ระหว่างที่รอพ.ร.ก. โดยจะออกพันธบัตรออมทรัพย์ กู้ตรงจากสถาบันการเงิน และออกตั๋วเงินคลัง ซึ่งทำได้พร้อมๆ กัน
คลังโล่งเงินคงคลัง มีใช้ถึงก.ค. ตั้งลำกู้เงินชดเชยขาด ดุลระหว่างรอพ.ร.ก. โอฬารจวกนโยบายขึ้นภาษีผิดพลาด

นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง เปิดเผยหลังการประชุมผู้บริหารกระทรวงการคลังว่า ได้หารือแผนรองรับการออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงิน 4 แสนล้านบาทที่ ล่าช้าออกไป โดยสั่งให้หน่วยงานต่างๆ เดินหน้าแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็งเพื่อกอบกู้เศรษฐกิจ เร่งจัดทำรายละเอียดการลงทุน แผนออกพันธบัตร เมื่อศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยออกมา ก็จะเดินหน้าโครงการลงทุนได้ทันที

กรณ์

อย่างไรก็ตาม ในระหว่างที่ยังออกพ.ร.ก.กู้เงินไม่ได้ กระทรวงการคลังก็ยังมีช่องทางหาเงินมาใช้ เช่น สามารถกู้ชดเชยขาดดุลปี 2552 ที่ยังไม่เต็มเพดาน 4.4 แสนล้านบาท มาใช้กระตุ้นเศรษฐกิจได้ และยังมีเงินคงคลังรองรับอยู่อีก 1.1 แสนล้านบาท แต่ก็ยอมรับว่าไม่เพียงพอ จึงต้องการให้ออกพ.ร.ก.เร็วที่สุด ทั้งนี้ การกู้มาชดเชยการขาดดุลจะต้องเริ่มกู้ได้ภายในเดือนก.ค.นี้ เพื่อไม่ให้การขาดดุลงบประมาณเกินพ.ร.บ.วิธีการงบประมาณ และพ.ร.บ.หนี้สาธารณะ แหล่งข่าวสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) เปิดเผยว่า ได้เตรียมแผนการกู้เงินชดเชยขาดดุลในส่วนที่ครม.อนุมัติเพิ่มเติมก่อนหน้านี้ 9.4 หมื่นล้านบาทไปก่อน ระหว่างที่รอพ.ร.ก. โดยจะออกพันธบัตรออมทรัพย์ กู้ตรงจากสถาบันการเงิน และออกตั๋วเงินคลัง ซึ่งทำได้พร้อมๆ กัน ขณะนี้เงินคงคลังเหลือเพียง 8-9 หมื่นล้านบาท คงใช้เเค่ 1-2 เดือน ไม่เพียงพอ เพราะแต่ละเดือนรัฐมีภาระค่าใช้จ่ายในส่วนของเงินเดือนเกือบแสนล้านบาท จึงต้องทยอยกู้เงินเข้ามาใส่ไว้

นายโอฬาร ไชยประวัติ อดีตรองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า สิ่งผิดพลาดของรัฐบาลคือ รัฐสภาผ่านงบประมาณกลางปี 1.16 แสนล้านบาท และมีการแจกเงินให้ประชาชนแล้ว แต่หลังจากนั้นก็มีการประกาศขึ้นภาษีสรรพสามิต ยาสูบ สุรา เบียร์ และน้ำมัน เพื่อหาเงินจากประชาชนอีกประมาณ 6.5 หมื่นล้านบาท ถือเป็นการเอาเงินใส่กระเป๋าซ้ายแล้วดึงออกจากกระเป๋าขวา รัฐบาลทำนโยบายผิดพลาดแล้ว ควรยกเลิกการขึ้นอัตราภาษีสรรพสามิต นายโอฬาร กล่าวว่า การขึ้นภาษีให้คนใช้น้ำมันลดลงต้องทำเมื่อเศรษฐกิจฟื้น ไม่ใช่ระหว่างกระตุ้นเศรษฐกิจ

โพสต์ทูเดย์ — วันศุกร์ที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2552