"...บ่งบอกว่าในช่วงเวลาที่ผ่านมาแม่มีความสุขและโปร่งโล่งพอที่จะปฏิบัติแก่ตนเองอยู่เป็นเวลานาน นานพอที่จะมั่นใจพอที่จะนำคนอื่นทำกิจกรรมให้ได้ความดีงามแก่ตนเองในแง่มุมใหม่ๆ..."

ครอบครัวพี่น้อง ๗ คนที่กำลังโตและต้องได้รับการเอาใจใส่ดูแลเพื่อให้มีพัฒนาการที่ดีพอสมควร ทั้งทางด้านการเจริญเติบโต สุขภาพ การศึกษาเล่าเรียน การได้เล่นและพัฒนาการแสดงออก เหล่านี้ คงจะเป็นภาระที่หนักหน่วงจนแม้ผมเองก็นึกไม่ออกว่าหากเป็นตนเองแล้ว จะมีทางทำได้อย่างไร แม่และพ่อทำได้ จึงนับว่าเป็นนักโภชนาการและนักเศรษฐศาสตร์ชั้นยอดในบ้านจริงๆ

เงินทองเท่าที่มีทั้งหมด แม่และพ่อรวบรวมไว้เพื่อใช้จ่ายให้มีความหมายที่สุด ทุกวันของพ่อไม่มีการใช้เงินสำหรับสิ่งฟุ่มเฟือยเลย พ่อไม่พกเงิน เดินตีนเปล่าไปสอนเด็ก ไม่เที่ยว ไม่ดื่มเหล้า ไม่สูบบุหรี่ เช่นเดียวกับแม่ ของทุกอย่างในบ้าน รวมทั้งการทำอาหารและดูแลการกินอยู่ของทั้งหมด แม่ก็แทบจะไม่ต้องซื้อเลย ทำเองหมดนับแต่น้ำปลา การสีข้าวและตำข้าวสารให้พอเพียงทั้งปี การเตรียมรำและปลายข้าวสำหรับเลี้ยงหมูและไก่ การทำปลาร้าสำหรับทำน้ำพริกกินทั้งปี การปลูกและเก็บผักกินทุกวัน การมีสตางค์ติดตัวไปกินขนมหรือใช้จ่ายในสิ่งที่ไม่จำเป็นกลายเป็นเรื่องแปลกต่อความรู้สึกที่คุ้นเคย

แต่แม่กับพ่อก็มีวิธีทำให้บ้านของเรามีเทศกาลขนมและกิจกรรมพิเศษทุกเช้าและทุกเดือน โดยแตงโม ส้มซ่า กาแฟหมา มันแกว และหนังสือ

 

                         

 

ทุกๆเช้า แม่จะหุงข้าวและเช็ดน้ำข้าวใส่กาละมังหรือกระถางดินเผาขนาดความจุสัก ๓-๔ ลิตร พวกผมจะต้องแบ่งน้ำข้าวออกเป็นสองส่วน ส่วนหนึ่งปล่อยให้เย็นสำหรับเลี้ยงหมา และอีกส่วนหนึ่งทำตามที่พ่อพาทำคือแบ่งกันกินก่อนอาหารทุกวันตอนมื้อเช้า พ่อจะพยายามกระตุ้นให้พวกผมกินตอนร้อนๆ แล้วแต่ละคนก็ปรุงรสชาดเอาเองตามแต่จะคิดค้น บ้างก็ใส่เกลือเม็ด-สองเม็ด บ้างก็ใส่น้ำตาลทราย บ้างก็กินเปล่าๆ

การต้องกินทุกเช้าและก่อนอาหาร รวมทั้งต้องแบ่งเอาจากภาชนะเดียวกับหมาด้วย พวกผมเลยเรียกกันว่าโอวัลตินและกาแฟหมา หากพ่อแม่และพวกน้าๆเรียกกินกาแฟหมา ก็เป็นอันรู้กันว่าไปกินน้ำข้าว นั่นเอง เด็กๆ ๗ คนกำลังต้องการอาหารเพื่อการเจริญเติบโต จะให้ครอบครัวบ้านนอกอย่างพ่อแม่หานมมาให้กินทุกวันนั้น ไม่ไหวแน่

