น่าเสียดาย ที่เรามีพระมหากษัตริย์ที่แสนดี แต่เรากลับมีคนโกงกินเต็มบ้านเต็มเมือง

น่าเสียดาย  ที่เรามีพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติ

แต่เรากลับศรัทธาไสยศาสตร์หัวปักหัวปำ

 

น่าเสียดาย  ที่เรามีพระมหากษัตริย์ที่แสนดี

แต่เรากลับมีคนโกงกินเต็มบ้านเต็มเมือง

 

น่าเสียดาย  ที่เรามีวัดอยู่เกือบทุกหมู่บ้าน/ตำบล

แต่เรากลับมากด้วยคนขาดจริยธรรมอยู่ทั่วไป

 

น่าเสียดาย  ที่เราสถาปนาประชาธิปไตยตั้งแต่ พ.ศ. 2475

แต่เรากลับมีปฏิวัติ/รัฐประหารมาแล้ว 14 ครั้ง

 

น่าเสียดาย  ที่เรามีมหาวิทยาลัยมากมายติดอันดับโลก

แต่เรากลับโชคร้ายที่คนไ่ทยชอบดูดวงบวงสรวงเทพยดา

 

น่าเสียดาย  ที่เรามีป่าไม้-แม่น้ำ-ธรรมชาติอุดมสมบูรณ์

แต่เรากลับเทิดทูนการทำลายแทนการรักษา

 

น่าเสียดาย  ที่เรามีศิลปวัฒนธรรมเป็นของตนเอง

แต่เรากลับเก่ง “การลอกเลี่ยนแบบ”  เป็นที่สุด

 

น่าเสียดาย  ที่เรามีสื่อมวลชนมากมายไร้พรมแดน

แต่เจ็บปวดเหลือแสนเมื่อสื่อมวลชนมุ่งแต่การขายสินค้า

 

น่าเสียดาย  ที่เรามีกฎหมาย

แต่เรากลับปล่อยให้มีการใช้กฎหมู่จนเป็นเรื่องธรรมดา

 

น่าเสียดาย  ที่เรามีหนังสือมากมายหลายพันเล่มในห้องสมุด

แต่สถิติสูงสุดคือเราอ่านหนังสือกันปีละ 8 บรรทัด

 

น่าเสียดาย  ที่เรามีอินเตอร์เน็ตใช้ก่อนประเทศในโลกที่สาม

แต่เรากลับเสื่อมทรามเพราะใช้ส่งภาพถ่ายคลิปโป๊

 

น่าเสียดาย  ที่เรามีโทรทัศน์หลายสิบช่อง

แต่เรากลับจ้องจะดูแต่ละครน้ำเน่า

 

น่าเสียดาย  ที่เรามีพ่อแม่อยู่ในบ้าน

แต่เรากลับปล่อยให้ท่านอยู่อย่างเปลี่ยวเหงา

 

น่าเสียดาย  ที่เราสามารถกลับตัวเป็นคนดีได้

แต่เรากลับชอบใจที่จะเป็นคนเลวตลอดกาล

 

น่าเสียดาย  ที่เราเป็นอิสระจากความอยากได้

แต่เรากลับพึงใจอยู่กับการสนองความอยาก

 

น่าเสียดาย  ที่เราบรรลุนิพพานได้ในชาตินี้

แต่เรากลับยินดีอยู่แค่การทำบุญให้ทาน

 

   น่าเสียดาย

  

ข้อคิดจากท่าน ว.วชิรเมธี