าซีกซ้าย

 

ระหว่างการนวด ก็จะมีถุงน้ำร้อนมาประคบ เพื่อให้คลายเส้นที่ถูกนวดมากขึ้น

 

               เมื่อนวดขาเสร็จ ก็จะต่อด้วยการนวด ฝ่ามือ และช่วงแขน หมอนข้างลูกเล็ก ๆ ที่ผมเห็นก่อนหน้านี้ ก็คืออุปกรณ์ที่ใช้รองแขน ระหว่างการนวดนั่นเอง

 

               ต่อจากแขนก็จะเป็นการนวดหลัง ซึ่ง ป้าผาจะเน้นกล้ามเนื้อหลังซีกขวาเป็นพิเศษ รู้สึกเจ็บในครั้งแรก แต่สักพักก็ดีขึ้น และกลายเป็นผ่อนคลาย(ป้าผาบอกว่า….ปกติคนที่เคยนวดมาแล้ว ป้าผาจะออกแรงบีบและกดจุดมากกว่านี้ เห็นว่า….ผมเพิ่งมาใช้บริการเป็นครั้งแรก ป้าผาก็เลยต้องลดแรงกดและแรงบีบลง

 

              เวลาที่ใช้ไปร่วมชั่วโมงเลยทีเดียว….ผมบอกป้าผาว่า…คงต้องพอเพียงนี้ก่อน เวลาทำงานกระชั้นเข้ามาทุกที  ไอ้ลูกประคบสมุนไพร ที่ป้าผาบอกว่าจะช่วยบรรเทาอาการปวดเมื่อย คลายเส้นเอ็นและลดอาการอักเสบที่ต้องดำเนินการต่อนั้น…ผมขอเอาไว้ก่อนเพราะคงต้องใช้เวลาอีกนานพอสมควร  ถ้าป้าผาลงมือ สงสัยช่วงบ่ายผมคงไม่ต้องทำงานเป็นแน่แท้

              ระหว่างที่ป้าผา นวดอยู่นั้น บุคลากรที่จบแพทย์ทางเลือก มายืนคุยกับผมพักหนึ่ง...บอกผมว่า..เจ้าโรคปวดข้อเนี่ย! ....ให้ผมเอาใบตำลึงสด มาต้มกินแทนน้ำ ซึ่งเป็นสมุนไพร ที่ช่วยรักษาโรคได้เป็นอย่างดี 

              สุดท้ายก็จบลงตรงที่ การนวด บริเวณ ศีรษะ ผมว่าจะไม่เอาแล้วเชียว!!  ไหนๆ ก็ไหน ๆ แล้ว ให้มันครบ ขั้นตอนการนวดเพื่อสุขภาพแบบราชสำนักไปเลย

 

 

               รู้สึก….ผ่อนคลาย และเบาตัวเป็นอย่างยิ่ง  ก่อนเดินกลับสำนักงาน  ผมเก็บบรรยากาศรอบ ๆ คลินิกการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกไว้เป็นที่ระลึก


 

ขอขอบคุณ คลินิกการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ของสถานที่ทำงานที่ผมทำงานอยู่ ทำให้ผมได้มีโอกาสมาใช้บริการ  ยังมี…. การนวดหลาย ๆ แบบที่น่าสนใจ เช่น การนวดเพื่อสุขภาพแบบเชลยศักดิ์  การนวดฝ่ามือกดจุดเพื่อสุขภาพ  การนวดศีรษะคลายเครียดด้วยอโรมา  การนวดฝ่าเท้ากดจุดเพื่อสุขภาพ  การนวดแบบราชสำนักร่วมใช้ลูกประคบสมุนไพรสด และไทยสัปปายะ(Thai Sappaya) ซึ่งล้วนแต่น่าสนใจทั้งนั้น……

 

ขอขอบคุณ website : http://www.geocities.com/waterdrink02/#WATER_RO ที่ผมนำมาใช้อ้างประโยชน์ของน้ำบริสุทธิ์

และขอบคุณป้าผา ที่กรุณานวดเพื่อสุขภาพแบบราชสำนักให้ผม