สิ่งที่พ่อตั้งใจทำเพียงเพื่อเป็นอนุสรณ์ ให้ไว้ กับลูก ๆ พ่อพูดเช่นนั้น "เมื่อพ่อลาลับจากโลกนี้ไป ต้นไม้คือชีวิตของพ่อ ลูกๆจะยังคงได้เห็นพ่อทุกวัน"

 

พ่ออยู่ใต้ท้องรถ(รถจิ๊บคู่กายพ่อ)ติดหล่มที่ไหนซักแห่ง

 

             สมัยก่อนที่พ่อจะเปลี่ยนอาชีพมาทำสวน  ครอบครัวไม่ได้ฝันว่าจะมาอยู่ที่ปักษ์ใต้บ้านเกิดของแม่ และลูก ๆ อีกครึ่งหนึ่งจากทั้งหมดที่แม่มี   ที่ดินที่เตรียมปลูกสร้างบ้าน เป็นที่ดินเพียงไม่กี่ร้อยตารางวา แถว ๆ โค้งมาลัยแมน บริเวณ วิทยาลัยทับแก้ว จังหวัดนครปฐม สมัยนั้น (ปัจจุบันน่าจะเป็นมหาวิทยาลัยศิลปากร) ณ ที่ดินตรงนี้ ผมยังจำได้ว่า พ่อซื้อว่าวงูให้ผมกับพี่ชายคนโตชักแข่งกับว่าวจุฬาของพ่อ ในช่วงตอนเย็น ๆ ของวันที่มาดูที่ดินที่จะปลูกบ้านใหม่  ในขณะที่แม่ พี่สาวและน้องอีก 3 คน ไม่ได้มาด้วยเพราะแม่มีงานบ้าน ส่วนพี่สาวคนโตต้องคอยช่วยเหลือแม่ และเลี้ยงน้องเล็ก ๆ ( คิดไปเราสามคนพ่อลูก ก็เหมือนกับหนีเที่ยวเลยเนอะ ปล่อยให้แม่ พี่สาว และน้อง ๆ เฝ้าบ้าน )

 

 

หน้าสถานีรถไฟเมื่อคราวพี่น้องพ่อมาเยี่ยมสมัยยังเป็นเด็ก   

           

              เหตุการณ์ มีอันต้องผลิกผัน  เพราะแม่ต้องมาดูแล ตากับยายที่แก่เฒ่า ที่ปักษ์ใต้ โครงการบ้านในฝันสมัยนั้นมีอันต้องยกเลิกไปโดยปริยาย  สมาชิกทั้งครอบครัวกลับมา เริ่มสร้างรากฐานของครอบครัว กันอีกครั้งที่นี่   บ้านสวนเป็นที่ ที่เริ่มต้นนับหนึ่งใหม่  อยู่กันโดยพึ่งพา สิ่งแวดล้อมจากธรรมชาติมากเป็นพิเศษ  ผักสวนครัวรั้วกินได้ รายได้ส่วนใหญ่ ของครอบครัว ยังคงเป็นรายได้จากอาชีพค้าขายของพ่อ เพราะสวนเพิ่งสร้างลำพังรายได้จากสวน คงไม่สามารถส่งลูกเรียนได้ถึง 6 คน   การศึกษา เป็นสิ่งที่ลูก ๆ ทุกคน ขวนขวาย เพระรู้ว่า เป็นสิ่งเดียว ที่ลูก ๆ สามารถนำติดตัวไว้เลี้ยงตัวเองได้ เมื่อเติบใหญ่ขึ้นมา

.......

.......

             สวนที่ซื้อไว้ เป็นสวนที่ซื้อต่อมาจาก เจ้าของสวนเดิม แปลงหนึ่งจะเป็นสวนมะพร้าว  อีกแปลงหนึ่งจะเป็นสวนเปล่า ๆ   สวนยังคงถูกปล่อยร้างอยู่นาน  จนกระทั่ง เมื่อถึงเวลาเหมาะสม พ่อจึงตัดสินใจมาทำสวนอย่างจริงจัง

 

 

 

สวนมะพร้าวเดิมที่ยังคงอยู่ถึงปัจจุบัน

              

