สวัสดีค่ะ....คุณธนพันธ์

ตอนนี้ลูกสาวของดิฉันอายุ 3.6 ปี ดิฉันคิดว่าน่าจะเข้าโรงเรียนได้แล้ว แต่คนอื่นๆ ในบ้านบอกว่าน่าจะให้ไปสัก อนุบาล 2 หรือ 3 ดีกว่า เพราะกลัวว่าเด็กยังไม่พร้อมแต่เราผลักภาระไปให้โรงเรียน อนุบาล 1 น่าจะสอนเองที่บ้านก็ได้ แต่พอสอนเรื่องสี หรือ ตัวเลข แกก็จะไม่เอาร้องไห้ อาละวาดบอกไม่เอาท่าเดียว ดิฉันสอนลูกไม่ได้น่ะค่ะ แล้วหลายโรงเรียนที่ตั้งใจจะให้เข้า เขาก็ไม่รับกลางคัน เพราะต้องเรียนอนุบาล 1 ตั้งแต่แรก แล้วตอนนี้ดิฉันก็ยังไม่ได้พาลูกไปสมัครเรียนที่ไหนแบบนี้จะทำยังไงดีค่ะ ดิฉันมีความรู้สึกว่าลูกจะเครียดมาก หากบอกว่าให้ไปโรงเรียนเหมือนไม่มีความสุขเลยค่ะ

พอได้อ่านโพสต์ที่คุณให้ โรงเรียนอนุบาลนกฮูก แล้วรู้สึกว่าเป็นโรงเรียนที่น่าเรียนแต่ดิฉันอยู่ อำเภอสะเดา ค่ะ มีไม่กี่โรงเรียนให้เลือก แล้วส่วนใหญ่ก็เป็นโรงเรียนทั่วไปที่เน้นให้เด็กอ่านออก เขียนได้ ถ้าจะให้ไปหาดใหญ่ก็คงไปส่งไม่ไหว เพราะไกล

ดิฉันเลยอยากถามว่าควรไม่ที่จะให้ลูกอยู่ที่บ้านไปก่อน

เมื่อถึงเวลาแล้วแกพร้อมที่จะไปโรงเรียนเอง แล้วจะเรียนทันเพื่อนหรือเปล่าค่ะ

.....................................................................................

สวัสดีครับคุณ....

เป็นปัญหาหนักอกจริงๆเลยนะครับ

อันที่จริงแล้ว ผมเองก็ไม่ได้เป็นจิตแพทย์หรอกนะครับ ไม่รู้เหมือนกันว่าจะแก้ปัญหานี้ได้อย่างไร บริบทของครอบครัวเราไม่เหมือนกัน

แต่คำแนะนำก็คือ คนเราไม่จำเป็นต้องเรียนหนังสือเมื่ออายุเท่ากันทั้งหมด เช่น 3 ขวบกว่า ต้องเข้าอนุบาล 1 แต่ควรจะเข้าเมื่อมีความพร้อมทางด้านจิตใจครับ จะ 4 ขวบแล้วเรียน อ. 1 ไม่ได้หมายความว่าลูกเราจะเป็นเด็กโข่งนะครับ ในทางกลับกัน เด็กที่อายุมากกว่าเพื่อน จะมีวุฒิภาวะมากกว่าลูกคนอื่นมากเลยครับ อันนี้ confirm

อีกอย่าง หากเราไม่สามารถสอนลูกได้ ก็ต้องพาไปโรงเรียนนั่นแหละครับ แล้วก็ใจแข็งไว้ เพราะลูกร้องขี้แตกขี้แตนแน่นอน แต่อย่าลืมว่า ทุกคนต้องผ่านกระบวนการนี้ทั้งนั้น ร้องไห้เดี๋ยวก็หยุด และยอมรับการเรียนในที่สุด ที่สำคัญก็คือ เด็กต้องเข้าใจว่า แม่จะไม่ทิ้ง นั่นคือ ไปรับให้ตรงเวลาที่สุด เร็วที่สุด ผ่านไปไม่นานก็ดีเอง

ลูกสาวคนโตของผม ร้องไห้ทั้งวันอยู่ราว 1 เดือนครับ เธอเก่งไม่ใช่เล่น ฮ่า ฮ่า เดี๋ยวนี้ ไปรับเป็นคนสุดท้ายก็ไม่โวยวาย