ตอนปลายเดือนกาแฟหมาจะมีสูตรพิเศษ พ่อจะไปอำเภอแล้วก็จะกลับบ้านด้วยบรรยากาศการเตรียมพร้อมของพวกผมอย่างคึกคัก พ่อจะซื้อของติดมือมาและจะทำให้บ้านเราเหมือนกับมีเทศกาลพิเศษขึ้นมาทันที ของที่พ่อซื้อมาก็จะมีนมข้นหวานอลาสก้าตราแหม่มผมทองหรือไม่เช่นนั้นก็ตราหมี ๑ กระป๋อง

แตงโมขนาดใหญ่ที่สุด ๑ ลูก ผลไม้ที่เน้นกินด้วยกันได้หลายคน ๒-๓ กิโล เช่น มันแกว ส้ม มะไฟ ตามด้วยหนังสืออ่านของเด็กๆ คือ หนังสือเด็กก้าวหน้า ชัยพฤกษ์วิทยาศาสตร์และชัยพฤกษ์การ์ตูน หนูจ๋า อมยิ้ม รวมทั้งหนังสืออ่านสำหรับพ่อคือคุรุสภาสารและหนังสือเกี่ยวกับการศึกษาและการพัฒนา เมื่อเทียบดูค่าใช้จ่ายและความเป็นธุระที่จะต้องเข้าอำเภอในแต่ละเดือนแล้ว พ่อแม่ลงทุนเรื่องหนังสือและการเรียนรู้จากการอ่านให้กับลูกๆมากกว่าเรื่องอื่น ทุกเดือนก็จะต้องยืนพื้นอย่างนี้ 

๒-๓ เดือนก็จะทำอย่างพิเศษมากขึ้นไปอีกสักหนึ่งครั้ง โดยอาจจะมีผลไม้ซึ่งพ่อชอบและราคาแพงสำหรับยุคนั้น คือ รางสาด ส้มซ่า และส้มเช้ง แล้วก็เนื้อหมูให้แม่ทำลาบแกง หมูสามชั้นสำหรับเจียวน้ำมันและเหลือกากหมูเอาไว้กิน

ปีหนึ่งสักครั้งสองครั้ง ก็จะไปอำเภอชุมแสงซึ่งอยู่ห่างจากอำเภอหนองบัวและบ้านเราไปอีก ๒๖ กิโลเมตร ซื้อปลา หอยแครง และอาหารทะเล มาทำกินกัน ทุกครั้งก็จะรวมญาติพี่น้องให้มานั่งคุยกันอยู่บนชานบ้านไปด้วย ปลาหมึกและเปลือกหอยแครง ทำให้พวกเด็กๆคิดฝันเกี่ยวกับทะเลที่ไม่มีใครเคยเห็นไปต่างๆนาๆ แล้วก็เก็บเปลือกหอยแครงไว้เล่นหมากหลุมและใช้เป็นสตางค์เล่นขายของ

เมื่อซื้อมาแล้ว พ่อจะนั่งคำนวณเพื่อแบ่งแตงโมให้พวกเราแต่ละชิ้นเท่าๆกัน รวมทั้งจะเผื่อไปถึงญาติพี่น้องและน้าๆในละแวกบ้าน เวลาพวกผมกินแตงโมที่พ่อแบ่งให้ ก็จะกัดกินอย่างเอร็ดอร่อยไปหมด กัดจนแม้เนื้อขาวๆที่ติดเปลือกก็จะกินจนเกลี้ยง มันแกวหรือส้มก็จะแบ่งให้ได้คนละลูกสองลูก

ส่วนนมอลาสก้านั้น แม่ก็จะเช็ดน้ำข้าวจากข้าวมื้อเย็น มาทำเป็นโอวัลตินและกาแฟหมาสูตรพิเศษ โดยมื้อพิเศษนี้น้ำข้าวก็จะมีนมข้นหวานผสมด้วย พวกผม และบางครั้งก็จะมีญาติๆมาร่วมด้วย นั่งกินกันอย่างอร่อยและสนุกสนานอยู่กลางชานบ้าน นมข้นหวานราคาแพง ต้องนานๆครั้งจึงจะซื้อมากิน และเวลากินก็จะต้องผสมน้ำข้าวเพื่อให้ได้ปริมาณพอที่จะกินให้พุงกางไปทุกคน