               สมัยนั้น พ่อยังอายุไม่มากนัก  ยังแข็งแรงดีอยู่  พ่อตั้งใจสร้างสวนทุเรียน  เพราะพ่อหวังไว้ว่า...สวนทุเรียนจะสร้างรายได้ให้เป็นกอบเป็นกำ  ยามแก่ชรา  เพื่อจุนเจือครอบครัว

               เริ่มจากแปลงแรก ที่มีสวนมะพร้าว อยู่เดิม ปลูกสิ่งที่พ่ออยากปลูก ต้นทุเรียนพันธุ์ต่าง ๆ ที่พ่อซื้อมาจากจังหวัดทางภาคตะวันออก ชื่อทุเรียนที่พ่อพูดให้ฟัง ปัจจุบันยังคงจำได้ อยู่บ้าง เช่น กบแม่เฒ่า  กระดุม  สาวน้อย และอีกหลาย ๆ ชื่อซึ่งผมจำไม่ได้แล้ว  ทุเรียนเหล่านี้ ปัจจุบันยังคงอยู่หลายต้น

......

......

ดอกไม้หน้าบ้านพ่อและแม่

 

 

              หลายปี ผ่านไป  ลูก ๆ (พี่สาว พี่ชาย และตัวผม) จบการศึกษา ทำงาน มีรายได้  พ่อเห็นว่า เป็นโอกาสที่จะขายฝันของพ่อ ให้เป็นความจริงเต็มรูปแบบ   พ่อคิดการณ์ใหญ่ ไม่ใช่เพื่อตัวพ่อเอง แต่สิ่งที่พ่อตั้งใจทำเพียงเพื่อเป็นอนุสรณ์ ให้ไว้ กับลูก ๆ พ่อพูดเช่นนั้น "เมื่อพ่อลาลับจากโลกนี้ไป ต้นไม้คือชีวิตของพ่อ  ลูกๆจะยังคงได้เห็นพ่อทุกวัน"

 

              ผืนดินที่รกร้างว่างปล่าอยู่นั้น  ถูกผลิกฟื้น  ด้วยรถไถ จานห้า  จานเจ็ด  อะไรทำนองนี้ ที่พ่อพูดอยู่บ่อย ๆ ตอนที่เริ่มต้นโครงการใหม่ ๆ  ลูก ๆ ระดมกำลังทรัพย์เพื่อต่อเติมฝันที่พ่อพยายามสร้างให้เป็นรูปธรรมมากขึ้น

 

              บ่อน้ำขนาดปานกลาง จำนวน 3-4 บ่อ ถูกขุดด้วยรถแม็คโคร  ราคาจ้างสมัยนั้น บ่อลูกหนึ่ง ราคาร่วมหมื่นบาทเลยทีเดียว

             

              พ่อยืนดู ความสดชื่นของทุเรียนต้นน้อย ๆ ที่พี่ชาย และผม มีส่วนร่วม ในความภูมิใจ ของพ่อครั้งนั้น เรารดน้ำกันด้วย กำลังแรงกาย ทั้งจากเครื่องวิดน้ำ และรดน้ำด้วยบีบที่ตักน้ำจากบ่อที่ขุดเอาไว้   จับจอบขุดดิน  ใส่ปุ๋ย   เป็นความทรงจำ ที่ยังจำได้ไม่เคยลืมเลือน

 

               แต่ดูเหมือนว่า...โชคจะไม่พยายามเข้าข้างเราเลย  ความมุ่งมั่นของพ่อที่พยายามจะสร้างสวนทุเรียนไว้ให้ลูก ๆ มีอันต้องล้มครืน (ผมและพี่ชายรู้ว่า...พ่อเศร้าแค่ไหน) ฟ้าดินไม่เป็นใจ เพราะช่วงเวลานั้น ภาคใต้เกิดภาวะฝนแล้งอย่างหนัก ชนิดที่ไม่เคยมีมาก่อน น้ำที่เคยมีเต็มบ่อกลับแห้งขอดลง  ทุเรียนยอดงาม ๆ ที่กำลังแตกกิ่งชูช่อ กลับมีอันต้องเหี่ยวเฉาลง เพราะขาดน้ำเลี้ยง ใช่ว่าพ่อจะนิ่งดูดาย  พ่อพยายาม ต่อกรกับความแห้งแล้งครั้งนั้น เกือบทุกรูปแบบ ทั้งการขุดบ่อให้ลึกขึ้นกว่าเดิมเพื่อให้เกิดตาน้ำ  การซื้อน้ำมารดต้นทุเรียนเป็นหลายสิบคันรถ สุดท้ายพวกเราต้องยอมจำนนกับความโหดร้ายของธรรมชาติ ที่มิอาจขัดขืนได้

