จากการที่ได้พาชาวสวนบุกพิสูจน์สวนยางที่กรีดครั้งเดียวได้น้ำยาง 2 ถ้วย และแก้ปัญหายางหน้าตายจาก 50 ต้นได้แล้ว 30 ต้น อีก 20 กำลังดีขึ้น (ทั้ง ๆ ที่หลายคนยังเชื่อว่ารักษาไม่ได้) ตามบันทึกที่แล้ว.. http://gotoknow.org/blog/ricemail/281556
ชาวสวนยางหลายคนติดต่อมาให้ตามไปดูถึงสวนตัวเองเพื่อหาทางแก้ไขให้ยางดีเหมือนสวนที่ไปดู...

สวนนี้...ยางที่บ้านแสงอรุณ อ.โซ่พิสัย กรีดได้ไม่กี่ปี เริ่มหน้าแข็ง เริ่มมีอาการหน้าตาย คนก็เริ่มหน้าแห้งตาม 555

ชวนเพื่อน ๆ มาดู..แต่ละคนก็อาการไม่ต่างกัน...
แต่ไม่ต้องห่วง..เกษตรมาแล้ว.....เดี๋ยวช่วยให้ยางหน้านิ่ม...กรีดได้เหมือนเดิม...ฮิฮิ..พอยิ้มออกบ้าง..เดี๋ยวดี ๆ
อีกแปลง บ้านนาขาม อำเภอโซ่เช่นกัน แปลงนี้ยางใหญ่ อาการค่อนข้างหนัก..
ถ้วยยางไม่ยอมเงยหน้า..เหมือนคนป่วยไม่อยากเจอใคร..ซะงั้น..
ปัญหาจุดนี้คือดินแน่น..รากยางไม่สามารถแทรกลงดินได้..ต้องโผล่ขึ้นมาเหนือดิน..ทำให้ยางขาดสารอาหาร...(เหมือนคนนั้นแหละ..)
พอหน้าหนึ่งกรีดไม่ออก..ก็ย้ายมากรีดอีกหน้าหนึ่งทันที...ทำให้ท่อน้ำยางถูกทำลายทั้งสองด้าน..ต้นยางจะป่วยหนัก..(เหมือนตัดทั้งแขนซ้ายแขนขวา..หาอาหารกินไม่ได้..)
อีกด้านของสวนตายเป็นแถว..ยางไหลออกมาเป็นคราบดำ ๆ (เลือดออกทั้ง 7 ทวาร) ใช่ครับ ยางเป็นโรค..
เปลือกแตก..ยางไหล..เพราะเชื้อราเข้าทำลายท่อน้ำยางภายในต้น..
กรีดซ้ายก็ไม่ออก..กรีดขวาก็ไม่ออก..ต้องคว่ำถ้วย..
ผ่านไปปีแล้ว ปีเล่า..กรีดหาน้ำยางสูงบ้าง..ต่ำบ้าง..ก็ยังไม่เจอวี่แวว..เฮอ..จะรอดไหมนี่..เตรียมหาขวานดีไหมนี่..
เพราะไม่รู้สาเหตุ..จึงไม่รู้วิธีแก้...
เพราะมีคนพูดว่า..เป็นแล้วรักษาไม่หายเหมือนโรคเอสด์..จึงไม่หาทางรักษา...
เพราะถูกหลอกมาหลายครั้งว่ารักษาได้..แต่สุดท้ายก็เสียเงินเปล่า...
เพราะ..ยังไม่ได้ไปเห็นสวนนี้ที่รักษาหายแล้ว..
วันเสาร์ที่ 8 สิงหาคม 2552 นี้
ชาวสวนยางที่พลาดการเยี่ยมชมสวนรอบแรก..อย่าพลาด..โอกาสมาถึงท่านอีกครั้ง...
ติดต่อเกษตร(อยู่)จังหวัด ปรีดา ด่วน 081-0475390
แล้วชาวสวนจะได้เข้ามาดูเน็ตไหมนี่..พิมพ์ทำไมก็ไม่รู้เนาะ ฮิฮิ..
