ภูฟ้า
ดร. สุรเชต น้อยฤทธิ์

อนุทินล่าสุด


ภูฟ้า
เขียนเมื่อ

อนัตตาธรรมนี้ไม่ง่ายเลยหนอ

รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ

โดยเฉพาะเจ้าวิญญาณ เขาเป็นของเขาเองอยู่อย่างนั้น

แต่เราก็เข้าไปเป็นเจ้าข้าวเจ้าของ หนอ

อนิจจัง เกิดขึ้น ตั้งอยู่ และแปรไป

ทุกขัง คงตัวอยู่ไม่ได้ต้องแปรไป

อนัตตา ความไม่ใช่ตัว ไม่ใช่ตน สัตว์ บุคคล เรา เขา

หนอ



ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

ภูฟ้า
เขียนเมื่อ

จิตเดิมแท้

ปล่อยวางความคิดปรุงแต่ง

หยุดการแสวงหา

ปล่อยวางความยึดมั่นถือมั่น

อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา



ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

ภูฟ้า
เขียนเมื่อ

ขันธ์บังธรรม

มี ไม่มี = มีสิ่งที่เกิดกับขันธ์ แต่เป็นสมมุติเกิดขึ้นตั้งอยู่ดับไป (สมมติจึงไม่มี) จึงดับขันธ์ห้า

ไม่มี มี = ถ้าไม่ปรุงแต่งสังขาร จึงมีพระนิพพาน



ความเห็น (1)

ไม่มีก็เหมือนมี มีก็คือไม่มี สุดๆแล้วคือ...

ภูฟ้า
เขียนเมื่อ

บันทึกทำ (19 มีนาคม 59)


ความเป็นเช่นนั้นเอง (อุปทานขันธ์ว่าเป็นเราเป็นเขา)




"อนัตตาธรรม" เป็นธรรมที่ละเอียดมาก (ความไม่ใช่ตัวตน สัตว์ บุคคล เรา เขา)

กาย เกิดมาพร้อมกับเรา จึงมีความสัมพันธ์ หวงแหน อุปทานว่า เป็นเรา

แต่ถ้าพิจารณาให้ดี เมื่อเกิดบาดแผลขึ้นกับกายนั้น สิ่งที่ทุกข์ คือ ใจ ไม่ใช่ กาย หนอ

แม้ ใจ ก็เป็นเช่นนั้นเอง


ใจเป็นเครื่องรับรู้อารมณ์ เป็นอนิจจัง ทุกขัง "อนัตตา"


ใจ ก็เป็น อนัตตาด้วย หนอ

จึงเป็นธรรมดาที่ใจจะมีสุข มีทุกข์ ว่าง ไม่ว่าง เป็นอาการของใจ เป็นธรรมดา เป็นเช่นนั้นเอง


แต่คราวนี้ ด้วยความที่เราหลงว่า "ใจ" นั้นเป็นเรา พอเกิดอะไรขึ้นกับใจ

เราก็เอาตัวเราเข้าไปรับ ปรุงแต่งไปตามเรื่องราวอารมณ์ความคิด หนอ




จริง ๆ ภาพข้างบนนี้ก็ยังไม่สมบูรณ์นัก แต่ก็พอใช้สำหรับอธิบายสภาวะ 2 สภาวะได้ว่า

ตอนที่จิตว่าง (สภาวะ A.) จิตจะสงบตั้งมั่น สามารถเดินปัญญาญาณเข้าสู่จิตเดิมแท้ได้ดี

ตอนที่จิตวุ่น (สภาวะ B.) นายช่างผู้ทำเรือนจะเข้ามาปรุงแต่งใจให้หลงเมามันได้ง่าย หนอ


*** ประเด็นที่น่าสนใจ คื




ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

ภูฟ้า
เขียนเมื่อ


  1. การไม่ใช้การคิด (ว่างจากความคิด แล้ว จึงคิดจากความว่าง)



ความเห็น (2)

