การยกย่องครูภูมิปัญญาไทย..ไม่ต้องรอหน่วยงานอื่น

 รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550  หมวด 4 หน้าที่ของชนชาวไทย มาตรา 73 บัญญัติว่า "บุคคลมีหน้า..ที่รับการศึกษอบรม..พิทักษ์ ปกป้อง และสืบสานศิลปวัฒธรรมของชาติ และภูมิปัญญาท้องถิ่น และอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม  ทั้งนี้ตามที่กฏหมายบัญญัติ "

    ในฐานะที่พวกเราเป็นครู กศน. ทำงานอยู่ในชุมชนเราต้องเข้าไปสำรวจและหาแนวทางยกย่องเชิดชู นำเอาความรู้ที่มีอยู่ในตัวท่านเหล่านั้นมาจัดเป็นกิจกรรมการเรียนรู้เพื่อพัฒนาการศึกษาของคนในชุมชน โดยจัดแยกเป็นด้านๆ เช่น  เกษตร   แพทย์แผนไทย ทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อม  ธุรกิจชุมชนศิลปกรรมฯลฯ เมื่อครู กศน. ได้รับมอบหมายให้รับผิดชอบในตำบลใด ก็ควรเข้าไปทำความรู้จักกับชุมชุนและประเมินชุมชนแบบเร่งด่วน  เช่น ครู กศน. ของตำบลวังมะปรางเหนือ แรกเริ่มในการทำงานก็  หาข้อมูลเชิงทุติยภูมิจากอินเทอร์เน็ต  หนังสือจากเอกสารของหน่วยงานต่าง ๆ แล้วก็ไปพูดคุยกับผู้นำทั้งที่เป็นทางการและไม่เป็นทางเริ่มมีการทำบันทึก เริ่มทำแผนที่เดินดินร่วมกับชาวบ้าน  เขียนออกเป็น เส้นทางหลัก  บ้านใครอยู่ตรงไหน มีอาชีพอะไร   สำรวจผู้ไม่รู้หนังสือ ระดับการศึกษาของคนในตำบล โดยมีผู้ช่วยคือนักศึกษา กศน.  ศิษย์เก่า กศน. ตอนนี้มีอาสาสมัคร กศน.  นอกจากนั้น ก็ยังมีการรวบรวมภูมิปัญญาของตำบลวังมะปรางเหนือ และได้เจอกับหมอยาสมุนไพร ที่เป็นผู้หญิง ชื่อ นางเสริญ  ครุฑราช  ปัจจุบันอายุ 74 ปี  อาศัยอยู่ที่บ้านเลขที่ 148  หมู่ที่ 7  ต. วังมะปรางเหนือ อำเภอวังวิเศษ  จากการสังเกตพบว่า  หมอยาคนนี้เป็นคนมีจิตใจ  งดงาม โอบอ้อมอารีคอยช่วยเหลือประชาชน โดยการใช้ยาสมุนไพร โดยมีหลายชนิดโรค เช่น ยาบำรุงเลือด ยาริดสีดวงทวารยาแก้เนื้องอก ยาแก้โรคมะเร็ง ยาแก้โรคกะเพาะ      นอกจากนั้นก็ยังมีกลุ่มแม่บ้านที่ทำขิงผงออกจำหน่าย มีมโนราห์วิจิตรศิลป์ ที่เป็นมโนราห์โบราณ ที่ได้รับการถ่ายทอดมาจากบรรพบุรุษ และปัจจุบันก็มีการถ่ายทอดความรู้แก่เยาวชนในหมู่บ้าน กลุ่มแม่บ้านทำกระเป๋าเชือกกล้วย   ที่มีคุณนวล แก้วกล้า เป็นวิทยากรและผู้นำกลุ่ม นี่เป็นแค่ตัวอย่างของภูมิปัญญาที่ครู กศน. สามารถนำไปประยุกต์ใช้สอนผู้เรียนได้ใช้ อย่างครบวงจร ทั้งในด้านการศึกษา  เศรษฐกิจ และสังคมในท้องถิ่นอย่างครบวงจร