จะเห็นได้ว่า การจัดการความรู้ (Knowledge Management) เป็นเครื่องมือในการบริหารและพัฒนาองค์กรชั้นเยี่ยมอีกอย่างหนึ่ง คำถามที่น่าสนใจต่อมาคือ ในทางปฏิบัตินั้น โดยบริบทองค์กรของเราแล้ว เราจะสร้างวัฒนธรรมการจัดการความรู้ให้เกิดขึ้นทั่วทั้งองค์กรได้อย่างไร ?

กิจกรรม GotoKnow Forum สัญจร ครั้งที่ 1 ในงาน KKU Show and Share
ภาพสถานที่จัดประชุม Gotoknow สัญจร ที่ม.ขอนแก่น
* กิจกรรม Origami ในงาน GotoKnow Forum สัญจร ครั้งที่ 1 (ขอนแก่น)
งานได้ผล ฅ ฅน เป็นสุข สนุกสร้างสรรค์ พบกัน ศุกร์ 18 กันยายน ที่มอดินแดง
รายชื่อผู้เข้าร่วมงาน GotoKnow Forum สัญจร ภาคอีสาน (ผู้ลงทะเบียนเต็ม 50 ท่านแล้ว)

 

  • พรุ่งนี้ วันที่ 18 กันยายน 2552 เป็นอีกวันหนึ่งที่ผมรอคอย เพราะช่วงนี้มีภารกิจค่อนข้างมาก ห่วงเหลือเกินว่าจะมีภารกิจอื่นจรเข้ามาแทรก แล้วทำให้ไม่สามารถไปร่วมงานได้ อย่างเช่น เมื่อวานนี้ได้ทำหน้าที่เป็นวิทยากรดำเนินรายการประชุมวิชาการในงานวันศึกษาศาสตร์ เป็นต้นครับ ... สุดท้ายแล้ว...ฟ้าก็เป็นใจให้สามารถไปเข้าร่วมงานที่สำคัญนี้ได้ค่อนข้างจะแน่นอน  และเพื่อให้การ Show and Share ได้อย่างมีความสุข จึงต้องทำการบ้านไปก่อน และขอถอดองค์ความรู้บางส่วนไว้ในบันทึกนี้ครับ

 

Iceberg7

 

ความรู้แบ่งออกเป็น 2 ประเภท ซึ่งจะมีความสัมพันธ์กันอยู่ ได้แก่         

          1. ความรู้ที่ชัดแจ้ง (Explicit Knowledge) เป็นทฤษฎี ภาษา ข้อมูล ฯลฯ ซึ่งสามารถถ่ายทอดออกมาได้ผ่านทางคำพูด ตัวเลข สามารถใช้คอมพิวเตอร์ในการกล่าวถึงความรู้เหล่านี้

          2. ความรู้ที่อยู่ในตัวบุคคล (Tacit Knowledge) เป็นความรู้ที่ยากที่จะแสดงออกมาให้เห็นชัด เพราะอยู่ในตัวบุคคล เช่น ทักษะ ความชำนาญ รวมไปถึงอุดมคติ ความเชื่อ เป็นต้น

 ในการบริหารจัดการความรู้นั้น จะต้องบริหารจัดการความรู้ทั้ง 2 ประเภท เพื่อให้ได้ความรู้ที่มีประสิทธิภาพสูงสุด

 

     กระบวนการในการสร้างความรู้ ซึ่งเกิดจากการผสมผสานความรู้ทั้ง 2 ประเภท สามารถถ่ายทอดออกมาได้เป็นแบบจำลอง SECI (SECI Model)ซึ่งแบ่งกระบวนการในการสร้างความรู้ออกเป็น 4 ขั้นตอน คือ

 

Seci 

S = Socialization  เป็นการสร้างความรู้ด้วยการแบ่งปันประสบการณ์ด้วยการพบปะสมาคม หรือการมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น เช่น การพูดคุย ใช้เวลาอยู่ด้วยการ การสอนงาน ฝึกงาน เป็นต้น ซึ่งจะเป็นการถ่ายทอด แบ่งปัน ความรู้ที่อยู่ในตัวบุคคลไปให้ผู้อื่น

E = Externalization เป็นการถ่ายทอดความรู้ โดยการอธิบายหรือแสดงความรู้ที่อยู่ในตัวบุคคลออกมาให้เป็นที่ประจักษ์ เพื่อให้ผู้อื่นได้รับการแบ่งปัน โดยการแปลงความรู้ที่อยู่ในตัวบุคคลออกมาเป็นแนวคิด ภาษาสัญลักษณ์ ลายลักษณ์อักษร เช่น คู่มือ ตำรา ภาพ การบันทึกเสียง เป็นต้น

C = Combination เป็นการผสมผสาน โดยนำความรู้ที่ชัดแจ้งมาสร้างสรรค์ หรือเปลี่ยนแปลงให้เป็นความรู้ที่ชัดแจ้งในเรื่องใหม่ ๆ มีความซับซ้อนมากขึ้น หรือเป็นขั้นเป็นตอนมากขึ้น เพื่อให้สามารถนำความรู้นั้นไปใช้ในทางปฏิบัติได้ง่ายขึ้น

I = Internalization เป็นการนำความรู้ที่ได้มาใหม่ไปใช้ปฏิบัติหรือลงมือทำจริง ๆ จนกลายเป็นความรู้ของตนเอง ซึ่งจะเป็นการเปลี่ยนความรู้ที่ชัดแจ้งให้กลายเป็นความรู้ที่อยู่ในตัวบุคคล


    ดังนั้น กระบวนการในการสร้างความรู้ที่จะเกิดประโยชน์จริง ๆ นั้น จะต้องมีการนำความรู้ไปลงมือปฏิบัติ และมีการหมุนเวียนกระบวนการ SECI ไปเรื่อย ๆ อย่างไม่มีวันยุติ นำไปสู่การปรับปรุงตนเองของบุคคลากรและองค์กรอย่างต่อเนื่องตลอดเวลา

 

คำถามที่น่าสนใจ

จะเห็นได้ว่า การจัดการความรู้ (Knowledge Management) เป็นเครื่องมือในการบริหารและพัฒนาองค์กรชั้นเยี่ยมอีกอย่างหนึ่ง คำถามที่น่าสนใจต่อมาคือ ในทางปฏิบัตินั้น โดยบริบทองค์กรของเราแล้ว เราจะสร้างวัฒนธรรมการจัดการความรู้ ให้เกิดขึ้นทั่วทั้งองค์กรได้อย่างไร ?