ความเหมือนที่แตกต่างกัน

วันที่ 18 -20 พฤษภาคม 2552

ฉันได้มีโอกาสสัมผัสคนกศน. สมุทรสาคร อย่างเป็นทางการ

หลายท่านในกศน. เป็นเพื่อนกันมาก่อน เคยร่วมงานกันบ้าง

 และหลายท่าน ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน

ดังนั้นการทำงานในฐานะที่ถูกรับเชิญให้ร่วมทีมกับ

อ.ดร.ขจิต   ฝอยทอง  จึงเป็นงานที่ท้าทาย และสนุกเพลิดเพลินใจยิ่งนัก

อีกทั้งยังมี น้องสุนันทา..คนหน้าหวาน ใจเย็น และสุขุม จากกศน.เพชรบุรี

มาร่วมวงเฮฮา สานฝันด้วยจิตอาสาGOTOKNOWด้วยแล้ว

เล่นเอาหัวใจผู้สูงวัยอย่างฉันคึกคัก จั๊กจี้ สมองทำงานแซงโค้วสรีระได้เช่นกัน

ฉันได้สัมผัส การทำงานที่มีจุดมุ่งหมายเดียวกัน 

บนความเหมือนที่แตกต่างกัน

ในระยะเวลาที่ไม่ห่างกันมากนัก

ระหว่างกศน.เพขรบุรี กับ กศน. สมุทรสาคร

ความเหมือนคือทั้งกศน.เพชรบุรี และสมุทรสาคร

ต่างมีผู้บริหารตระดับสูงที่มีไฟแรงทั้งสองท่าน

กับความมุ่งมั่นที่จะนำการวิจัยเข้าสู่

กระบวนการพัฒนาอย่างเต็มรูปแบบ

และยังพบว่างานวิจัยในชั้นเรียนระหว่างกศน.เพชรบุรีกับสมุทรสาคร

มีความแตกต่างกันในประเด็นปัญหา

กศน.เพชรบุรีก้าวไปสู่งานวิจัย

เพื่อต้องการพัฒนาอาชีพควบคู่กับการพัฒนาตนเองของนักศึกษา

และยกระดับคุณภาพชีวิตกับเสริมสร้างจุดแข็งที่มีอยู่ให้พัฒนา

ในขณะที่กศน.สมุทรสาคร

มีความมุ่งมั่นที่จะแก้ปัญหาที่เกิดจากการเรียนรู้ของนักศึกษา

เพื่อพัฒนาไปสู่งานอาชีพที่นักศึกษาทำอยู่แล้ว

อาจเป็นเพราะสภาพของความเป็นอยู่ และอาชีพของประชากร

กศน.สมุทรสาคร ต้องสัมผัสกับประชากรจากต่างถิ่นหลายเชื้อชาติ

จึงพบเรื่องการพัฒนาผู้เรียนด้านการเรียนรู้พื้นฐาน

ในสาระการเรียนรู้ด้านภาษา ค่อนข้างมาก

ทำให้ฉันมองเห็นความหลากหลายของการพัฒนาประชากรของงาน

การศึกษานอกระบบ

ที่ได้มีความพยายามที่จะพัฒนาประชากรนอกระบบด้วยหัวใจของผู้ให้ที่แท้จริง

เพราะการสอนผู้ใหญ่ให้เข้าใจ

 และยอมรับสภาพความเป็นจริงและมีความมุ่งมั่น

ไม่ท้อถอย เห็นคุณค่าในตนเอง

และเกิดความภาคภูมิใจในตนเอง ในท้องถิ่นนั้น

 ผู้สอน ผู้จัด ผู้บริหาร ผู้อยู่เบื้องหลัง ต้องใช้หัวใจ ต่อหัวใจ

ต้องมีพลังแห่งการให้ และความดี

จึงจะสามารถทำงานลงพื้นที่ได้ ในเชิงรุกและเกิดความร่วมมือด้วยดีทั้งสองฝ่าย

หากการทำงานอื่นๆได้นำการทำงานในเชิงรุก

เช่นกศน.ทั้งสองจังหวัด

ฉันเชื่อเหลือเกินว่า นักเรียนที่มีปัญหา

ทั้งด้านความด้อยโอกาส ปัญหาครอบครัว ความไม่เข้าใจกัน

จะสามารถทำประโยชน์ให้กับประเทศชาติได้

ไม่ต่างจากนักเรียนในระบบ

และสามารถก้าวไกลสู่ความเป็นเลิศทั้งด้านปัญญา

สามารถพัฒนาอาชีพ  และลดความเหลื่อมล้ำทางความรู้

 และเคลื่อนไปพร้อมๆกับการพัฒนาองค์กร

ฉันต้องเตรียมตัวไปไถนาแล้ว

เมื่อวานย้ายห้องเรียนหนีน้ำครั้งใหญ่

เพื่อทำการยกระดับพื้นห้องเรียนให้สูงขึ้น

เหนือระดับน้ำที่จะท่วมถึง

จึงไม่ต่างจากการย้ายบ้านไปอยู่ที่ใหม่

แต่ก็สนุกดี

ทำให้เห็นพลังมดตัวน้อยๆ

ที่กุลีกุจอช่วยขนสัมภาระ โต๊ะ เก้าอี้ ตู้หนังสือ ตู้อุปกรณ์

โดยไม่มีพ่อมดได้สำเร็จอย่างเหลือเชื่อ อิอิ

ส่งผลให้องค์กรขยายตัวอย่างมั่นคง และเป็นสุข

เกี่ยวกันไหมนี่5+

ชมภาพเมื่อครั้งไปจัดกิจกรรมร่วมกับอ.ดร.ขจิต  ฝอยทองที่กาญจนบุรี