เมื่อวานนี้ ผมไปทำงานแต่เช้าเลยครับ แต่งานที่ทำวันนี้ เป็นแบบทำงานวุ่นไม่ได้เรื่องอีกแล้วครับ คราวนี้เป็นลักษณะของการทำงานซ้ำซ้อน (เป็นไปได้) โดยกิจกรรมช่วงเช้า ก็คือ การไปค้นเอกสารในตู้เอกสาร เพื่อหาชิ้นสำคัญ (ฮือ สำคัญจริงๆ) แต่เนื่องจากมันเป็นชิ้นเล็กๆ ครับ และเมื่อมันเป็นชิ้นสำคัญ ผมจึงมักจะเก็บไว้อย่างดี แล้วก็เป็นปกติครับที่ การเก็บไว้อย่างดีของผม พอเวลาผ่านไปนานๆ ผมจะหามันไม่เจออีกแล้ว (ฮือ อยากจะร้องให้)
พอทำใจได้แล้วว่ายังงัยก็คงหาไม่เจอแน่ ก็เปลี่ยนภารกิจไปรับแขกแทนครับ แขกของเรา (มหาวิทยาลัย) คือ ดร.สายพิณ ศุพุทธมงคล จากธรรมศาสตร์ครับ ท่านมาเยี่ยมเยียนมหาวิทยาลัยหลายวันแล้วครับ แต่ยังไม่มีโอกาสไปทักทายท่านเลยครับ วันนี้ท่านให้เกียรติคณะศิลปศาสตร์ฯ บรรยายพิเศษเกี่ยวกับการเขียนโครงการวิจัย ในฐานะที่ท่านเป็นที่ปรึกษา สกว. และทำงานร่วมกับอาจารย์ของมหาวิทยาลัยมาปีกว่าแล้วครับ ในโครงการชุดมาเลเซีย นัยสำคัญต่อไทย
สิ่งที่ท่านทักทายผมคือ อาจารย์คงอยากรู้ว่า ผลการพิจารณาโครงการออกมาเป็นอย่างไร? ฮิฮิ อาจารย์รู้ใจครับ ผมเฝ้าคอยผลการพิจารณามานานแล้วครับ เลยตอบอย่างรวดเร็วครับ อยากรู้มากครับ ซึ่งสรุปว่า ผลที่ได้เกิดกว่าความคาดหมายของผมครับ เพียงแต่ตัวเลขแรกที่อาจารย์ประกาศในที่ประชุมคือ 7 โครงการที่ผ่านและอยู่ภายใต้การให้คำปรึกษาของ รศ.ดร.ชัยวัฒน์ และ ดร.สายพิณ กับอีกหนึ่งโครงการที่ย้ายไปอยู่อีกชุดหนึ่ง ซึ่งภายหลังตอนเที่ยง อีเมลอีกชุดหนึ่งก็ถูกส่งไปยังหัวหน้าโครงการในชุดที่เคยทำไปเมื่อปีที่แล้ว และเสนอโครงการต่อเนื่องในเป็นโครงการที่สองในปีนี้ ซึ่งตัวเลขน่าจะอยู่ที่5 โครงการ ดังนั้นรวมๆ แล้วก็ 13 โครงการ จากที่เสนอไปทั้งหมด 22 โครงการ ซึ่งหมายถึงเหลืออีก 9 โครงการที่ต้องรอลุ้นต่อว่าผ่านหรือเปล่า จำได้ว่า เคยคุยในการพัฒนาโจทย์ว่า รอบนี้หากได้ 12 โครงการถือว่า สอบผ่าน ดังนั้นด้วยตัวเลขนี้ สอบผ่านแล้วครับ (วันนี้เลยได้เห็นอาจารย์หลายท่านยิ้มแย้มแจมใส่ครับ) อัลฮัมดุลิลลาห์
มัวแต่คุยเรื่องโครงการวิจัย เลยลืมคุยเรื่องสำคัญไปเรื่องหนึ่งครับว่า อาจารย์จะบรรยายประเด็นไหนบ้าง ที่ต้องถามก็เพราะผมรับหน้าที่เป็นคนชวนคุย ท่านรองฝ่ายวิชาการถามตอนท้ายว่า อาจารย์ตกลงประเด็นกับผมแล้วยังว่าจะคุยกันแบบไหน ผมเลยตอบว่า คงไม่ทันได้คุยแล้วครับ เอาเป็นว่า อาจารย์อยากคุยประเด็นไหนก็ตามสบายครับ ส่วนผมอยากถามประเด็นไหนก็ให้ผมถามนะครับ ฮิฮิ