ก็อยากพิมพ์เฉย ๆ นะ..555
ทำไมคุณตาคนนี้ต้องยืนตรงแข่งกับต้นยางด้วยล่ะค่ะคุณเกษตรอยู่จังหวัดหนองคาย อิอิ
มองอะไร สงสัยอะไร หรือโมโหใครมา ยืนเท้าสะดือด้วย เท่ห์มากค่ะ
ไม่ง่ายเลยนะครับ สำหรับการเป็นเกษตรกร เอาใจช่วยนะครับท่านเกษตรฯ
ทำไมคุณตาคนนี้ต้องยืนตรงแข่งกับต้นยางด้วยล่ะค่ะคุณเกษตรอยู่จังหวัดหนองคาย อิอิ
มองอะไร สงสัยอะไร หรือโมโหใครมา ยืนเท้าสะดือด้วย เท่ห์มากค่ะ
ไม่ง่ายเลยนะครับ สำหรับการเป็นเกษตรกร เอาใจช่วยนะครับท่านเกษตรฯ
ท่านเกษตรอยู่จังหวัดหนองคายว่าต้นตะกูกอทำไมค่ะ
แล้วต้นตะกูมันมีน้ำยางส่ะที่ไหน
พูดก็พูดเถอะ พูดเรื่องต้นตะกูแล้วสงสารพ่อจริง ๆ เลย
ตอนนี้พ่อก็เลยต้องรอให้ต้นกูโต
แล้วทำเป็นป่าตะกู ไม่ต้องโค่นขาย
ให้เป็นบ้านป่าไปส่ะแล้ว
แล้วให้แม่พาเพื่อน ๆ มาเดินจงแบน ให้ยุงกัด อิอิ
มาบุก เอ้ยมา ชม ด้วยคน ค่ะ...
อยากลองกรีดบ้างจังเลยคะ
สวัสดีค่ะ ท่านเกษตรอยู่จังหวัด
รักษาสวนยางให้เป็นขุมทรัพย์ กรีดดีมีชัยไปกว่าครึ่ง
“การกรีดยาง” เป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ที่เกษตรกรชาวสวนยางจะต้องเรียนรู้และหมั่นฝึก ปฏิบัติเอาไว้ โดยเฉพาะเกษตรกรในโครงการยางล้านไร่ในภาคเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งเริ่มลงแปลงปลูกมาตั้งแต่ปี 2547 และใกล้จะให้ผลผลิตได้ภายในไม่กี่ปีข้างหน้านี้
โดยปัจจัยแรกสุดและสำคัญที่สุดที่เกษตรกรต้องคำนึงถึง ก่อนตัดสินใจเปิดกรีดต้นยาง คือ “ขนาด” ของต้นยาง โดยต้องมีขนาดรอบลำต้นไม่ต่ำกว่า 50 ซม. ที่ระดับสูงจากพื้น 150 ซม. ขณะที่ในสวนยางต้องมีต้นยางที่ได้ขนาดดังกล่าวไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่งของสวน จึงเหมาะสมต่อการเปิดกรีด
ทั้งนี้จากผลการศึกษาเรื่อง “ความเสียหายจากการกรีดยางต้นเล็ก” ของ ดร.พิศมัย จันทุมา นักวิชาการเกษตรระดับชำนาญการพิเศษ ศูนย์วิจัยยางฉะเชิงเทรา กรมวิชาการเกษตร ระบุว่า ต้นยางขนาด 40-45 ซม. จะให้ผลผลิตน้ำยางน้อยกว่าต้นขนาด 50 ซม. ประมาณ 25-60% ดังนั้นแม้การเปิดกรีดต้นยางขนาด 50 ซม. จะเริ่มช้ากว่าขนาด 40-45 ซม. ไป 1 ปี แต่ผลผลิตสะสมที่ได้รับจากต้นยางขนาด 50 ซม. เพียง ปีเดียว จะมีปริมาณเทียบเท่ากับผลผลิตสะสมของยางต้นเล็กถึง 2 ปี ที่สำคัญการรีบเปิดกรีดต้นยางขนาดเล็ก ทำให้ผลผลิตต่อวงจรชีวิตของยางลดลง 25-59% [...]
สวัสดีค่ะ บันทึกนี้น่ารัก คนเขียนน่าจะมองโลกให้ง่ายๆเข้าไว้นะคะ
หนุ่มเสื้อเขียวใครกัน เท่ห์จัง...
เหมือนหมอมาดูแลเลยนะคะ ขอเป็นกำลังใจให้อยู่เคียงข้างชาวสวนยางนะคะ
สวัสดีค่ะ มาขอกินข้าวแลงนำค้า แซบบ่ค่ะ...
