วันที่ปิล๊อกและเหมืองสมศักดิ์อยู่ใต้หมอกฝน

  แผนการท่องเที่ยวกาญจนบุรีเป็นที่แพร่ไปอย่างรวดเร็ว  ด้วยว่ากันว่าเหมืองสมศักดิ์เค้าว่าไปกันยากนักยากหนา ต้องมีโฟร์วีลล์เท่านั้น ที่พักแน่นเอี๊ยดโดยเฉพาะหน้าหนาว เรื่องราวที่เราจะไปเหมืองสมศักดิ์ในหน้าฝนจึงเป็นข่าวที่รู้กันไปทั่ว  และข่าวนี้ก็แพร่ไปถึงพี่สุพิน พี่บรรณารักษ์ผู้ใจดีของเรา ซึ่งมีภูมิลำเนาเป็นชาวกาญจนบุรี ซึ่งเป็นที่มาของบันทึกฉบับนี้

พี่สุพิน หรือพี่พิน น่ารักมากตั้งแต่หอบไกด์บุ๊คแนะนำที่ท่องเที่ยวกาญจนบุรีให้เราหลายเล่ม เพื่อศึกษาเส้นทาง พร้อมคำแนะนำดีดี ทำให้ทริปนี้เป็นที่ประทับใจสมาชิกแก๊งค์มาก ไม่แค่นั้นนะ พี่พินแว่วเสียงมาบอกว่า อยากไปเหมืองสมศักดิ์ด้วยจังเลย ตัวเองเป็นกาญจน์แท้ๆ แต่ไม่ค่อยได้เที่ยวกาญจน์เลย โดยเฉพาะปู่น้อยคู่ชีวิตของพี่พิน แอบบอกมากับอ้อมว่า เป็นตาสนุกแท้....แน่นอน...ต้องสนุกอยู่แล้ว 

  • ไปด้วยกันมั๊ยหล่ะ....คำชวนจากทริปเรา เมื่อทราบว่าพี่พิน และปู่น้อยจะกลับไปเยี่ยมบ้านในวันที่ 6-8 กค. เยี่ยมบ้านแล้วตามไปสิพี่พิน ไม่ทันที่เหมืองก็ไปสังขละด้วยกัน พี่พินบอก เธอเอ้ยไม่ได้หล๊อก เดี๋ยวยายปรุงงอน มีงอนแน่ถ้าไม่นอนบ้าน

เอาเป็นว่าน้องๆเอาบรรยากาศของเมืองสมศักดิ์ในม่านหมอกหลังฝนตก ซึ่งกลืนหมู่บ้านปิล๊อกไปทั้งหมู่บ้าน น้ำตกเขาแปซึ่งเป็นน้ำตกที่เกิดจากการแปรธารน้ำมาล้างแร่สมัยทำเหมือง และบรรยากาศบ้านป้าเกล็นมาฝากก็แล้วกัน  น้องหน่อยเขียนบันทึกความทรงจำ กล่าวถึงใครบ้าง อ่านจากบันทึกนี้ http://gotoknow.org/blog/formal2/277234

  •  บ้านป้าเกล็น หรือเหมืองสมศักดิ์ ขึ้นชื่อในเรื่อง Cake ตำนานการทำเหมือง และการตกแต่งในสไตล์ที่แปลกตา
  •  
  • อาหารกล่องมื้อเที่ยงที่ทางเหมืองจัดให้ ก่อนนำไปชมบรรยากาศหน้าหมู่บ้านปิล๊อก และไปทานน้ำชายามบ่าย

  •  รถรับส่งจากทางเหมือง และบรรยากาศพี่น้องและผองเพื่อน ในม่านหมอกหน้า ม.ปิล๊อก

ใครหล่ะคือ ยายปรุง ยายปรุงคือพี่สาวของพี่พินค่ะ เราได้ยินชื่อนี้จากปากพี่พินซึ่งเป็นน้องสาวของแกเอง และจากปากของน้องอ้อม...ที่เคยไปเยี่ยมบ้านพี่พินเพียงไม่กี่วัน แต่กลับสนิทสนมกลมเกลียวกับยายปรุง จนถึงขั้น นำมาเล่าต่อ ยายปรุงหน่ะทำกับข้าวอร่อยและ ณ วันนี้เราเองก็ยังไม่มีโอกาสไปสวัสดียายปรุง แหมอุตส่าห์ไปถึงบ้านพี่พินแล้ว พี่พินบอกว่าบ้านพี่พินอยู่ที่ อ.ท่าม่วง ต้องออกไปอีก และเวลาที่เราเวียนมาบรรจบกันนั้นล่วงเลยไปเย็นย่ำแล้ว เอาไว้โอกาสต่อไปก็แล้วกัน