"เราแสวงหานายช่างผู้ทำเรือน เมื่อไม่ประสบ จึงได้ท่องเที่ยวไปสู่สังสาระ มีชาติเป็นเอนก ความเกิด บ่อย ๆ เป็นทุกข์, แน่ะนายช่างผู้ทำเรือน เราพบท่าน แล้ว, ท่านจะทำเรือนอีกไม่ได้, ซี่โครงทุกซี่ ของท่าน เราหักเสียแล้ว ยอดเรือนเราก็รื้อเสียแล้ว, จิตของเรา ถึงธรรมปราศจากเครื่องปรุงแต่งแล้ว, เพราะเรา บรรลุธรรมที่สิ้นตัณหาแล้ว"

ว่างจากการปรุงแต่ง ปล่อยไปตามธรรมชาติ ..หรือเปล่าครับ.ไม่ใช่ไม่ทำงานแล้วว่าง..ทำงานด้วยจิตกุศลทำงานด้วยความเชื่อมั่น..ไม่มีแล้ว โกรธ หลง โลภ เกิดขึ้น..

ภูฟ้า
เขียนเมื่อ

จิตเดิมแท้ / ตถตา เป็นพุทธอยู่แล้ว

แต่ถูกเมฆหมอกแห่ง "ความคิดปรุ่งแต่ง" ปิดบังเอาไว้


หยุดความคิดปรุงแต่ง หยุดการแสวงหา ปล่อยวางความยึดมั่นถือมั่น



อนิจจัง สิ่งปรุงแต่งทั้งปวง เกิดขึ้น ตั้งอยู่ แล้วดับไป

ทุกขัง สิ่งปรุงแต่งทั้งปวงเป็นทุกข์

อนัตตา สิ่งปรุ่งแต่งทั้งปวงไม่ใช่ตัวตน สัตว์ บุคคล เรา เขา





ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

ภูฟ้า
เขียนเมื่อ

หลักในการภาวนา (มิถุนายน 2558)


  • เริ่มต้นที่พิจารณาจิตเดิมแท้ก่อน
  • มิจฉาทิฏฐิทำให้เราข้องอยู่ในโลก ส่วนสัมมาทิฏฐิทำให้เราออกจากมัน
    แต่การปล่อยวาง อยู่เหนือทิฏฐิทั้งสองได้นั้น ดีกว่า หนอ
  • ว่างจากความคิดปรุงแต่ง หยุดการแสวงหา ปล่อยวางความยึดมั่นถือมั่น
  • ปรัชญา คือ การเข้าถึงจิตเดิมแท้โดยไม่ใช้การคิด
  • ทุกคนมีปัญญาญาณเท่าเทียมกันอยู่แล้ว แต่ถูกเมฆหมอกแห่งความคิดปรุ่งแต่งบดบังเอาไว้ หนอ


ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

ภูฟ้า
เขียนเมื่อ

สัปดาห์นี้รู้สึกว่า ..
โลก หมุนเร็วกว่า ธรรม หนอ






ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

ภูฟ้า
เขียนเมื่อ

ความอยากดี เป็น สมุทัย


รูป

เวทนา

สัญญา

สังขาร

วิญญาณ



สิ่งใดก่อให้ต่อวน

กลสัญญาพาให้เวียน


หลง สัญญา ว่าเป็น ใจ

เลยลืมจิตจำปิดสนิทเนียน





ความเห็น (1)

เปิดใจ ใจไม่ปิด ลดอัตตา พาให้ประจักษ์ถึงความสูงสุดของคำว่าว่าง…

ภูฟ้า
เขียนเมื่อ


กุญแจสู่ธรรมต่อไปนี้ ต้องทำความเข้าใจให้ได้ด้วยตนเองโดยเร็ว หนอ



จิตเดิมแท้ (One mind)

ความคิดปรุงแต่ง

ความว่าง

ขันธ์ ๕

--------------------------------

หยุดความคิดปรุงแต่ง

หยุดการแสวงหา (ความว่าง)

ปล่อยวางความยึดมั่นถือมั่น (วางขันธ์)

---------------------------------

ขันธ์บังธรรม (ทะลุขันธ์ไปได้ก็เห็นธรรม หนอ)



ความเห็น (1)

