เด็กโง่ หรือ.....

        "คุณแม่คะ วันนี้น้องกันสอบไม่ผ่านนะคะ"

        เพื่อนร่วมงานรุ่นน้องคนหนึ่งเล่าให้ฟังเมื่อตอนเราเจอกันเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ว่าลูกชายหัวแก้วหัวครก (เราอยู่ใต้ ต้องอนุรักษ์ของใต้ครับ) ของเธอที่กำลังเรียนหนังสือชั้นอนุบาล 1 ที่โรงเรียนแห่งหนึ่ง สอบวิชาภาษาไทยไม่ผ่าน

        เรื่องมันมีที่มาที่ไปอย่างนี้ครับ

        คุณครูแจ้งมาว่าจะมีการสอบวิชาภาษาไทย โดยให้เด็กรู้จักพยัญชนะไทยตัว ก ถึง ซ ดังนั้นคุณแม่ผู้น่ารักก็เริ่มติวลูกชายหัวแก้วหัวครกคนนี้ โดยให้ลูกรู้จักตัวอักษรดังกล่าวด้วยการสอนให้รู้จักตัวอักษรจริงๆ เช่น หยิบตัว ก มา ลูกก็บอกว่า ก.ไก่ หยิบตัว ง มา ลูกก็บอกว่า ง.งู เอาเป็นว่า คืนก่อนวันสอบจริงนั้น เจ้ากันจังเธอรู้จักพยัญชนะทุกตัวตามมาตรฐาน 100 เปอร์เช็นต์ครับ

        "คุณแม่คะ วันนี้น้องกันสอบไม่ผ่านนะคะ" "จริงเหรอคะ" (ทำราวกับว่าไม่เชื่อหูตัวเองอย่างนั้น) "แล้วคุณครูสอบกันยังไงเหรอคะ น้องกันรู้จักพยัญชนะทุกตัวเลยนะคะ" คุณครูก็บอกว่า "น้องกันท่อง ก.ไก่ถึง ซ.โซ่ ไม่ได้ค่ะ ได้แค่ ค.ควาย เท่านั้นเอง" โธ่ถังสัปปะรังเคเตือกเหงือกร่นขนร่วง น้องกันสอบตกเพราะท่องตัว ก.ไก่ ไม่ถึง ซ.โซ่ เท่านี้เองครับ น้องกันโง่อิ๊บฮายเลย

        ท่านผู้อ่านครับ ท่านท่องก.ไก่ถึง ฮ.นกฮูกได้ไหมครับ จำได้ไหมว่าครั้งหนึ่งเราเคยท่องกันมานมนาน

        ก.เอ๋ย ก.ไก่         ข.ไข่อยู่ในเล้า

        ฃ.ขวดของเรา      ค.ควายเข้านา

        ฅ.คนขึงขัง          ฆ.ระฆังข้างฝา (คนใต้บางคนอาจจะออกเสียงว่า ข้างขวา)

        ง.งูใจกล้า            จ.จานใช้ดี

        ฉ.ฉิ่งตีดัง             ช.ช้างวิ่งหนี

        ซ.โซ่ล่ามที          ฌ.เณอคู่กัน

        ญ.หญิงโสภา       ฎ.ชฎาสวมพลัน

        ฏ.ปฏักหุนหัน       ฐ.ฐานเข้ามารอง

        ฑ.มณโฑหน้าขาว ฒ.ผู้เฒ่าเดินย่อง

        ณ.เณรไม่มอง       ด.เด็กต้องนิมนต์

        ต.เต่าหลังตุง       ถ.ถุงแบกขน

        ท.ทหารอดทน     ธ.ธงคนนิยม

        น.หนูขวักไขว่      บ.ใบไม้ทับถม

        ป.ปลาตากลม      ผ.ผึ้งทำรัง

        ฝ.ฝาทนทาน       พ.พานวางตั้ง

        ฟ.ฟันสะอาดจัง     ภ.สำเภากางใบ

        ม.ม้าคึกคัก  ย.ยักษ์เขี้ยวใหญ่

        ร.เรือพายไป ล.ลิงไต่ราว

        ว.แหวนลงยา       ศ.สาลาเงียบเหงา

        ษ.ฤาษีหนวดยาว ส.เสือดาวคะนอง

        ห.หีบใส่ผ้า  ฬ.จุฬาท่าผยอง

        อ.อ่างเนืองนอง     ฮ.นกฮูกตาโต

       

        จะเห็นว่าบทที่ท่องนั้นมีคำสัมผัสคล้องจองกันอย่างสวยงาม ไพเราะเพราะพริ้ง ผมแทบจะลืมไปแล้วจนกระทั่งเมื่อลูกวสาวเริ่มเรียนหนังสือ เลยต้องวิ่งหาหนังสือ ก.ไก่ รุ่นสำนักพิมพ์ประชาช่าง ที่หน้าปกเป็นสีส้มๆ มีรูปเด็กนั่งเล่นของเล่นอยู่ไงครับ

