เรื่องจริงของสุนทรียสนทนาโรงเรียนหนึ่ง

          ช่วงจัดประชุมปฏิบัติการครอบครัวสุขภาวะ   ทางวิทยากรกระบวนการ   ได้ให้แต่ละโรงเรียนประชุมวางแผนการทำงานร่วมกันในการสร้างครอบครัวสุขภาวะของโรงเรียน

          มีโรงเรียนหนึ่ง ใช้วิธีประชุมแบบสุนทรียสนทนาครับ  ผลการประชุมออกมาเป็นดังนี้

          ที่ประชุมบอกว่าก่อนจะไปทำงานข้างนอก  ไปทำงานเรื่องครอบครัว   ต้องมาทำความเข้มแข็งให้โรงเรียนก่อน

          ปัญหาของโรงเรียน คือ   อยู่กันแบบ อึดอัด   เครียด   แบ่งแยก   อันเกิดจากการ ต่างคนต่างพูด   ไม่ค่อยได้พูดคุยกัน แล้วก็ไปตีความเอาเอง

          สิ่งที่ต้องการในโรงเรียน คือ ความจริงใจ  ความสามัคคี  ความรัก และ มิตรภาพ

          วิธีการ คือ ต้อง สุนทรียสนทนากันบ่อยๆ   กิจกรรมสัมพันธ์  ให้ความสำคัญกับความแตกต่างของทุกๆคน

          หลังจากนั้น จึงมาสร้างงานครอบครัวอบอุ่น  ด้วยการวางแผนร่วมกัน การพูดคุยแลกเปลี่ยนเรียนรู้หลังปฏิบัติจริง

          สมาชิกในที่ประชุมของโรงเรียนนั้นยังบอกอีกว่า เสียดายที่โรงเรียนมาไม่ครบทุกคน   ถ้าทั้งโรงเรียนได้มาสุนทรียสนทนากัน ก็จะเป็นเรื่องที่ดีมากๆๆๆๆ

       ( ในวงสนทนา   ผมสังเกตุการณ์อยู่ห่างๆ สังเกตเห็นแต่ละคน ต่างก็พรั่งพรูคำพูดออกมอย่างไม่ขาดสาย   ทุกคนมีสีหน้าสบายใจที่ได้พูด   และคนฟังก็ตั้งใจฟังด้วยความเต็มใจไม่อึดอัด  ไม่ต่อต้าน   ผมว่าคล้ายๆกับการปรับความเข้าใจกันครับ)

         ครับ การทำสุนทรียสนทนาที่ถูกต้องและสมบูรณ์  ก็น่าจะได้ผลการประชุมที่ออกมาดีครับ  แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นผมว่าสุนทรียสนทนา  จะดูเหมือนพูดคุยกันง่ายๆ  แต่ถ้าว่ากันตามจริงแล้ว ในความง่าย  ก็จะมีความยากอยู่ครับ

         ความยากของการประชุมสุนทรียสนทนา คือ

1.        จะต้องเป็นพื้นที่ที่ปลอดภัย 

2.        ผู้เข้าประชุมต้องพร้อมที่จะเปิดใจ

3.        ผู้เข้าประชุมต้องเป็นฟังเป็น (ฟังให้จบโดยไม่ขัดจังหวะ และ จับประเด็นได้)

4.        และ  พูดเป็น ( ไม่พูดเสียดสี  ข่ม  โจมตี  กล่าวโทษ และ ต้องพูด)