สุดวิเศษสิ่งที่หาไม่ไกลแต่ยากพบเจอ จิตเดิมมีอยู่แล้ว เพียงแต่ขาดอาจารย์ชี้แนะ

ภูฟ้า
เขียนเมื่อ

วันนี้เป็นวันที่ ๑๑ ของการปฏิบัติธรรมอย่างต่อเนื่อง
ผมสังเกตุว่า วันต่อวันของความก้าวหน้าทางธรรมนั้น

ก็มีโจทย์ชีวิต ที่เป็นแบบทดสอบธรรม ที่ยากขึ้นเป็นเงาตามตัว

ยกตัวอย่าง

วันแรกที่เดินทางออกจาก ชาโต เดอ จีมานอม

ก็มาพบกับปัญหาข้อพิพาทเรื่องที่ดิน มูลค่าหลักล้าน

ซึ่งดูเหมือนว่า ปัญหานี้ต้องใช้เวลายาวนานในการแก้ไข หนอ


ผมรีบเดินทางไปเคลียร์อย่างเร่งด่วน

เพราะอีกไม่ถึงชั่วโมงข้างหน้า จะเป็นการปฐมนิเทศหลักสูตรอุตมสาสมาธิ

อันเป็นหลักสูตรปฏิบัติธรรมต่อเนื่องทุกวันเป็นเวลา 21 วัน หนอ


สรุปว่า ใจถูกกระทบอย่างแรงจากเรื่องราวทางโลกก่อนการทำบุญใหญ่ หนอ




เพียงไม่ถึง 2 วัน แห่งการฝึกสมาธิเข้มอย่างต่อเนื่อง

ผมสามารถหาทางออกให้กับปัญหา พร้อมกับเคลียร์ใจได้ทันควัน หนอ


ต่อจากนั้นปัญหาทั้งหลายก็ทยอยมาเป็นลำดับ

แต่ก็มีเรื่องดี ๆ เข้ามาแทรกระหว่างทางธรรมพอสมควร เช่น

ลูกหนี้ค้างค่าเช่ามา 2 ปี ตัดสินใจจ่ายตังค์มาให้แล้ว


และได้ทราบว่า ลูกหนี้บางรายล้มละลาย คงไม่สามารถจ่ายหนี้คืนให้แล้ว

ถ้าจะจ่ายได้ก็คงต้องรอให้เค้าฟื้นตัวก่อน ซึ่งไม่ทราบว่า วันไหน

แต่แปลก ปัญหาเหล่านี้ทยอยมาทดสอบจิตใจพร้อม ๆ กันวันต่อวัน

และก็พบว่า จิตใจสามารถรับปัญหาทั้งหลายเหล่านี้ได้อย่างสบาย และมีทางออกแบบโลก ๆ อย่างดีด้วย หนอ









ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

ภูฟ้า
เขียนเมื่อ

ในเทศกาลแห่งชีวิต ณ ชาโต เดอ จีมานอม เมืองแห่งมณี ที่ผ่านมา

มีคำหนึ่งผุดขึ้นในใจระหว่างที่ฟังธรรมเทศนาของพระอาจารย์

นั่นคือ คำว่า "เครื่องอยู่"

ผมจำรายละเอียดของธรรมนั้นได้ไม่ชัด ไม่ครบถ้วนนัก

แต่ก็จะพยายามถอดเป็นบันทึกเก็บเอาไว้ก่อนตามความเข้าใจแห่งตน (ซึ่งอาจยังไม่ถูกต้องนัก)

ผมเข้าใจประมาณว่า

ทาน ศีล ภาวนา นั้นเป็นเครื่องอยู่ของใจ

เพราะธรรมชาติของใจนั้น ส่อ ส่าย ไปตามอารมณ์ที่มากระทบ

ทั้งที่เป็นกุศล และอกุศล

เพื่อให้ใจเป็นกุศล ท่านจึงให้มีเครื่องอยู่ คือ ทาน ศีล ภาวนา หนอ



ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

ภูฟ้า
เขียนเมื่อ

ขันธ์บังธรรม คือ อย่างไร ?

ขันธ์ ในที่นี้ คือ ขันธ์ ๕ (รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ)

คนจำนวนไม่น้อยจะวุ่นวายกับชีวิตประจำวัน จนลืมสังเกตุความเป็นจริงของกายและใจ

และเมื่อเริ่มมาสนใจธรรม อาจพอเข้าใจและมองเห็นขันธ์ หนอ




เห็น สัญญา ว่าเป็น ใจ คือ อย่างไร ?

