ผมชื่อเด็กชายอาทร อินทะจักร์ อายุ ๑๓ ปี  เป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒  โรงเรียนวิทยสัมพันธ์ บ้านผมอยู่ใกล้โรงเรียน  อยู่กับตา ยาย และน้องสาว ๓ คนเป็นลูกของน้า พ่อแม่ของน้องทำงานที่กรุงเทพ  ผมไม่มีพี่หรือน้อง  พ่อผมชื่อสัมฤทธิ์ เป็นคนอุบลราชธานี เสียชีวิตเมื่อผมยังเล็ก ๆ แม่ของผมชื่อถวัลรัตน์ เสียชีวิตเมื่อผมอยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๒

    เมื่อโรงเรียนปิดผมไปเที่ยวกับเพื่อน ๆ และมักไม่กลับบ้าน ไปนอนค้างที่บ้านเพื่อน  ตาและยายห้ามแต่ผมก็ไปอีก  เมื่อวานผมกลับบ้านตอนเช้าแต่งตัวมาโรงเรียน  แต่ยายไม่เห็นว่าผมมาโรงเรียน  ผมอยู่ในห้องภาษาอังกฤษ คุณครูคิมกำลังอบรม  ยายขึ้นมาพอดีมาตามดูว่าผมมาโรงเรียนไหม 

    ยายบอกกับครูว่าผมไม่ชอบนอนที่บ้านแต่ไปนอนบ้านคนอื่น ยายบอกว่าถึงแม้จะยากจนก็จะเลี้ยงดูให้ผมเป็นคนดี กลัวผมจะไปคบเพื่อนเกเร  ผมรู้สึกอายเพื่อนเหมือนกัน  แต่คุรครูคิมบอกกับยายว่าผมเป็นเด็กเรียนภาษาอังกฤษเก่ง จะให้เป็นตัวแทนไปแข่งขัน ผมภูมิใจมาก 

   เมื่อยายไปคุณครูคิมบอกกับผมว่าทำไมไปนอนบ้านเพื่อน ผมบอกคุณครูว่าไปส่องกบ  เพราะบ้านเพื่อนมีไฟฉายแบบติดหน้าผากสำหรับส่องกบ  คุณครูคิมบอกว่าให้นอนที่บ้านเหมือนเดิมและจะซื้อไฟฉายมาให้ผม คุณครูสอนให้ผมรักและสงสารตายาย ไม่ควรให้ตายายเป็นทุกข์หรือไม่สบายใจ เพราะจะเป็นบาปกับตัวเอง ผมรับปากกับคุณครูว่าจะปรับปรุงตัว และจะรับผิดชอบตัวเอง สัญญาว่าจะไปซักผ้าชุดของผมเอง และช่วยงานยาย

  วันนี้คุณครูคิมถามนักเรียนทุกคนว่าใครไปซักผ้าให้ตัวเองบ้าง ผมได้ยกมือและช่วยยายทำกับข้าว ผมสังเกตยายมีความสุขและสบายใจ  และคุณครูคิมมาบอกผมว่าซื้อไฟฉายให้ผมไม่เป็น คุณครูจึงให้เงินผมไปซื้อราคา  ๒๐๐  บาทผมดีใจมากครับ  จะตั้งใจไปส่องกบมาให้ยายทำอาหารครับ  และจะส่งภาพไฟฉายมาให้ดูนะครับ