มาให้กำลังใจหมอดิน หมอยาง ช่วยให้น้ำยางได้เยอะนะคะ
สวัสดีค่ะ
แวะมาอ่านเรื่องที่ไม่ค่อยมีความรู้ค่ะ
สบายดีนะคะ
(^___^)
มาเป็นกำลังใจให้ชาวสวนยาง โดยเฉพาะท่านเกษตร(อยู่)จังหวัด ที่เป็นตัวช่วยให้เกิดการทำยางดีดีมีคุณภาพและชาวสวนจะได้ลืมตาอ้าปาก ที่สำคัญพวกเราก็จะได้ใช้ยางรถยนต์ถูกๆ......อิอิ.อิ มันเกี่ยวกันเปล่า ขอบพระคุณ
มาชวนไปขอนแก่น อิอิ เสาร์นี้ค่ะ ท่านพี่
สวัสดีค่ะ
ท่านเกษตรอยู่จังหวัดหนองคายว่าต้นตะกูกอทำไมค่ะ
แล้วต้นตะกูมันมีน้ำยางส่ะที่ไหน
พูดก็พูดเถอะ พูดเรื่องต้นตะกูแล้วสงสารพ่อจริง ๆ เลย
ตอนนี้พ่อก็เลยต้องรอให้ต้นกูโต
แล้วทำเป็นป่าตะกู ไม่ต้องโค่นขาย
ให้เป็นบ้านป่าไปส่ะแล้ว
แล้วให้แม่พาเพื่อน ๆ มาเดินจงแบน ให้ยุงกัด อิอิ
มาบุก เอ้ยมา ชม ด้วยคน ค่ะ...
อยากลองกรีดบ้างจังเลยคะ
รักษาสวนยางให้เป็นขุมทรัพย์ กรีดดีมีชัยไปกว่าครึ่ง
“การกรีดยาง” เป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ที่เกษตรกรชาวสวนยางจะต้องเรียนรู้และหมั่นฝึก ปฏิบัติเอาไว้ โดยเฉพาะเกษตรกรในโครงการยางล้านไร่ในภาคเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งเริ่มลงแปลงปลูกมาตั้งแต่ปี 2547 และใกล้จะให้ผลผลิตได้ภายในไม่กี่ปีข้างหน้านี้
โดยปัจจัยแรกสุดและสำคัญที่สุดที่เกษตรกรต้องคำนึงถึง ก่อนตัดสินใจเปิดกรีดต้นยาง คือ “ขนาด” ของต้นยาง โดยต้องมีขนาดรอบลำต้นไม่ต่ำกว่า 50 ซม. ที่ระดับสูงจากพื้น 150 ซม. ขณะที่ในสวนยางต้องมีต้นยางที่ได้ขนาดดังกล่าวไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่งของสวน จึงเหมาะสมต่อการเปิดกรีด
ทั้งนี้จากผลการศึกษาเรื่อง “ความเสียหายจากการกรีดยางต้นเล็ก” ของ ดร.พิศมัย จันทุมา นักวิชาการเกษตรระดับชำนาญการพิเศษ ศูนย์วิจัยยางฉะเชิงเทรา กรมวิชาการเกษตร ระบุว่า ต้นยางขนาด 40-45 ซม. จะให้ผลผลิตน้ำยางน้อยกว่าต้นขนาด 50 ซม. ประมาณ 25-60% ดังนั้นแม้การเปิดกรีดต้นยางขนาด 50 ซม. จะเริ่มช้ากว่าขนาด 40-45 ซม. ไป 1 ปี แต่ผลผลิตสะสมที่ได้รับจากต้นยางขนาด 50 ซม. เพียง ปีเดียว จะมีปริมาณเทียบเท่ากับผลผลิตสะสมของยางต้นเล็กถึง 2 ปี ที่สำคัญการรีบเปิดกรีดต้นยางขนาดเล็ก ทำให้ผลผลิตต่อวงจรชีวิตของยางลดลง 25-59% [...]
สวัสดีค่ะ บันทึกนี้น่ารัก คนเขียนน่าจะมองโลกให้ง่ายๆเข้าไว้นะคะ
หนุ่มเสื้อเขียวใครกัน เท่ห์จัง...
เหมือนหมอมาดูแลเลยนะคะ ขอเป็นกำลังใจให้อยู่เคียงข้างชาวสวนยางนะคะ
มาให้กำลังใจหมอดิน หมอยาง ช่วยให้น้ำยางได้เยอะนะคะ
สวัสดีค่ะ
แวะมาอ่านเรื่องที่ไม่ค่อยมีความรู้ค่ะ
สบายดีนะคะ
(^___^)