เวลาผ่านมาเมื่อเข้าใจและเห็นขันธ์แล้ว

ช่วงเวลาต่อมาจะเริ่มพัฒนาขันธ์ให้บริสุทธิ์

ซึ่งแรก ๆ จะหลงเห็นสัญญาว่าเป็นใจอยู่พักใหญ่ ๆ หนอ



มีไม่มี ไม่มีมี --> 1. (มี คือ ไม่มี) 2. (ไม่มี คือ มี)

จนวันหนึ่งจะเริ่มเข้าใจ 1 กับ 2 หนอ




ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

ภูฟ้า
เขียนเมื่อ

ช่วงเริ่มต้นของการฝึกตนนั้น
จะเพียรนำพาใจ จากสถานะที่วุ่นวาย (A) ไปสู่สถานะที่เป็นสมาธิ (B)
จะสังเกตุเห็นว่า ตอนที่เรามีความเพียรนั้นใจจะเคลื่อนจากความวุ่นวายไปสู่ความสงบ

เมื่อสงบแล้วเราจะค่อย ๆ เผลอ จากสมาธิ กลับ ไปวุ่นวายใหม่

สลับจาก A ไป B
จาก B กลับไป A

.

.

จนวันหนึ่งเราจะเข้าสู่ประสบการณ์จิตว่างจากความคิด 

ผมมารู้ตอนหลังว่า สิ่งนั้น เรียกว่า ฌาน 



ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

ภูฟ้า
เขียนเมื่อ

ตลอดสัปดาห์นี้ 

ได้เพียรพิจารณาและปฏิบัติตามธรรมเทศนาของพ่อแม่ครูอาจารย์หลวงปู่มั่น ภูริฑัตโต

เรื่อง "ขันธะวิมุตติ"  โดยการพิจารณาวาง "ขันธ์ ๕"

ทั้ง ๆ ที่เพียรพิจารณามาหลายรอบ หลายปีแล้ว 

และในครั้งนี้ ผลพบว่า ก้าวสู่ธรรมได้มากกว่าเดิม ประมาณนี้ หนอ

  • การปฏิบัติธรรม เป็นการเรียนให้รู้ความจริงของตนเอง หรือความจริงของกายและใจ หนอ
  • ขั้นต้นเราจะเริ่มเห็นลาง ๆ ว่า ขันธ์ ๕ ได้รวมกัน เป็นตัวเรา นั่นเอง 
  • ถ้าเราพิจารณาเห็นออกได้ว่า ขันธ์ นั้นวางอยู่เป็นกอง ๆ ต่างทำหน้าที่แห่งตน 



ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

ภูฟ้า
เขียนเมื่อ

ตั้งแต่เช้ามา จึงเพียรพยายามพิจารณาเพิ่มขึ้นเป็นลำดับ 
แต่พอสาย ๆ เรื่องทางโลกก็แวะเข้ามาเยี่ยมหนักขึ้นเรื่อย ๆ  ทีละหมัด สองหมัด

จนต้องนอนราบคาบ พักยกตอนเที่ยงไป 5-10 นาที

แต่ก็ดีครับ ทำให้เห็นความไม่เสถียรของมนุษย์ 

แม้จะยึดเกาะไว้มั่นสักเพียงใด ก็โดนคลื่นแห่งเหตุในชีวิตซัดเอาอยู่ฉันนั้น

หลังจากตกไปแล้ว ได้พักยกแล้ว จึงตั้งขึ้นมาใหม่ได้โดยไวเพราะมีเครื่องมือดี 

ทำให้บุกทางธรรม ทางโลก ได้อีกหลายยก 

ผ่านไปเกือบ 3 ชั่วโมง บุกทางโลกหนักเกินไป ทำให้ต้องเคลียร์ใจให้ตั้งใหม่อีกแล้ว หนอ 