ได้เรื่องได้ราวไหมครับ

ขอโทษหากตอบได้ไม่โดนใจนะครับ

ธนพันธ์

สวัสดีค่ะ

ขอบคุณน่ะค่ะ ที่ตอบ mail ดิฉันอยากรู้จัก โรงเรียนอนุบาลนกฮูก น่ะค่ะ ไม่ทราบว่ามีข้อมูลให้บ้างไหมค่ะ ค่าเทอมเท่าไหร่ค่ะ โรงเรียนเค้าคงดีแน่ ๆ เลย เห็นมีทั้งลูกคุณหมอ ลูกเภสัชฯ ไปเรียนกันทั้งนั้น อยากให้ลูกได้มีคุณภาพชีวิตที่ดีน่ะค่ะ

.....................................................................................

ค่าเทอมสำหรับอนุบาล เทอมละ 22472 ครับ รับเด็กไม่เกินปีละ 20 คนเท่านั้น

จะเข้าระหว่างปีก็ได้ ไม่จำเป็นต้องอนุบาล 1 เสมอไป

แนะนำว่า อยากให้ลูกเรียนที่ไหน เราต้องไปคุย ไปดู มากๆครับ ต้องให้ตรงจริตเราครับ

โรงเรียนนี้สอนน้อย เล่นมาก พวกหมอจึงเอาลูกไปเรียนครับ

เบื่อไอ้พวกโรงเรียนที่ชอบให้เรียนมากๆ การบ้านเยอะๆ ตัดผมถึงติ่งหู มาโรงเรียนตรงเวลาเป๊ะ

จริตผมค่อนข้างขบถหน่อยๆครับ จึงไปอยู่ที่โรงเรียนนี้ได้

.......................................................................................

สวัสดีค่ะ คุณธนพันธ์

คงไม่เป็นการรบกวนน่ะค่ะ ที่ดิฉัน mail มาคุยและขอคำปรึกษาน่ะค่ะ

ตอนนี้ดิฉันตัดสินใจแน่วแน่แล้วค่ะ ว่าปีการศึกษานี้คงไม่ให้ลูกสาวไปโรงเรียน

ดิฉันจะเลี้ยงแกเอง เพราะถ้าหากจะพูดว่าสอน ก็คงไม่ต่างกับโรงเรียนที่ต้อง เข้มงวด ให้เด็กหัวฟู กลับบ้านทุึกวัน

เพราะก่อนหน้านี้ดิฉันจะบังคับให้แกชี้ อ่าน ก ไก่ หรือ ตัวเลข ไปทีละตัว เครียดกันทั้งแม่ทั้งลูก สุดท้ายไม่ได้อะไรเลย

ลูกก็ร้องไห้ แม่ก็โมโห เพราะดิฉันเอาไปเปรียบเทียบกับหลานอีกคน อายุเท่ากันเลยค่ะ เขาไป ร.ร.ตั้งแต่ 2.10 ปี

(เรียนที่ ร.ร.สารศาสตร์ สุวรรณภูมิ) ทุกวันนี้ สะกด คำได้บ้างแล้ว ดูซิค่ะคุณ ส่วนลูกเรา ยังไก่ กา กระโดด โลดเต้น ลันล้า อยู่เลย

ยอมรับค่ะว่าก่อนหน้านี้เครียดจริง ๆ แต่ตอนนี้เหมือนคิดได้แล้วว่า ลูกน่ะ ไม่ใช่ Robot ที่จะตั้งโปรแกรมอะไรก็ได้ตามใจแม่

ช่วงนี้ก็เลยจะหาที่เรียนวาดรูป เรียนดนตรี หรือพาไปว่ายน้ำ บ้าง คงเป็นกิจกรรม แบบนี้ไปก่อนน่ะค่ะ วันหนึ่งทำกิจกรรมเหล่านี้

สัก 2-3 ชม. ก็พอ ดิฉันโชคดีน่ะค่ะ ที่ลูกไม่ ดูทีวี เลย แต่หลาน ๆ ของฉันทุกคนเลยค่ะ ดูทุกรายการที่มี ตัวการ์ตูน ตัวละคร รู้จักหมด

บางครั้งเหมือนลูกดิฉันเชย น่ะค่ะ พอรวมกลุ่มกัน นั่ง เหวอ ไม่รู้จักสักตัว

คุณธนพันธ์ พอจะแนะนำที่เรียนดนตรี ให้บ้างได้ไหมค่ะ เรียนตามบ้าน ตัวต่อตัว ได้ยิ่งดีค่ะ แล้วที่อนุบาลนกฮูก ครูดนตรี

เขารับสอนที่บ้านด้วยไหมค่ะ อยากให้ไปเรียนน่ะค่ะ ขอบคุณในความกรุณาค่ะ

......................................................................................