ปู่น้อยและพี่พิน ปลีกเวลาจากครอบครัว หาซื้อกบทอดมาฝาก พร้อมตั้งใจจะมาเป็นเจ้ามือ...หุหุ  คิดรึว่าเราจะรู้ไม่ทัน...แค่มาหาก็ปลื้มจะแย่แล้ว สำหรับกบทอดกระเทียมพริกไทย หลายคนอาจจะไม่คุ้นเคย แต่รสชาติเหมือนเนื้อไก่ เผลอๆ เบียร์เย็นๆ หมดไปกี่ขวดไม่รู้  แถมมีตะกร้าอาหารฝีมือป้าปรุงมาฝากเราอีก 1 ตะกร้า ประกอบด้วยน้ำพริกกะปิและผักลวก ปลาทู ชะอมชุบไข่ทอด  โห...งานนี้ซาบซึ้งกับคำว่า ป้าปรุงทำกับข้าวอร่อยจริง ๆ น้องยุ ยึดทัปเปอร์แวร์น้ำพริกไว้ จักจั่นหน้าแดงจากพิษของพริกลูกโดด น้องเอบอกเอาผักลวกมาทางนี้ คุณครูแอ๊วและกุ๋มกิ๋มบอกอร่อยๆ ไปพลาง กินไปพลาง ว่าไปแล้วทำให้หลงลืมที่จะตักอาหารหลากหลายเมนูที่สั่งจาก ร้านไทยเสรีเข้าปาก ซึ่งคนอ้วนอย่างเรายอมรับว่าอาหารร้านนี้อร่อยมาก ราคาก็เหมาะสม แต่น้ำพริกยายปรุงก็แซงโค้ง (ร้านไทยเสรี อยู่ถนนสองแคว เลยตลาดไนท์มา  โทร. 034-511-425 เป็นห้องปรับอากาศ)

 

  • ขอบคุณนะคะ...สำหรับน้ำพริก และน้ำใจของพี่ๆ แค่มาเจอกัน หอบอาหารมาให้ทานก็ทำให้เราประทับใจม๊ากมายแล้ว คงไม่น้อยใจหรอกนะคะที่เราไม่ให้เป็นเจ้ามือ

ยังไม่จบสำหรับเส้นทางของปู่น้อยและพี่พินที่หมุนเวียนมาบรรจบกับเรา...เช้าวันสุดท้ายของทริป พี่พินโทรมาบอกจะไปสตูดิโอพร้อมมิตรกับเรา เย้ๆ ดีใจจัง...แล้วกลับขอนแก่นพร้อมกันเนาะ

พี่พินกะปู่น้อย พาเราไปสตูดิโอพร้อมมิตรที่เป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์เรื่องพระนเรศวร คุณครูแอ๊วได้นำเสนอไว้ในชื่อ มามะ มาตะลุยโรงถ่ายพระนเรศวรกัน พร้อมส่งท้องม้วนสดให้เราบริโภคกันทั้งรถตู้....ไอ้เรารึแอบดีใจที่จะได้เที่ยวด้วยกัน แหม...ในขณะที่น้องๆ  เห่อ Location ใหม่ แย่งกันถ่ายรูปนั้น ปู่น้อยกับพี่พิน ก็แอบไปจัดการค่าบัตรเข้าชมให้เราซะแล้ว พร้อมกับบ๊ายบาย ปล่อยให้พวกเราเที่ยวกันเองตามประสาเด็กตาดำๆ....

  • ขอบคุณมากมายสำหรับทุกสิ่งทุกอย่างนะคะสำหรับปู่น้อย พี่พิน และยายปรุง รวมถึงเส้นทางที่ทำให้เราได้เวียนมาบรรจบกัน แม้ว่าจะน้อยไปนี๊ดหนึ่ง...แต่ก็เป็นที่ซาบซึ้งอย่างมาก... ระวังนะคะ ทัวร์ป่วนโลกคณะนี้จะติดใจ...แล้วมันจะไปอีก...

  • พี่สุพินและปู่น้อย เจ้าบ้าน ณ สตูดิโอพร้อมมิตร

ในบรรยากาศเมืองอโยธยา และหงสาวดี ในภาพบนตร์พระนเรศวร

เหมืองสมศักดิ์ ห่างจากสภต. ปิล๊อกประมาณ 5.5 กม. ทางค่อนข้างลำบาก ทางเหมืองแจ้งสารสนเทศว่าให้ใช้เฉพาะโฟร์วีลล์ หากไม่มีโฟร์วีลล์ สามารถฝากรถไว้ที่สภต.ปิล๊อกได้ คนท้องถิ่นและนายร้อยเวรบอกว่าปลอดภัย เราเองก็ให้คนรถตู้พักที่นี่ มีห้องน้ำและน้ำร้อนบริการ ขอเพียงทุกคนช่วยกันรักษาความสะอาด...อย่างนี้สิ ตำรวจไทยเป็นมิตรกับประชาชน

                                  ม่านหมอกหลังฝนตก ทำให้ฤดูฝนที่ปิล๊อกเป็นความทรงจำที่ดี

 

คุณชาลี ผู้จัดการเหมืองสมศักดิ์ นัดเราให้มาถึง สภต.ปิล๊อกก่อนเวลา 12.00 ที่นี้คิดค่าบริการเป็นแพ๊กเกจ 1,200-1,600 บาท รวมอาหาร 4 มื้อ(เที่ยง, เย็น+BBQ, เช้า+เที่ยง) อาหารว่างประเภทชากาแฟ เค้ก มีเสิรฟ์ ตลอดเวลา อาหารไม่มีเมนูให้เลือก ทางเหมืองจัดมาให้ รับรองทานได้ทุกคน แบบอิ่มแปร้ๆๆๆๆๆ แพ๊คเกจนี้รวมการนำเที่ยวในบริเวณใกล้ๆ ด้วย

  • ป่าในช่วงฝนและน้ำตกที่ทางเหมืองสมศักดิ์นำไปชม

หน้าหนาวจะเป็นไฮซีซั่น เพราะเที่ยวได้คุ้ม...ไม่ต้องมีฝนมาเป็นอุปสรรค บางครั้งฝนที่นี่ ระรึมเป็นสิบวัน ไม่หนัก แต่ระรึม ระรึม ตลอดวัน เหมืองสมศักดิ์จุคนได้เต็มที่ 30 คน หากแต่เป็นกรุ๊ปเดีวยกันอาจรับได้ถึง 40 คน ทั้งนี้เพื่อความสะดวกสบายจากการดูแลที่ทั่วถึงและลูกค้าไม่รบกวนกัน ...เห็นแมะว่า คิวจะทองขนาดไหน

  • จุดชมวิวก่อนถึง สภต.ปิล๊อก นางแบบ ตากล้อง และธงชาติไทย ก่อนสุดเขตแผ่นดินตะวันตก

                     

 เดิมที่นี่ทำเหมืองดีบุกและวุลแฟลม ก่อนมาเราถามกันว่า เหมืองสมศักดิ์ทำเหมืองอะไร? คนขับรถตู้อยากตอบ...ทำเหมืองแร่....แป่ว แป่ว หึหึ อยากตอบ ... พอว่างเว้นจากภารกิจคุณชาลีก็แวะมาดูแลถามไถ่พวกเราอย่างเป็นกันเอง พร้อมเล่าเรื่องการทำเหมืองให้ฟังว่า ธารน้ำที่ไหลผ่านที่พวกไปแอ๊คชั่นถ่ายรูปนั้นเป็นน้ำที่ใช้ฉีดแร่ คนงานที่นี้ชอบหน้าฝนมาก เพราะทำงานได้มาก น้ำยิ่งมากยิ่งดี ปั่นไฟ...เปิดหน้าดิน...จิปาถะ  เล่าเรื่องแต่หนหลังที่ดีบุกหาบละ 3,500 บาท ขนาดดาม ดัสกร ดารารุ่นก่อนก็หอบเงินมาลงทุนที่นี่  การใช้ชีวิตเหมือนพวกเคาบอยในยุคตื่นทองในอเมริกา เดินไปก็พบเศษทอง....มิน่าเป็นที่มาของทองผาภูมิ...เฮ้อ เรื่องเล่าของคุณชาลี...เป็นอะไรที่ทำให้เรามาถึงเหมืองสมศักดิ์จริงๆ

สงสัยต้องไปอีกแน่แท้...คราวนี้พี่พินกับปู่น้อย ต้องหนียายปรุง...ตามไปให้ได้นะคะ