เดิมทางท่านรองฯ จะให้ผมร่วมในฐานะวิทยากรครับ แต่ผมขอว่า ขอเป็นคนทำหน้าที่ชวนคุยดีกว่า เพราะโอกาสดีๆ ที่มีผู้ทรงคุณวุฒิมาให้เกียรติบรรยายให้ฟัง ก็น่าจะให้เวลาท่านคุยเยอะๆ หน่อย ที่สำคัญ ผมก็เรียนท่านอาจารย์สายพิณไปหลายครั้งแล้วครับว่า ผมขอฝากตัวเป็นศิษย์ท่านไปแล้ว เพราะยอมรับครับว่า ได้อาจารย์สายพิณและอาจารย์ชัยวัฒน์เป็นที่ปรึกษาโครงการวิจัย ทำให้ได้เรียนรู้อะไรดีๆ เยอะเลยครับ
เสร็จจากการเป็นคนชวนคุย (ซึ่งไม่ค่อยแน่ใจว่าทำได้ดีหรือเปล่า) ก็ไปละหมาดที่มัสยิดครับ ปรากฏหลังละหมาดก็นั่งคุยกับเพื่อนอาจารย์ (รุ่นน้องๆ คณะวิทย์) ได้สักพัก ท่านรองอธิการฝ่ายวิเทศน์ก็กวักมือเรียกให้เข้าไปคุยในวงสนทนาของท่านซึ่งมี รองคณบดีฝ่ายบริหาร และหัวหน้าสำนักวิจัยฯ ด้วย เข้าไปถึงท่านก็มอบหนึ่งภาระกิจครับ ให้ผมทำงานร่วมกับหัวหน้าสำนักวิจัยฯ
คุยกันได้ไม่นาน รองอธิการบดีฝ่ายแผนฯ ก็มาร่วมวงสนทนาด้วย คราวนี้บรรยากาศเลยเปลี่ยนเป็นการประชุมไปโดยอัตโนมัติครับ ประเด็นอยู่ที่ การขับเคลื่อนเรื่องตำแหน่งวิชาการของอาจารย์ครับ ผมได้ยินนโยบายจากผู้ใหญ่หลายครั้งแล้วว่า ปีนี้ต้องมี ผศ.ให้ได้ 8 คน แต่บอกได้เลยครับว่า ในฐานะอาจารย์ธรรมดาๆ ไม่เคยได้ยินแผนการดำเนินงานเลยครับ ที่สำคัญฟังตัวเลขนี้จากผู้ใหญ่ทีไร เหมือนกับท่านว่าเป็นงานหนัก ดังนั้นวันนี้เมื่อคนธรรมดาๆ อย่างผมได้โอกาสคุยแบบเป็นทางการในเรื่องนี้ ผมเลยเสนอความเห็นถึงความเป็นไปได้ให้ผู้ใหญ่ฟังครับ โดยส่วนตัวคิดว่า ตัวเลขนี้เกือบจะไม่น่ากังวลเลยครับ เพราะเมื่อสองปีก่อน ผมเคยประกาศตัวเลขของคณะไว้ที่ 5 คนครับ เป็นตัวเลขที่วิเคราะห์แล้วว่าทำได้ (ตั้งแต่เมื่อสองปีที่แล้ว) ดังนั้นส่วนที่เพิ่มมาอีก 3 ไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้ ระยะเวลาการดำเนินงานอยู่ที่ 10 เดือนครับ ซึ่งโอกาสความสำเร็จในมุมมองผมอยู่ที่ 80% ครับ อินชาอัลลอฮ์ แต่ที่มานั่งหนักใจคือ ตอนนี้ผมอยู่ในฐานะที่ทำงานในลักษณะนี้ลำบากครับ เพราะผมไม่มีทีมงานเหมือนเก่าแล้ว เป็นประเภทตัวเปล่า เล้าเปลื่อย แถมเมื่อต้องทำหน้าที่ขับเคลื่อนและต้องเกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงาน สงสัยเหมือนกันว่า จะทำได้หรือเปล่า