สู้  ๆ



ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

ภูฟ้า
เขียนเมื่อ

ช่วงนี้กำลังพิจารณาพระสูตรที่ว่าด้วย เรื่อง "อาหาร 4 อย่าง"
ซึ่งกัลยาณมิตรและครูบาอาจารย์ท่านชี้แนะมาให้ศึกษาตั้งแต่ช่วงสงกรานต์ครับ

ดูกำลังสติ สมาธิ แห่งตนแล้ว
คงทำได้สะดวกนิด ๆ หน่อย ๆ แค่ อาหารอย่างที่ 1 กับ 2 หนอ

ส่วนอาหารอย่างที่ 3 กับ 4 นั้น ยังเข้าถึงได้เพียงตัวหนังสือ
ส่วนหนทางในการฝึกปฏิบัติตนนั้น ยังคลุมเครืออยู่มากอักโข หนอ

แต่เมื่อคืนนี้เห็นแว็บ ๆ แล้วครับ



ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

ภูฟ้า
เขียนเมื่อ

 

จากประสบการณ์กีฬากอล์ฟ

ทุกครั้งที่ปรับเปลี่ยนวงสวิงใหม่ เราจะตีได้แย่ลงก่อน

ต่อจากนั้นก็จะตีขึ้นกว่าเดิม หนอ

 

 

เมื่อวานได้หนังสือธรรมเล่มใหม่มาศึกษา

เป็นหนังสือที่ดีมาก ๆ จึงตัดสินใจเปลี่ยนวงสวิงธรรมดูบ้าง หนอ

กอปรกับวันนี้ มีงานทางโลกรุมเร้าเข้ามาพร้อมกันมากกว่าปกติ

ทำให้เจอดีเลยครับ จิตใจวุ่นวายที่สุดแห่งปีเลย หนอ 555



ความเห็น (1)

เป็นปริศนาธรรมที่เยี่ยมครับ

ภูฟ้า
เขียนเมื่อ

นวัตกรรมเทคโนโลยี Vs การปฏิบัติธรรม

 

สัปดาห์ที่ผ่านมา เกิดความคิดแย้งกันประมาณว่า

1. เทคโนโลยี เป็นนวัตกรรมสำคัญในการพัฒนาโลก ช่วยให้มนุษย์ "เร็ว" ขึ้น

2. ความช้า เป็นประโยชน์ทำให้มนุษย์เห็นธรรมได้ หนอ



ความเห็น (1)
ภูฟ้า
เขียนเมื่อ

ถอดบทเรียนธรรม (5 ก.พ. 57)

 

ตื่นนอนขึ้นมาให้รีบ "เคลียร์ใจ" ด้วยการพิจารณาธรรมบทที่ว่า

"จิตเดิมแท้ เป็นพุทธะอยู่แล้ว"

แต่ถูกเมฆหมอกแห่งความคิดปรุงแต่งปิดบังเอาไว้

 

 

ขยายความ

ธรรมชาติของใจนั้น เป็นเครื่องรับรู้อารมณ์

ด้วยความไม่รู้ (อวิชชา) เมื่อรับอารมณ์มาแล้วก็ปรุงแต่งไปตามอารมณ์อันเป็นเหตุปัจจัยนั้น

จึงต้องมีการ "เคลียร์ใจ" บ่อย ๆ เสมอ เมื่อจิตใจฟุ้งหรือวุ่นวายจากอารมณ์



ความเห็น (1)
ภูฟ้า
เขียนเมื่อ

จิตเดิมแท้ (One Mind) เป็นพุทธะอยู่แล้ว
แต่ถูกเมฆหมอกแห่งความคิดปรุงแต่งปิดบังเอาไว้ หนอ

 



หมั่นฝึกสติชำเลืองดูจิตตนเองว่า มีธรรมชาติเป็นเช่นใด

คิดปรุงแต่งอยู่หรือไม่ ?