อายุขนาดละอ่อนนี่ ไปเรียนดนตรี ผมก็ไม่รู้ข้อมูลเหมือนกัน ว่าจะฟังครูรู้เรื่องไหม และไม่ทราบเหมือนกันครับว่ามีครูสอนตามบ้านบ้างไหม เพราะเท่าที่รู้จักนั้น ไม่มีครับ

ใจเย็นๆครับ

ไม่ต้องเรียน ลูกก็ไม่โง่ครับ เพราะตอนนี้ เขาอยู่ในวัยเล่นมากกว่าเรียน จริงๆแล้ว เล่นนี่เรียนสุดๆเลยนะครับ

ตอนลูกผมเล็กๆนี่ พาไปเที่ยวเยอะมาก เราไปประชุมก็กระเตงมันไปด้วย ถึงไหนถึงกัน พักร้อนพาลูกเที่ยวก็มาก เป็นที่รู้กันว่า เปิดเทอมเมื่อไหร่ ผมจะให้ลูกลาพักผ่อนไปเที่ยวกับพ่อแม่เสมอๆ จนคุณครูจำได้แล้วครับ ย้ำ เราเที่ยวกันตอนเปิดเทอมครับ เพราะคนเที่ยวน้อยดี (เพี้ยนและขบถดีไหม)

เห็นไหม เรื่องเรียนนี่จิ๊บจ๊อยมากๆ

เที่ยว = เรียน

เล่น = เรียน

.........................................................................................

สวัสดีค่ะ

อีก 1 สาเหตุที่ไม่อยากให้ลูกไปโรงเรียนก่อน เพราะแก ตัวเล็กมาก เลยน่ะค่ะ ทั้งน้ำหนักและส่วนสูง

ตกเกณฑ์มาก อายุ 3.7 ปี น้ำหนัก 12.5 ก.ก. ส่วนสูง 95 ซม. คนอื่น เขาคิดว่า 2 ขวบกันทั้งนั้น พาไปหาหมอ

ที่ มอ. ด้านพัฒนาการฯ ไปหลายครั้ง ตั้งแต่อายุ 1ขวบ ก็ไม่เห็นจะได้ผลอะไรเลย ตอนคลอด นน. 2.5 กก.

กินน้อย นอนน้อย alert ตลอดเวลา (กังวลด้วยว่าจะ สมาธิสั้น)

มีคุณหมอท่านนึงที่ รพ.หาดใหญ่ ท่่านแนะนำให้ไป X-Ray กระดูก ดูอายุกระดูกน่ะค่ะ ว่าเท่ากับอายุจริงหรือเปล่า

ไม่งั้นก็คงต้องฉีดฮอร์โมน เพิ่มเข้าไป มันจะอันตรายไหมค่ะ ตัวแค่นี้ ต้องฉีดฮอร์โมนเร่งเลยเหรอ

.......................................................................................

ลูกสาวผม 3ปี 7 เดือน หนัก 12 กิโลกรัม สูง 90 ซม. พ่อแม่มันยังไม่กังวลอะไรเลย

ฉลาดเป็นกรด หัวโตเหมือนปลาช่อน กินของหล่นพื้นได้ ร่างกายก็ยังแข็งแรงสุดๆ

กินข้าวมื้อละ 2 ช้อน นานๆทีจึงจะกินแบบยัดทะนาน (แบบว่าร่างกายคงทนไม่ไหวแล้ว สมองจึงสั่งให้เธอกิน)

พ่อแม่มันเป็นหมอ ลูกสาวทั้ง 2 คนขาดสารอาหารทั้งคู่ บางครั้งหล่นลงมาถึงขั้นที่ 2 ก็ยังไม่เห็นจะเดือดร้อนอะไรเลย

สรุป ทำใจสบายๆเถอะครับ ไม่มีมนุษย์คนไหน เกิดมาเพื่ออดอาหารจนตายหรอกครับ อันนี้ผมถืออย่างนี้จริงๆ เลยอยู่สบายครับ