ประเด็นต่อมาที่คุยคือ คณะศึกษาศาสตร์ โดยเฉพาะในเรื่องที่เกี่ยวกับการเปิดสาขาวิชาใหม่ ทั้งในระดับปริญญาโทและตรี ท่านผู้ใหญ่บอกว่า เปิดป.โทเป็นภาระตรงค่าใช้จ่าย ผมเลยเสนอว่า เอาอีกแนวคิดหนึ่งได้มัยครับ (ขอไม่บอกรายละเอียดที่ตรงนี้แล้วกัน) ปรากฏว่า ที่ประชุมเห็นด้วยครับ ส่วนปริญญาตรี คงเป็นเรื่องของผู้ใหญ่ที่จะชี้ชัดลงมาว่า เห็นด้วยกับข้อเสนอที่ผมเคยทำเสนอไปเมื่อครั้งเป็นรองวิชาการหรือเปล่า ท้ายการคุยกัน ได้เห็นลีลาการตอบประเด็นว่า ใครจะเป็นคณบดีศึกษาศาสตร์จากท่านรองอธิการบดีฝ่ายวิเทศน์ฯ แล้วต้องยิ้มครับ ฮิฮิ ลีลานักการเมืองท่านออก :)
เวลาผ่านไปบ่ายสอง ผมต้องกลับบ้านครับ ด้วยเหตุผลสำคัญคือ ข้าวมื้อเที่ยง กับการส่งแฟกซ์แจ้งเปลี่ยนสถานที่ประชุม ที่บ้านไม่มีแฟกซ์ครับ แต่ใช้คอมพิวเตอร์ส่งแฟกซ์แทน ซึ่งลำบากสำหรับหน่วยงานที่ไม่มีเบอร์แฟกซ์เฉพาะ เพราะเวลาเขารับแล้วคุย เราคุยกับเขาไม่ได้ครับ สมัยก่อนมีโปรแกรมที่ทำให้คุยได้ด้วย แต่มันล็อกไว้เฉพาะสำหรับโมเด็มยี่ห้อเดียว ตอนนี้เลยใช้ได้เฉพาะกับ winfax ได้ข้อสรุปว่า การทำงานไปทานข้าวไป มันทำให้ทานเยอะครับ ที่สำคัญไม่รู้สึกอิ่ม ฮิฮิ
บ่ายสามกลับไปคณะอีกครั้ง เพื่อเตรียมงานประชุมใหญ่ในวันที่ 23 นี้ ฮือ มานั่งนับงบแล้วรู้ตัวเลยว่า ผิดอีกแล้ว เพราะงบเกินกว่าที่คิดไว้ครับ ฮือ แย่ครับ ทำงานไม่รอบคอบอีกแล้ว ผมลืมไปว่า โครงการนี้ ตอนนี้มันมีค่าใช้จ่ายแบบผูกพันด้วย ข้อเสียของผมจริงๆ ครับ บริหารโครงการด้วยการใช้จินตนาการสูงไปนิดหนึ่ง
สองสามวันนี้มีศัพท์ที่ได้ยินบ่อยขึ้นคือ การกางร่มใหญ่สำหรับงานวิจัยและการขอทุน วช. ผมจำได้ว่า ผมคุยประเด็นนี้กับหลายๆ คนเมื่อสองปีที่แล้วครับ ตอนนั้นเหมือนฝันๆ ยังงัยก็ไม่รู้ แต่ตอนนี้มันเหมือนกับฝันจะเป็นจริงแล้วครับ ใกล้ความจริงเข้าทุกทีแล้ว อัลฮัมดุลิลลาห์ ช่วงเย็นเลยคุยเรื่องนี้อีกครั้งหนึ่งกับหัวหน้าสำนักวิจัยฯ เค้าลางที่ทำให้เห็นว่าใกล้ความจริงคือ การคุยเมื่อวานซืนที่ร้านอารีณี และข้อเสนอแนะหนึ่งจาก ดร.