1. หยุดความคิดปรุงแต่ง
2. หยุดการแสวงหา
3. ปล่อยวางความยึดมั่นถือมั่น

 

 

 



ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

ภูฟ้า
เขียนเมื่อ

อือ.. ความเบาสบายของกายและใจไม่ใช่เป้าหมายของการปฏิบัติ เป็นแค่ที่พักระหว่างทางปฏิบัิติ ทั้งนี้เพราะยังอยู่ในขอบเขตของ นาม/รูป อยู่หนอ



ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

ภูฟ้า
เขียนเมื่อ

สังขาร (ความคิดปรุงแต่ง) เป็นอาหารของจิต เป็นปัจจัยให้เกิดวิญญาณ วิ่งวนอยู่ในสังสารวัฏ การตัดสังขาร จึงเป็นการตัดอาหารของจิต ไม่ก่อให้เกิดสังขารใหม่ จิตจะไปดึงสังขารเก่าที่เปรียบดังตะกอนนอนก้นขึ้นมา เราจะสังเกตุเห็นที่เวทนา เมื่อเราอุเบกขากับเวทนา สังขารนั้นก็จะค่อย ๆ หลุดออกไป ๆ 



ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

ภูฟ้า
เขียนเมื่อ

3 โลก คือ อย่างไร ?

      โลกที่ 1 คือ มนุษย์โลก(ดาวราหู) อยู่กึ่งกลางระหว่างสวรรค์โลกกับนรกโลก มีทั้งสุคติและทุคติปะปนระคนกันอยู่.....
      โลกที่ 2 คือ นรกโลก โลกแห่งสัตว์นรก ที่เกิดชดใช้กรรมในโลกวิญญาณ มีแต่ทุคติเพียงอย่างเดียว.......
      โลกที่ 3 คือ สวรรค์โลกและพรหมโลก มีแต่สุคติอย่างเดียวเหมือนกัน........
สัตว์ทั้งหลาย จักเวียนว่ายตายเกิดอยู่ในระหว่างสามโลกนี้ เป็นวัฏฏะสงสารที่ยาวนานที่สุดจนนับชาติภพไม่ได้ ไม่มีรู้จบ จนกว่าจิตดวงนั้นจะพัฒนาไปสู่แดนพระนิพพาน จึงเป็นอันยุติ สิ้นชาติสิ้นภพ หลุดพ้นจากวงจรวังวนแห่งนี้ไปได้.......


โลกทั้งสาม คือ ที่เวียนว่ายตายเกิด เพื่อรับกรรม ใช้กรรมของสัตว์โลกรวมทั้งหมด 31 ภพภูมิ คือ

1.กาม โลก- คือโลกของสัตว์ ผู้ยังชุ่มแช่อยู่ในกาม คือ ยังมีกิเลส ตัณหา อุปาทาน อยู่ในรูป รส กลิ่น เสียง.......กามโลกแบ่งออกเป็น 2 พวก คือ โลกทุคติ มี 4 ภพภูมิ มี เปรต1 นรก 1 อสุรกาย 1 สัตว์เดรัจฉานอีก 1 .....ส่วนอีกพวก เรียก สุคติ มี 7 ภพภูมิ ได้แก่ สวรรค์ ซึ่งเป็นที่อยู่ของเทวดาและนางฟ้า 6 ภพภูมิ และมนุษย์อีก 1 ภพภูมิ

2.รูปโลก-เป็นโลกของผู้ปฏิบัติธรรม สายสมถกรรมฐาน ได้ความรู้ขั้นรูปฌาน5 มี 16 ภพภูมิ

3.อรูปโลก-เป็นโลกของผู้ปฏิบัติธรรมสมถกรรมฐาน ได้ถึงอรูปฌาน 4 มีอีก 4 ภพภูมิ

          สัตว์โลกทั้ง31 ภพภูมิ ยังเป็นผู้ประกอบทั้งกรรมดีและกรรมชั่ว จึงมีชนกกรรม ทำให้ต้องเวียนว่ายตายเกิดตามกรรมของตน มีปฏิสนธิวิญญาณซึ่งเหมาะสม ที่จัไปเกิดตามที่ต่างๆ ทั้งดีและชั่ว สิ่งที่จะช่วยสัตว์โลกเหล่านี้ได้ คือ พระรัตนตรัยและการปฏิบัติธรรม จนได้บรรลุธรรม........

"ติโลกะนาถัง ระตะนัตตะยัง อภิปูชยามิ" แปลว่า ข้าพเจ้า ขอบูชาพระรัตนตรัย ซึ่งเป็นที่พึ่งขอโลกทั้งสาม......



ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี