มีเรื่องตลกเกี่ยวกับพัสดุมาเล่าค่ะ

วันที่ฉันจะไปส่งพัสดุ เพื่อร่วมกิจกรรมค่ายภาษาอังกฤษ ที่โรงเรียนวัดท่าไชย

ฉันเกิดไม่ว่างกระทันหันก็เลยเรียกลูกศิษย์มาเอาของไปจัดการให้ที

และความที่เป็นห่วงว่าลูกศิษย์จะลำบาก

ก็ไปเอาฝากล่องกระดาษ A 4 มา 2ฝา

ต่อจากนั้นก็บรรจุของที่จะส่งลงไปในฝาที่ 1 แล้วเอาฝาที่ 2

ประกบกัน

แล้วแพ็คอย่างดีแบบหนาแน่นเลย

สำหรับการเขียนจ่าหน้าพัสดุให้สวยงาม

ต้องยกนิ้วให้น้องเพชรรัตน์

เพราะนอกจากลายมือสวยที่สุดแล้ว

ยังช่างซักช่างถามให้เราเพลินอีก

ที่จัดการแพ็คกล่องเรียบร้อยนั้นเพราะเป็นห่วงต้นว่าจะเขียนหนังสือไม่ถูก 

ไม่ต้องเสียเวลาไปซื้อกล่อง แล้วมานั่งเขียนใหม่

คิดเองว่าเพี่ยงต้นถือกล่องนี้เดินขึ้นไปที่ปณ.แล้วยื่นกล่องให้จนท.พร้อมเงินค่าส่ง

ก็คงจะเรียบร้อย  อีกอย่างต้นต้องไปทำธุรกรรมให้ฉันอีก 3 เรื่อง

ปรากฎว่าเมื่อถึงที่ทำการปณ. ต้นโทรมาบอกว่า ต้องแพ็คของใหม่

ทางปณ. เขาไม่ยอม   เป็นอันว่าต้องใช้ลังของเขา

และเป็นครั้งแรกที่ต้นต้องจัดการกับกล่องพัสดุ

ฉันสารภาพเลยว่า ฉันรอต้นทำงานด้วยความกระวนกระวายใจ

เพราะสมัยที่ต้นยังเป็นเด็กน้อยเรียนป.6 นั้น

ต้นเขียนหนังสือแบบใครเห็นต้องส่ายหน้า

ครูท่านหนึ่งบอกว่าต้นเขียนหนังสือเหมือนคนตีกัน

และฉันเกรงว่าการใช้ต้นไปทำงานโดยที่ต้นไม่เคยห่อพัสดุเองนั้น

จะทำให้ต้นลำบากใจมากเวลาผ่านไปประมาณ 1.30 น.

ต้นกลับมายื่นหลักฐานการทำงานเรียบร้อยตามที่มอบหมายให้

พร้อมกับพูดว่า "ขอบคุณครับ ผมส่งของให้ไปรษณีย์ได้แล้ว

ห่อพัสดุเองได้แล้วครับ"

ขอบคุณน้องอ.ขจิต ที่นำกล่องพัสดุมาให้ดูค่ะ

เหนือความสุขอื่นใดเมื่อเห็นกล่องพัสดุคือ

การได้เห็นตัวหนังสือของต้นที่เขียนได้สวยงามขึ้น

พอๆกับโล่งอกที่ของทุกอย่างส่งถึงมือผู้รับแล้ว

และฉันต้องเปิดแฟ้มประเมินความสามารถของต้นใหม่อีกครั้ง

เวลาและเวลา ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง และพัฒนาขึ้นได้???