        เชื่อไหมว่า ที่โรงเรียนของน้องกันเขาไม่ได้สอน ก.ไก่ แบบชนิดที่มีสร้อยตาม มันเป็นแบบนี้ครับ ก.ไก่ ข.ไข่ ฃ.ขวด ค.ควาย ฅ.คน...แห้งๆแล้งๆ กับเด็กอนุบาล 1 อายุราว 3-4 ขวบปีแรกของชีวิต ช่วงเวลาที่เด็กต้องรักการเรียน รักภาษาไทย รักคุณครู รักการอ่านหนังสือ รักที่จะเข้าสังคม รักอะไรอีกมากมายเท่าที่เขาจะไม่รู้สึกว่ามันน่าเบื่อ

        เจ็ดปีที่แล้ว ตอนที่น้องแตงกว่า ลูกสาวของพี่เปิ้ลเตรียมตัวจะเข้าเรียนหนังสือ เราได้ไปกรุงเทพด้วยกัน ผมเลยได้มีโอกาสอ่านหนังสือ ก.ไก่ ให้เธอฟังก่อนนอน อ่านไปก็ทำท่าไปเพื่อประกอบตัวอักษรและเพื่อความมันแบบผม เช่น ก.เอ๋ย ก.ไก่ พร้อมกันนั้นก็ทำท่าไก่กุ๊กๆ ข.ไข่อยู่ในเล้า ว่าแล้วก็ทำท่าเอามือมารองกันเป็นเล้าไก่ เป็นต้น เล่นกันจนถึง ฮ.นกฮูกตาโต ที่น้าแป๊ะทำท่าเป็นนกฮูกใส่แว่นตา แตงกวาคงจะชื่นชอบเอาอย่างแรง เพราะเช้าวันต่อมาที่เธอกับครอบครัวต้องเดินทางไปอีกจังหวัดหนึ่ง แตงกวาเรียกหม่าม๊าให้ดูเธอทำท่าประกอบก.ไก่อย่างภาคภูมิใจ

        ครั้นเมื่อได้เข้าโรงเรียนจริงๆ เธอก็วิ่งไปหาคุณครูด้วยความภาคภูมิใจว่าเธอท่องก.ไก่ได้แล้ว ว่าแล้วก็ทำท่าแบบน้าแป๊ะให้คุณครูดูอย่างฉะฉาน เพียงครู่หนึ่ง คุณครูอันเป็นที่เคารพก็เบรกน้องแตงกว่าแล้วบอกว่า "แตงกวาไม่ต้องทำท่าแบบนี้ เดี๋ยวครูสอนใหม่ให้เอง ต้องอย่างนี้ ก.ไก่ ข.ไข่ ฃ.ขวด ค.ควาย..........ฮ.นกฮูก ต้องอย่างนี้ เขาใจไหมแตงกวา" เข้าใจไหมเพื่อนมนุษย์ เข้าใจความผิดหวังไหมเพื่อนพ้องน้องพี่ เข้าใจไปถึงหัวใจของเด็กอนุบาลหนึ่งที่หอบความภาคภูมิใจมาอย่างเต็มเปี่ยม ฉับพลับมันก็ดับวูบลงไปไหมครับ บางคนอาจจะบอกว่า ผมอ่อนไหวเกินไปหรือเปล่า อาจจะใช่ เพราะผมรู้สึกเสียใจอย่างรุนแรงกับสิ่งที่พี่เปิ้ลเล่าให้ฟังในครั้งนั้น

        มาถึงน้องกันกันอีกครั้ง ผมเลยอยากจะถามว่า กันจังโง่ไหม โง่ที่ไม่สามารถท่องก.ไก่ ถึง ซ.โซ่ได้ ทั้งๆที่กันจังรู้จักมันทุกตัว แต่จำลำดับที่แห้งๆของมันไม่ได้ จำรากเหง้าของลำดับอักษรของบ้านเกิดตัวเองไม่ได้

        ใครหนอที่เคยสอนผมว่า เด็กๆต้องเรียนแบบหลากหลายรูปแบบ เรียนโดยใช้สีสัน เรียนไปเล่นไป เล่นไปเรียนไป สอนเด็กต้องสอนอย่างน่าสนใจ เพราะสมาธิของเด็กหลุดง่าย ปรัชญาของการเรียนการสอนต้องมุ่งเน้นให้เด็กแสดงออก เด็กคิด เด็กอยากรู้ และเด็กถาม แล้วนี่เกิดอะไรขึ้นครับ แล้วหลักในการประเมินวัดผลของโรงเรียนควรเป็นแบบใด เป็นแบบที่ไม่ต้องสนใจกระบวนการเรียนรู้ของเด็กเลยกระนั้นหรือ เป็นแบบที่ไม่ต้องรู้ว่ากันจังรู้จักอักษรมันทุกตัว ไม่ต้องสนใจมันหรอก

        เป็นอันว่า จบการสนทนาในวันนั้น ก็ต้องไปกอดลูกสาวที่รักทั้งคู่ อ่านหนังสือให้คุณจ้าฟัง และหลังจากที่พี่แป้งหลับไปแล้ว ผมก็มากอดน้องจ้า ร้องเพลงให้เธอฟัง "ก.เอ๋ย ก.ไก่ ข.ไข่อยู่ในเล้า....." ลูกสาวก็หลับไปอย่างอิ่มเอม ลูกสาวของผมโชคดีจังที่ไม่โง่ แต่เอ๊....เธออาจจะโง่แบบสุดโต่งก็ได้ หากไปเรียนที่เดียวกับกันจัง ใช่ไหมครับ