ต้นทุเรียนที่เหลืออยู่

 

                 ต้นทุเรียนยืนต้นตาย....ความผิดหวัง ปรากฏอยู่ในแววตาคู่นั้น ของพ่อ  แต่ในความโชคร้าย ก็ยังมีสิ่งดีดี มาหล่อเลี้ยงหัวใจของพ่อและพวกเราอยู่ 

 

                 สิ่งที่พ่อไม่เคยชอบเลย ก็คือ สวนยางพารา ที่พ่อไม่เห็นด้วยกับแม่ กลับเป็นสิ่งเดียวที่ ทำให้ครอบครัวไม่ลำบากมากนัก  สวนยางพารา เป็นสิ่งที่แม่ขอแบ่งที่บางส่วนเอาไว้  และสวนยางพาราแปลงนี้เอง อาจจะไม่ใช่ทางออกของพ่อ แต่เป็นสิ่งที่ช่วยทำให้รู้สึกว่า เราไม่ได้สูญเสียสิ่งทั้งหมดที่เรามีในสวนไป

สวนยางที่ปลูกแทนทุเรียน

 

               นับแต่นั้นเป็นต้นมา  สวนทั้งสองแปลงที่มีอยู่ ถูกทดแทนด้วยต้นยางของแม่ แทนต้นทุเรียนของพ่อ

              ใช่ว่าความฝันของพ่อจะสลายไปไม่  พ่อยังคงดำเนินรอยตามพ่อหลวงของแผ่นดิน ด้วยไร่นาสวนผสม  ต้นไม้ที่พ่อรัก ยังคงอยู่ ควบคู่ไปกับ ต้นยางพาราของแม่  กบแม่เฒ่า กระดุม สาวน้อย  หมอนทอง ชะนี ที่เหลือจากภัยธรรมชาติครั้งนั้นยังคงยืนต้น แข่งกับต้นยางของแม่  ควบคู่ไปกับไม้ผลที่พ่อปลูกเสริมไว้ ทั้ง เงาะ และลองกอง อย่างละนิดอย่างละหน่อย    

.....

.....

                

              ขณะที่เขียนบันทึกนี้  หัวใจก็มีความสุขอย่างบอกไม่ถูก เพราะคิดถึง  การอยู่อย่างพอเพียง  ไม่ฟุ้งเฟื้อ เห่อเหิม และทะเยอทะยานจนเกินตัว

 

ผลไม้ในสวนที่แม่เก็บไว้ไปทำบุญ

 

 

              ผมคิดเสมอว่า....การกล้าฝันของพ่อ ไม่ใช่เป็นอุปสรรคที่ทำให้พ่อท้อถอย  แต่พ่อกลับไม่เคยปราศจากความฝันที่พ่อฝันถึงเสมอ นั่นคือ  พ่อฝันที่จะมีความสุขในแบบฉบับของพ่อ สุดท้ายความฝันของพ่อก็เป็นจริงแม้จะมีอุปสรรคมาบดบังให้พ่อฝันใหม่ ....ความพอเพียงในความเป็นตัวของตัวเอง มีความสุขเท่าที่ทำได้....และพ่อคงยิ้มอยู่ในใจ ด้วยเช่นกันว่า ถ้าแม่ไม่แข่งฝันกับพ่อ ป่านนี้ สวนของพ่อ ก็คงมี กบแม่เฒ่า  ยืนตระหง่านเพียงไม่กี่ต้น

                  ฝันเถิด..หาฝันถึงสิ่งสวยงาม  เพราะสิ่งสวยงามคือสิ่งจรรโลงโลก 

มุ่งมั่นเถิด.. หาสิ่งที่คิด ที่หวัง เป็นแรงบันดาลใจ เพื่อให้เราก้าวต่อไป

ตราบที่เรายังคงอยู่ในโลกใบนี้  ...เพราะนั้นไม่ใช่สิ่งที่ใครทำไม่ได้

ผมเชื่อเช่นนั้น....