มืดค่ำก็แหงนดูท้องฟ้า แย่งกันเฝ้าดูดวงดาวที่ยิ่งค่ำลงก็ค่อยๆโผล่ขึ้นให้เห็นทีละดวง สลับกับเล่นเงากับตะเกียงให้เป็นรูปสัตว์ต่างๆบนผนังแล้วก็ขอให้พี่ชายเล่านิทานพร้อมกับทำมือให้เป็นเงาต่างๆไปด้วย

พวกผมพี่ๆน้องๆ ๗ คนที่พ่อแม่ทำให้ความยากลำบากในการดูแลเลี้ยงดูกลายเป็นเรื่องสนุกสนานในชีวิต ได้เติบโตและทำการงานพอได้พึ่งตนเองช่วยพ่อแม่ รวมทั้งได้ทำหน้าที่สร้างสรรค์สิ่งต่างๆให้กับสังคมไปตามอัตภาพของตนได้พอสมควร

พี่ชายมีกิจการพอได้เลี้ยงตัวและสร้างโอกาสให้แรงงานจากคนบ้านนอกเหมือนกันได้มาทำอยู่ทำกินไปด้วยกัน น้องสาวคนหนึ่งเป็นพนักงานของบริษัททำเลนส์แว่นตาและมีครอบครัวส่งลูกให้ได้ศึกษาเล่าเรียนด้วยพื้นฐานที่ดีกว่าในยุคของพวกเราหลายสิบเท่า น้องสาวคนรองกลับไปเป็นครูสอนโรงเรียนประจำอำเภอบ้านเราและหลายครั้งได้ดูแลช่วยเหลือเด็กๆจากครอบครัวที่แย่กว่าเรา

น้องชายคนหนึ่งเป็นนักวิชาการพัฒนาชุมชนซึ่งรักทำงานทั้งเชิงวิชาการและลงปฏิบัติกับชาวบ้านในพื้นที่ชนบท อีกคนเป็นพนักงานบริษัทเครื่องใช้ไฟฟ้าและอีเลคทรอนิค อีกคนเป็นตำรวจซึ่งทำงานอย่างเข้มแข็งและเฝ้าปฏิบัติต่อแม่ได้อย่างสม่ำเสมอ  ผมเองก็ได้เรียนและทำงานที่มหาวิทยาลัยมหิดล ได้ทำงานให้ชาวบ้านและชุมชนซึ่งเหมือนกับเป็นตัวตนก่อนเก่าของเรา ทั้งในประเทศและของประเทศเพื่อนบ้าน แม่เองนั้นก็มีส่วนร่วมในการพัฒนาต่างๆอย่างที่แม่เคยเป็น ได้มากมายและกว้างขวางกว่าเดิม

เมื่อปีที่แล้ว แม่ชวนพวกเรากลับบ้านและไปทำบุญเลี้ยงพระที่บ้าน แม่เป็นคนนำบูชาพระรัตนตรัยและขั้นตอนต่างๆเอง ทุกวันโกน-วันพระแม่ก็จะไปนอนวัดถือศีลอุโบสถ ซึ่งกระบวนการอย่างนี้ บ่งบอกว่าในช่วงเวลาที่ผ่านมาแม่มีความสุขและโปร่งโล่งพอที่จะปฏิบัติแก่ตนเอง คงต้องเป็นเวลานานพอที่จะมั่นใจและนำคนอื่นทำกิจกรรมอย่างนี้

ผมถือเป็นสิ่งสะท้อนให้พอประมาณได้ว่า ด้วยโอวัลตินและกาแฟหมาของแม่และพ่อ คงทำให้พวกเราเติบโตและดำเนินชีวิตไปได้ดีพอสมควร แม่จึงดูเบาสบาย จิตว่างและอิ่มเต็มพอที่จะปฏิบัติเพื่อเข้าถึงความสุขอันประณีตมากขึ้นได้.