สายพิณ ในวันนี้ครับ ต้องยอมรับครับว่า ตั้งแต่เข้าไปในคุกเมื่อวันก่อน ภาพมันยังติดตาผมเลยครับ มันเป็นภาพความอยากรู้ อยากทำครับ วันนี้เลยเอาประเด็นนี้มาคุยกับ ดร.สายพิณ ท่านก็ตอบว่า ทำเลยอาจารย์ ทำเลย ช่วงเย็นผมเลยลองวัดความเป็นไปได้ครับ โทรถามท่านยุติธรรมจังหวัดปัตตานีว่า ถ้าผมจะทำอย่างนี้ๆ ได้หรือเปล่า ท่านตอบว่า ทำได้เลยไอ้น้อง ไม่มีปัญหา
ฮือ เวลาคิดโจทย์วิจัยทางเทคโนโลยีการศึกษา คิดไม่ออกครับ แต่เวลาคิดโจทย์ทางสังคมศาสตร์ละ คิดได้คิดดีจริงๆ
สลามครับอาจารย์ จารุวัจน์ อัลฮัมดุลิลลาฮ์ เวลาที่คิดออกแล้วมีสุข ครับ
วาอาลัยกุมุสลามครับ วอญ่า-ผู้เฒ่า-natachoei--
แหม่ นอนดึกจังครับ ตอนนี้ดึกจนผมคิดอะไรไม่ออกแล้วครับ ขอไปนอนก่อนนะครับ
การวางแผน เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีของทุกสิ่งค่ะ
มีความสุขในการทำงานนะคะ
แวะมาทักทาย
อัลฮัมดุลิลละฮฺครับ...ยอมรับเลยครับเมื่อวานได้ฟังการบรรยายที่มีชีวิตมากครับ ได้อรรถรสของการบรรยายเป็นอย่างยิ่ง ดูสบายๆ ฟังสบาย แต่ได้เนื้อหานุ่มลึก (อัลฮัมดุลิลละฮฺ) ถึงขั้นมีคนที่ผมชวนเข้าฟังบรรยายด้วยสองท่าน บอกว่าเป็นการได้ฟังบรรยายในลํกษณะนี้ที่ได้อะไรมากกว่าทุกครั้งที่เคยฟังมา (เข้าใจว่าผู้จัดคงยิ้มออกครับ)
อย่าว่าแต่อาจารย์เลยครับ...ผมเองให้คิดงานทางด้านภาษายังทำไม่ได้ คิดไม่ออกเลย แต่ให้คิดงานทางด้านสังคม ดันมีเรื่องราวมากมาย อิอิ
"เป็นคนธรรมดา แต่มีค่าในสังคม ดีแล้วครับ"...ขอเป็นกำลังใจในการขับเคลื่อนงานตำแหน่งทางวิชาการ และคณะศึกษาศาสตร์ ครับ เพราะเมื่อวานฟังแล้วเส้นทางตัวเองคงต้องเหนื่อยสำหรับบางเรื่อง เลยไม่อยากคิดครับตอนนี้ อิอิ
ขอบคุณครับคุณ @..สายธาร..@
วางแผนดี เห็นความสำเร็จไปเกินครึ่งแล้วครับ แต่สงสัยต้องยกเว้นผมไว้คนหนึ่งที่ทำงานไม่ค่อยได้รูปได้รอย ฮิฮิ
ขอบคุณครับอาจารย์ เสียงเล็กๆ
-วันก่อนต้องมาอัฟที่ไม่ได้ตอบเมสเสสอาจารย์ครับ บังเอิญมาอ่านทีหลังแล้ว แต่ตอนได้รับเมลครั้งแรก ก็ถามกลับไปยังผู้จัดแล้ว เลยคิดว่าเขาคงจะแจ้งแก้ไขให้ทราบแน่ๆ
-ตอนนี้ได้เวลาอาจารย์เตรียมโจทย์ที่เกี่ยวข้องกับภาษาไทยในสามจังหวัดได้แล้วครับ คิดว่า อ.เกษตรชัยจะเป็นคน "กางร่มใหญ่" ให้ครับ
ขอบคุณครับอาจารย์ Ibm ครูปอเนาะ
ฟังแล้ว มีความสุขอีกครั้ง