คือความโลภ ความอยาก ที่เกินกว่าจะห้ามใจนั่นเอง

   บนถนนสายหนึ่ง ที่ผู้เขียนมักจะใช้เดินทางผ่านในการไปทำงาน และกลับบ้าน เป็นประจำ ชอบถนนสายนี้เพราะ มีเรื่องให้ดูชมมากมาย ทำให้หายเหนื่อยได้ รวมทั้งเจ้าต้นยางวัยรุ่น ที่ตั้งต้นตรงแน่วแน่ เหมือนแข็งกระด้าง แต่มั่นคงดี ยางเป็นไม้อายุยืนอยู่ได้เป็นร้อยๆปี มีคุณสมบัติเป็นไม้เนื้อแข็ง เป็นที่ต้องการของมนุษย์ ที่ได้นำไปใช้ประโยชน์ ในการสร้างที่อยู่อาศัย

  ไม้ยางคงเหลืออยู่น้อยเต็มที แต่ก็ยังมีให้เห็น เวลาผู้เขียนผ่านต้นยางต้นนี้ ชอบมองดู ว่าสวยงาม ร่มรื่นแตกสาขาดีมาก และก็คำนวนความโตขึ้นไปเรื่อยๆ เรารู้จักกันมาถึงวันนี้ หกปีแล้ว แต่อายุยางนาเท่าไหร่ ผู้เขียนไม่รู้

  แต่แล้ววันนี้ ขณะที่ผู้เขียนกำลังจะผ่านเขาไป  กลับสังเกตเห็นเพื่อนข้างทางของผู้เขียนว่า เขาดูผิดแผกไป บางกิ่ง ชลูดลง บางกิ่งก็ปรักหักพัง สีของลำต้น ซีดเชียว

  ผู้เขียนจอดรถ แล้วนำกล้องถ่ายรูปขึ้นมา เก็บภาพมุมต่างๆเอาไว้...ต้องเก็บ เอาไว้เป็นที่ระลึก เพราะยิ่งเก็บภาพไปเรื่อย คำตอบทึ่ผุดขึ้นมาในใจ ก็ได้ยินแต่ว่า ต้นยางตายแล้ว

           ไม้น่าเชื่อว่าไม้หนุ่มต้นหนึ่ง ลำต้นแข็งแรง เวลาเดินไปอยู่ใกล้ๆ เขาจะสะบัดใบเล่นลม ดังซู่ๆ เป็นทำนองเพลงแห่งธรรมชาติ ให้ได้รับฟังกัน มาบัดนี้ จะยืนต้นตาย อย่างเดียวดายอย่างที่เห็น

 เมื่อเข้าใกล้เพื่อนไม้ สำรวจตรวจตรา จึงได้เห็นรอยสีดำ เหมือนไฟไหม้จากโคนต้นขึ้นไปด้านหนึ่ง เด่นชัดและลึกมาก

 ที่จริงประมาณ สองปีมาแล้ว ที่ผู้เขียนเห็นรอยนี้ แต่ก็ไม่คิดว่า มันจะทำอันตรายแก่ยางเจ้าได้

ผู้เขียนคิดผิด เพราะรอยนี้ไม่เคยจางลงเลย บางวันดูดำคล้ำเหมือนถูกเพิ่มรอยไปเมื่อคืนที่ผ่านมา แต่ก็ไม่ร่องรอยแห่งควันไฟ ว่าจะถูกโหมด้วยไฟอีกครั้งหรือ เรียบสนิท แต่ยางกลับเจ็บลึกเข้าไปทุกที

หรือเขาจะมีวิธีการซ้ำเติม ให้ยางบาดเจ็บรุนแรงขึ้นไปเรื่อยๆ ที่ไม่มีใครสังเกตรู้ เขาฆากรรมไม้ยางนี้ อย่างใจเย็น และให้ยางค่อยๆขาดใจตายลงไป ระยะหลังผู้เขียนก็เคยสังเกตเหมือนกัน ว่าทำไมดูยางเหงาๆ ใบเริ่มน้อยลง ไม่ค่อยจะผลิใบเพิ่มเติม เหมือนป่วยเรื้อรัง เคยคิดจะถ่ายรูปเอาไว้ แต่แล้ว ก็ไม่

น่าเสียดาย

    วันนี้ ผู้เขียนได้สะดุดตาเป็นอย่างยิ่ง และรู้สึกใจหาย เมื่อเห็นกันชัดๆว่า ไม้ยางตายสนิทเสียแล้ว ไม้มีใบสักใบ จะติดต้น กิ่งสาขาที่กางออกไปอย่างสง่างาม กลับหักห้อยเพียงลมกระโชก บางกิ่งยังหักคาต้นแบบนั้น วันนี้แม้จะเดินเข้าใกล้ยางสักขนาดไหน ก็ไม่มีโอกาส ฟังเพลงใบไม้ไหว้ของเขาอีกแล้ว

    ยางต้นนี้ เสียหายไม้ถึง ๑๐ เปอร์เซนต์ ทั้งลำต้นยังมีค่ามหาศาล สำหรับใครบางคน ไม่นาน ต้นยางก็จะโค่นล้ม และถูกแปรสภาพไป อย่างไม่มีใครทักท้วง เพราะต้นยางตายแล้ว

     จึงขอเก็บภาพเป็นที่ระลึกครั้งสุดท้าย ว่าครั้งหนึ่ง ณ ที่ตรงนี้ เคยทำให้ไม้ยางต้นหนึ่ง งอกงามนักหนา มีความสวยงามต้องตา และกิเลสมนุษย์ จนสุดท้าย ก็เกิดเหตุให้ยางบาดเจ็บ ด้วยระยะเวลาอันยาวนาน จนต้องยืนสิ้นลมในวันนี้

จะเป็นแค่เรื่องธรรมชาติ ว่าสักวันทุกสิ่ง ก็ต้องดับไป ก็อาจจะใช่ แต่กับยางต้นนี้ ผู้เขียนมองเห็นบางสิ่ง ที่เกิดขึ้นมาในใจมนุษย์ผู้กระทำ ว่ามันช่างหนักหนา จนยากจะดับลงง่ายๆในชาตินี้ คือความโลภ ความอยาก ที่เกินกว่าจะห้ามใจนั่นเอง

ขอไว้อาลัย แด่เพื่อนยาง ผู้จากไป